ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต
 
"เป็นยังไงบ้างลูก ทำข้อสอบได้ไหม แม่เป็นห่วงทั้งวัน ไม่กล้าโทรหาเลย" 
เสียงของความเป็นห่วงปนคิดถึงบอกอายุที่มากขึ้นทุกวันของผู้หญิงที่เลี้ยงดูฉันมาเป็นเวลา 20 ปี
"ทำได้อยู่แล้ว หนูลูกใคร เก่งเหมือนแม่นั่นแหละ" ฉันพูดตอบผู้เป็นแม่ระบายรอยยิ้มเล็กๆ

แล้วก้มมองกองงานที่ต่อตัวกันอยู่บนโต๊ะ 
จะว่าไปมันดูคล้ายกับสถาปัตยกรรมสไตล์ โรมันเนสค์ของประเทศอิตาลี
'หอเอน' อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

ชีวิตนักศึกษา ใช่ ชื่อก็บอกหน้าที่ของมันอยู่แล้ว 
งานแต่ละวันที่ฉันได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำวิชา 
ทุกคนสั่งงานเหมือนจะเป็นวันสุดท้ายของการเรียนการสอน 
ทั้งงานทั้งสอบ ถ้าแบ่งเวลาไม่ได้ต้องตายแน่แน่

"แม่ไม่คาดหวังมากหรอก เต็มร้อยได้สักเก้าสิบเก้า ก็พอใจแล้ว"
"นี่ขนาดไม่คาดหวังนะ" ฉันหัวเราะ

ฉันกับแม่เราสนิทกันมาก แม่เป็นทุกอย่างให้ฉันมาตลอด 
เป็นครูคอยสอนการบ้านเวลาที่ฉันไม่เข้าใจบทเรียน 
จำได้ว่าตอนประถมฉันไม่ชอบวิชาเลขเลยสักนิด
แต่ก็มีแม่นี่แหละที่คอยสอนให้ฉันทำการบ้านทุกวัน 
เป็นเพื่อนที่คุยเล่นกันได้ทุกเรื่อง เรื่องตลกไร้สาระไปจนถึงเรื่องที่จริงจังที่สุดในชีวิต 
ให้คำปรึกษาได้ตรงประเด็นและแม่นยำ 
เวลาที่มีปัญหาขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เพื่อนคนนี้ช่วยฉันแก้ปัญหาได้เสมอ 
เป็นหมอดูประจำตัว อะไรที่แม่บอกมันมักจะเกิดขึ้นจริงเสมอ 
ถ้าสมมติว่าฉันอยู่ระหว่างทางเลือกสองทางข้างหน้า มีซ้าย และขวา 
ฉันถามแม่ว่าจะไปทางไหน
แม่บอกว่าให้ไปทางขวา ถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันเลือกจะไปทางซ้าย 
ฉันมักล้มไม่เป็นท่าทุกที 
แต่ทุกครั้งที่ล้ม แม่ไม่เคยบอกว่าฉันเป็นเด็กดื้อที่ไม่เชื่อแม่ 
แม่มักจะยิ้มให้แล้วเป็นคนคอยทำแผลให้เสมอ

ผู้หญิงที่ไม่ได้สวยที่สุดในโลก แต่เป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลกของฉัน  
"แม่เป็นห่วงนะลูก กินข้าวหรือยัง นอนดึกทุกคืนเลยสิ อย่ากินขนมตอนดึกนะ"
"แม่ก็รู้ว่าเรื่องกินลูกแม่ไม่พลาด นอนไม่ดึกหรอกแม่ทำงานเสร็จก็นอนแล้ว เดี๋ยวนี้หนูง่วงเร็ว"

ฉันโกหกคำโต 
ฉันนั่งทำงานมาตั้งแต่บ่ายโมง จนตอนนี้เข็มสั้นของนาฬิกาชี้มาที่เลขแปด 
สองทุ่มแล้วหรอนี่ 
ถ้าไม่มีโทรศัพท์จากแม่ฉันคงไม่รู้ว่าฟ้าเริ่มมืดลงมาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
แน่นอนว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด นอกจากน้ำกับขนมปังหนึ่งชิ้น 
ส่วนเรื่องนอนดึก ฉันไม่ได้นอนดึกจริงๆอย่างที่่บอกแม่ไป 
ฉันนอนเกือบเช้าทุกวันเลยต่างหาก
ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี
งานเยอะบวกกับใกล้เวลาของการสอบไฟนอล 
ฉันต้องทำงานสลับกับอ่านหนังสือ 
ฉันมีความตั้งใจอย่างหนึ่งที่อยากทำตอนเรียนมหาวิทยาลัย

ฉันตั้งใจจะเอาเกียรตินิยมมาให้แม่ 
ฉันรู้ดีว่าแม่มีความสุขแค่ไหนตอนที่ฉันสอบได้คะแนนเยอะ 
อาจารย์ชมฉันกับแม่ทีไร แม่ยิ้มไม่หุบเลยทั้งวัน ข้าวแทบไม่กิน
ไม่รู้มีความสุขมากขนาดนี้ได้ยังไง 
ฉันชอบรอยยิ้มของแม่มากเหลือเกิน 
รอยยิ้มของแม่เป็นความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้เลยสำหรับฉัน 
แลกกับการที่ต้องอ่านหนังสือหรือตั้งใจเรียนให้มาก
มันยังน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่ฉันอยากมอบให้ผู้หญิงคนนี้

"ดีแล้วลูก แม่ไม่ได้อยู่ใกล้ ต้องดูแลตัวเองดีดีนะ โตเป็นสาวแล้ว 
จะเดินทางไปไหนกลางคืนก็ต้องระวัง แต่งตัวให้เรียบร้อยนะลูก ไม่อันตรายแล้วผู้ใหญ่ก็จะเอ็นดู"
"หนูใส่แต่กางเกงขายาวเวลาไปข้างนอก กระโปรงนักศึกษาก็ไม่เคยสั้นเหนือเข่าเลยแม่ 
เรื่องนี้เลิกห่วงได้เลย" 
ฉันยิ้มให้กับเรื่องเล็กน้อยที่แม่คอยบอกมาตลอด 
มันได้ผลสำหรับฉันนะ นับครั้งได้เลยที่ฉันใส่กางเกงขาสั้น 
เพื่อนมักจะบอกเสมอว่าฉันหัวโบราณ 
ฉันมักจะยิ้มแล้วไม่ตอบอะไร 
คิดในใจว่าทำไงได้หมอดูประจำตัวบอกฉันมาตลอดเลยนี่นา 

"อย่าเครียดมากนะลูก ไม่ต้องพยายามจนไม่มีความสุขกับชีวิตนะ แม่อยากให้หนูโตไปตามวัย
อะไรที่หนูอยากทำ ที่ไหนที่หนูอยากไปก็ไปนะลูก แม่ไม่อยากได้เกียรตินิยม 
แม่อยากได้แต่ลูกของแม่ ตลอด 20 ปีที่แม่เลี้ยงหนูมา ไม่เคยมีสักครั้งที่แม่ไม่ภูมิใจในตัวหนู"

ฉันโกหกคนเป็นแม่ไม่ได้เลยสินะ
แม่รู้เสมอถึงแม่ฉันจะโกหกได้เนียนแค่ไหน ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด 
แต่กับผู้หญิงที่เลี้ยงฉันมาทั้งชีวิต ไม่มีทางเป็นไปได้

ความสุขของฉันไม่ใช่การออกไปเที่ยวข้างนอก
แต่มันคือการที่ได้เห็นแม่มีความสุขต่างหาก

"โอ้โห หนูไม่เอาหรอกแม่เกียรตินิยม ยากจะตาย หนูแค่อยากตั้งใจเรียนให้สมกับที่เป็นลูกแม่ต่างหาก เรียนจบก็ดีใจแล้วแม่จะได้ไปอวดป้ากับลุงข้างบ้านไง"

ฉันโกหกรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ 
ฉันไม่อยากให้แม่เป็นห่วง 
"ว่างแล้วกลับบ้านนะลูก แม่ทำกับข้าวที่หนูชอบไว้ตั้งเยอะ กินไม่หมด"
"คิดถึงหนูละซี่ ตอนอยู่ด้วยก็ชอบบ่นว่าหนูตัวใหญ่แล้วไม่น่ารัก อยากให้กลับไปเป็นเด็ก"
แม่ชอบบอกกับฉันแบบนี้ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน บอกว่าตอนเด็กน่ารักกว่าตั้งเยอะ 
โตมาขนาดนี้ได้ยังไง คิดถึงเด็กอ้วนหัวฟูคนนั้น

"อือ แม่คิดถึง"

ประโยคสั้นๆจากผู้หญิงที่ไม่พูดอะไรหวานซึ้ง 
ทำขอบตาฉันร้อนผ่าว น้ำที่ไหนก็ไม่รู้มันเอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตา 
นานแค่ไหนแล้วนะที่แม่ไม่ได้บอกว่าคิดถึง
ตอนประถมที่ฉันไปค้างบ้านเพื่อนสองวัน หรือตอนมัธยมที่ฉันไปเข้าค่ายสามวัน
หรือจะเป็นวันที่ฉันไปเที่ยวกับญาติห้าวันติดกัน
แต่นี่เป็นเวลาสามอาทิตย์ที่ฉันไม่ได้กลับบ้าน จากที่เคยกลับทุกอาทิตย์

สำหรับคนเป็นแม่
มันคงเป็นเป็นสามอาทิตย์ที่ยาวนานเหมือนสามเดือนหรือสามปี
คำว่าคิดถึงของแม่ เรียกน้ำตาของฉันได้เป็นอย่างดี 
ฉันรู้ดีว่ามันมีความหมายมากกว่ากว่าความคิดถึง มันคือ ความรัก 
รักของแม่มันมากมายแม่แสดงให้เห็นตลอดเวลาที่แม่เลี้ยงดูฉัน
รักของแม่อยู่ในผ้าห่มอุ่นๆที่ถูกดึงขึ้นมาห่มให้กลางดึก 
อยู่ในเสียงปลุกตอนเช้าที่พยายามปลุกให้เราตื่นจากฝัน 
อยู่ในโจ๊กร้อนๆที่แม่ทำให้กินตอนไม่สบาย 
อยู่ในรอยยิ้มที่แม่คอยมอบให้เวลาที่ท้อ 
อยู่ในการ์ดทุกใบที่แม่เขียนให้ในวันเกิด 
อยู่ในเสื้อผ้าทุกตัวที่ใส่ 
อยู่ในต้มมะระยัดใส่หมูสับที่ฉันชอบกิน 
อยู่ในคำพูดที่บอกให้ดูแลตัวเองเสมอ 
อยู่ในบ้านที่อบอุ่น 
อยู่ในกอดที่อุ่นที่สุดในโลกเวลาที่ตัวฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน 
อยู่ในดวงตา ในเส้นผม ในร่างกาย 
อยู่ในตัวฉัน มันคือความรักของแม่

"หนูก็คิดถึง ไว้กลับบ้านคราวนี้จะกลับไปนอนอ่านหนังสือให้แม่ฟังอีกนะ หนูมีหนังสือเล่มใหม่ที่อยากอ่านให้แม่ฟัง แม่ต้องชอบแน่แน่"
ฉันเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้คนเป็นแม่รู้ว่าฉันร้องไห้ 
ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากกลับบ้านเลยตอนนี้
คิดถึงเสียงของแม่ อ้อมกอดของแม่ และ'รอยยิ้มของแม่'

"จ้ะ แม่รอนะ นอนหลับฝันดี"
"ฝันดีนะแม่"

ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำ
ในอนาคตข้างหน้าฉันจะทำมันสำเร็จได้กี่อย่าง
ฉันจะได้เกียรตินิยมไหม 
ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตจนทำให้แม่ยิ้มกว้างที่สุดในโลกได้หรือเปล่า

แต่อย่างนึงที่แน่นอนที่สุด
ในวันนึงที่ฉันเป็นแม่
ฉันจะเป็นแม่ที่ดี ให้ได้แบบแม่ของฉัน 


SHARE

Comments

Boomerang12
7 days ago
ทำให้คิดถึงแม่เลย ขอบคุณนะเราก็จะเป็นแม่ให้ดีแบบที่แม่เราเป็นเราสัญญา ...จะขอเป็นแม่ที่ดี😊
Reply
lisasainy
6 days ago
น้ำตาไหลเลยคิดถึงเเม่จริงๆ
Reply