เมื่อคุณรู้สึกว่าอะไรๆก็ดู "ยุ่งยาก" ไปซะหมด
     ผมเคยรู้สึกว่าเวลาที่ตัวเองพยายามที่จะทำอะไรบางอย่างที่มันต้องใช้ความตั้งใจอย่างสูง ซึ่งเราทุกคนก็รู้นะครับว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่าย ไม่ว่าจะเรื่อง การอยากมีซิกซ์แพ็ค อยากเป็นดีไซน์เนอร์ อยากเป็นนักร้อง อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษ ทุกสิ่งล้วนต้องอาศัยความอดทนและวินัยอย่างสูงมากกว่าจะได้มา เมื่อเราเริ่มต้นทำมันเราจะรู้สึกว่าเรามีกำลังใจ แต่เมื่อไรที่เราทำมันต่อไปซักพักแล้วรู้สึกว่ามันยาก มันเริ่มไม่ไหว จนเริ่มท้อแล้วก็บอกตัวเองว่า เออ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ดีแล้วหรือไม่ก็หันไปทำอย่างอื่น

     ปัญหานี้มีที่มานะครับ  นั้นเป็นเพราะว่าเรายัง " อึด " ไม่พอ ไม่ได้หมายถึงร่ายกายยังอึดไม่พอนะครับ ในที่นี้หมายถึง " สมองกลีบหน้า " ของเรานั่นเอง ซึ่งสมองกลีบหน้านี้เปรียบดั่งผู้บัญชาการของเรือใหญ่เลยนะ โดยมันจะอยู่เหนือจากระดับลูกตาและเยื้องมาทางด้านหน้าใบหู  ซึ่งเวลาเรามองเห็นหรือได้ยินอะไร ข้อมูลที่เราได้รับจะถูกส่งไปรวมกันที่สมองกลีบหน้าเพื่อจัดรวมข้อมูลที่ได้ไปรวมกับข้อมูลอื่นๆที่มีอยู่แล้วซึ่งหมายถึงความทรงจำนั่นแหละ ต่อมาก็นำเอาข้อมูลที่มิกซ์รวมกันแล้วเนี่ย ไปสร้างเป็นความคิดและการกระทำ แล้วสั่งการระบบเคลื่อนใหวเพื่อให้ปฏิบัติตาม

    ที่เราเหนื่อยง่าย ท้อง่าย และรู้สึกว่าอะไรก็ดูยาก ยุ่งยากไปซะหมด และไม่เคยทำอะไรสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เพราะว่าจุดกำเนิดอยู่ที่ว่าเราไม่เคยฝึกความอึดกับสมองกลีบหน้าเลย
   แล้วเราจะฝึกมันได้อย่างไร เรามีวิธีครับ  วิธีการคือให้เราฝึกเอาชนะใจตัวเองในเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน เมื่อทำทุกวันเข้า เราจะเริ่มมีพลังในการที่จะทำในภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้อีก  ผมจะยกตัวอย่างให้นะครับ การฝึกก็อย่างเช่น การฝึกทำงานจุกจิกภายในบ้าน อย่างการทำความสะอาดบ้าน การเก็บอึแมว การทำอาหาร การจ่ายตลาด ซักผ้า ออกกำลังกาย  เพราะบางทีกิจกรรมเหล่านี้ เราอาจจะขี้เกียจทำเพราะมีคนทำอยู่แล้วหรือไม่ก็ผัดวันหรือข้อแก้ตัวสารพัด เพราะถ้าคุณไม่เริ่มฝึกเอาชนะใจตัวเองกับเรื่องเล็กๆน้อยได้แล้ว คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีนิสัยเกียจคร้าน และทำอะไรก็ล้มเลิกได้ง่าย  ไม่จำเป็นต้องฝึกทำทีละหลายอย่างมากเกินไปนะครับ วันละ 2 อย่างก็พอแล้ว แล้วพอรู้สึกว่าลงตัวเราก็ค่อยๆเพิ่มไปที่ละนิดค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่เครียดนะครับ  บางคนคิดว่ามาทำงานจุกจิกแบบนี้เสียเวลาสู้ไปอ่านหนังสือฝึกภาษาอังกฤษ ฝึกภาษาอะไรงี้ดีกว่า ถ้าทำได้ก็ดีครับ แต่ถ้าเกิดผลออกมาคือล้มเลิกกลางคันและท้อใจขึ้นมาอีก ก็ขอแนะนำวิธีการฝึกทำงานจุกจิกเหมือนเดิมครับ แต่ก็ฝึกทุกอย่างร่มกันไปก็ได้นะครับ ทุกอย่างมันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป เป็นตัวของตัวเองด้วยนะครับ ทำจนรู้สึกว่ามันไม่ใช่งานจุกจิกไปเลย ลองสังเกตุดูว่าคนที่เค้าทำงานเก่งกัน บางทีเค้าเหล่านั้นอาจเคยลำบากหรือเคยถูกฝึกทางอ้อมมาก่อนเลยทำให้เค้ามีความอึดมาก  บางคนที่ภาระหน้าที่มากมายแต่ทำไมถึงประสบความสำเร็จได้ รึงถึงหนังเรื่อง the pursuit of happyness ที่ วิล สมิธเล่น ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของคนที่ไม่มีบ้าน เลิกกับเมีย เลี้ยงลูกด้วย ต้องไปนอนในห้องน้ำของสถานีรถไฟ ต้องอดนอน และอ่านหนังสือตอนดึก และหางานทำให้ได้ แต่อันนี้ก็ดูจะหนักไป เราก็ทำอย่างที่เราเป็นน่ะครับ อันนั้นเค้าอยู่ในสถานะการที่ต้องดิ้นรน เพราะมี " เส้นตาย " มันก็เลยเป็นตัวช่วยฝึกฝนเราให้อึดได้อีกเช่นกัน
เมื่อรู้สึกว่าสมองกลีบหน้าของคุณเริ่มอึดขึ้นแล้วก็เริ่มจัดเต็มกับทุกภารกิจแห่งชีวิตที่มีความซับซ้อนมากกว่างานจุกจิกได้เลยครับ ขอให้ทุกคนทำให้ได้ผมเองก็จะพยายามด้วยเช่นกัน





SHARE

Comments