การขอพร—ที่ไม่มีวันเป็นจริง



‘อือ นอนอยู่’ ฉันกรอกเสียงแสนงัวเงียของตัวเองลงไปทันทีที่กดรับโทรศัพท์ นี่มันเช้าอยู่เลย ให้ตายสิ 

‘ออกไปข้างนอกกัน!’ เสียงเขาที่ดูท่าจะสดใสเหลือเกินตอบกลับมา และดูเหมือนจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันกำลังนอนอยู่ 

‘อือ กี่โมง’ และฉันไม่อยากปฏิเสธเพื่อนสนิทอย่างเขา จึงตอบตกลงพร้อมถามเวลา รวมไปถึงสถานที่

‘สิบโมง รออยู่ป้ายรถเมล์แถวบ้านเธอนะ’
‘อืม รู้แล้ว’


แสงจากพระอาทิตย์ตอนสายของฤดูหนาวแบบนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้ฉันตื่นจากความง่วงได้แม้แต่น้อย 

‘ตื่นยังเนี่ยเธอ ทำไมหน้าง่วงแบบนี้’ คำทักทายแรกที่มาจากปากเพื่อนตัวป่วนตรงหน้า 

‘เหมือนเธอว่างอ่ะ นี่มันกี่โมง แล้ววันหยุดแบบนี้เราควรจะได้รับสิทธิ์ในการนอนตื่นสายสิ’ ฉันตอบไปด้วยเสียงงัวเงีย พนันได้เลยหน้าฉันก็ง่วงไม่ต่างจากเสียงหรอก มันต้องยู่ยี่คล้ายผ้าที่ไม่ได้รีด

‘วันคริสต์มาสนะเธอ เธอจะนอนกินบ้านกินเมืองทำไม ดูบรรยากาศรอบๆตัวสิ’ เขายังคงเจื้อยแจ้วบ่นฉันไปเรื่อย และคำพูดของเขาก็ทำให้ฉันเริ่มสังเกตบรรยากาศรอบตัว 

ใช่สิ วันนี้คริสต์มาส เทศกาลที่เป็นเทศกาลโปรดของใครหลายคน รวมถึงเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าฉันด้วย 

ถนนตามทางเดินถูกประดับไปด้วยไฟประดับหลากหลายแบบ สองข้างทางที่เดินผ่านมีบ้านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาเมื่อคืนและดูเหมือนจะเพิ่งหยุดตกไปได้ไม่นาน 

บ้านเหล่านั้นจะแขวนพุ่มมิสเซิลโทไว้ตรงหน้าประตูบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันกล้าพนันได้เลย คือทุกบ้านน่ะต้องมีของขวัญกองโตที่วางรวมกันอยู่ใต้ต้นคริสต์มาสอย่างแน่นอน

วันทั้งวันของฉันและเขาในวันนี้ก็แค่การเดินไปดูนั่นนี่ รอเวลากลางคืน 

แหงล่ะ ไฮไลท์ของวันคริสต์มาสมันก็ต้องเป็นตอนกลางคืนสิ จริงมั้ย 

ตอนกลางคืนที่จะเปิดไฟที่ประดับอยู่ตามข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นไฟหลากสี หรือไฟสีเหลืองที่พันอยู่รอบต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ที่ถูกตัดและนำมาตั้งไว้ใจกลางหมู่บ้าน
เมื่อถึงเวลา ฉันและเขาคงไปขอพรอยู่หน้าต้นคริสต์มาสยักษ์นั่น 


พวกเราฆ่าเวลาโดยการเดินคุยไปเรื่อยๆตามทางที่ถนนนำไป รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ไหนสักแห่ง ที่มีของขายข้างทางเต็มไปหมด 

‘วาฟเฟิลมั้ย’ เขาที่ถือวาฟเฟิลอยู่ในมือทั้งสองข้าง ยื่นวาฟเฟิลมาตรงหน้าฉัน 

‘ไปซื้อมาตอนไหนเนี่ยเธอ’ และแน่นอน ฉันคว้าขนมฟรีที่เพื่อนคนสนิทออกเงินซื้อให้มาถือไว้ เราเดินคุยกันไป พร้อมกับค่อยๆกินวาฟเฟิลที่ถือในมือไปด้วย 


‘เธอ ถ่ายรูปกัน’ เขาพูดขึ้น มันเป็นตอนที่ฉันเพิ่งกัดวาฟเฟิลที่มีวิปครีม และวิปครีมนั่นมันเปื้อนจมูกฉันอยู่ 

‘เธอกินเหมือนเด็ก’ เขาว่า ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าของเขามาเช็ดคราบวิปครีมที่แต้มเป็นจุดอยู่ตรงจมูกของฉัน 

‘เธอกินสะอาดตายแหละ’ ฉันพูดตอบกลับไปพร้อมกรอกตามองบนใส่เขาไปหนึ่งที ส่วนเขาน่ะเหรอ พอเห็นฉันกรอกตาใส่ก็เอามือใหญ่นั่นมายีผมฉันเพื่อเป็นการแก้แค้นแทบจะในทันที


และในที่สุดท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ จนล่วงเข้าเวลากลางคืน ไฟที่ถูกประดับและแขวนไว้ตามข้างทางถูกเปิดขึ้นมาเป็นหย่อมๆ แสงไฟค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวง มากขึ้นเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีแสงสว่างนั้นก็ปรากฎขึ้นยาวไปจนสิ้นสุดทางเดินข้างถนนแล้ว

ต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ที่ถูกนำมาจัดไว้ใจกลางหมู่บ้านก็มีไฟติดขึ้นมาเช่นกัน หลายคนมารายล้อมขอพรที่ต้น
คริสต์มาสแห่งนี้ มีทั้งคนที่มากับคนรัก คนที่มากับเพื่อน รวมไปถึงครอบครัวที่มีคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยตัวเล็กที่หน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา 

เด็กน้อยที่แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอากาศที่ค่อยข้างหนาวกว่าปกติยิ้มออกมา เห็นมั้ย ขนาดเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องยังมีความสุขกับเทศกาลแบบนี้เลย 

‘เธอ สวยเนอะ’ เขาที่ยืนเอามือล้วงเสื้อโค้ทกันหนาวสีน้ำตาลของตัวเองอยู่พูดขึ้น สายตาที่เป็นประกายมองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มที่สดใส

‘ใช่ ดูเด็กคนนั้นสิ เห็นแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้เลย’ ฉันพูดพร้อมชี้เด็กน้อยแก้มแดงที่ยังคงหัวเราะพร้อมรอยยิ้มขณะที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่ของตัวเอง 

‘ขอพรกัน’ ไม่ว่าเปล่า เขายกมือสองข้างของตัวเองประสานเข้าด้วยกันและหลับตาลง 

เหมือนกันกับฉัน.. ที่กำลังทำแบบนั้นอยู่


‘เธอขอพรว่าอะไรน่ะ’ เขาถามขึ้น หลังจากที่ฉันลืมตาขึ้นมา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะขอพรเสร็จไปก่อนฉันนานแล้ว 

‘เธอขอว่าอะไรล่ะ’ ฉันว่าแล้วถามเขากลับไป 

‘อืม.. ขอให้คริสต์มาสปีหน้าเราได้ใช้เวลาช่วงนี้ไปกับคนที่เราเลือกเป็นแฟน เธอล่ะ’ 

‘เราน่ะ...ขอพรไปสามข้อแหน่ะ’ 

‘อะไรบ้างล่ะ’

‘เราขอ..’ 


ข้อแรก ฉันขอให้เธอกับฉันมีความสุขด้วยกันเหมือนในวันนี้
‘ว่ายังไงเธอ’ 


ข้อสอง ฉันอยากจะผ่านทุกฤดูหนาวไปด้วยกันกับเธอแหละ
‘เราน่ะ ขอว่า..’


ส่วนข้อสุดท้าย ฉันขอให้พรทุกข้อที่ฉันขอไปเป็นจริง
‘หือ..’ 

‘จริงๆเราน่ะ.. ขอไปข้อเดียว’ ฉันตัดสินใจพูดขึ้น ทำไมอยู่ๆก็คิดว่าพรสามข้อที่ขอไปมันจะไม่ได้ดังปรารถนานะ 

‘ขอให้เธอได้ใช้เวลากับคนที่เธอเลือกเป็นแฟน เราจะได้ไม่ต้องตื่นมาเดินด้วย..’ ฉันตอบไปแบบนั้น และนั่นทำให้เขาหลุดหัวเราะแล้วยีผมฉันแรงๆหนึ่งที

‘ขอบใจนะ ถ้าปีหน้าเรามีแฟน เราจะมาบอกเธอคนแรก’ 

‘อือ..’ ฉันขานรับเสียงเบาแทบจะกลืนไปกับเสียงลมในฤดูหนาวด้วยซ้ำ พร้อมกับตระหนักถึงบางอย่าง เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันรู้สึกกับเขายังไง

และพรสามข้อของฉันคงไม่เป็นจริง 








ได้แรงบันดาลใจมาจาก
Wish tree - Red Velvet  เราอยากให้ทุกคนไปดูนะ เพราะในเอ็มวีมันนำเสนอผ่าน lgbt 
ปล.คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่เราโปรดปรานมากที่สุด เราจึงพยายามจะแต่งเรื่องสั้นเกี่ยวกับเทศกาลนี้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ :-)
SHARE

Comments

CheeiiZ
8 hours ago
เราก็ขอ ขอให้เค้าคนนั้น ได้เจอตัวจริงสักที ^^
Reply