ให้สีดำเป็นพยาน
ผมชอบหนีใครต่อใครมาที่นี่เป็นประจำ เวลาแบบนี้ เสียงของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายน่ารำคาญและเป็นที่ระคายให้กับโสตประสาทอย่างมาก ไม่รู้สิครับ เสียงคลื่นลมต่างๆมันไพเราะเหลือเกิน กระแสลมที่กระโชกแรง ชาวบ้านพากันงดออกทะเล การประมงไม่ควรทำถ้าหากสภาพอากาศยังเป็นแบบนี้ มันอันตรายและเป็นภัยอย่างยิ่ง ต่างจากผม ความหนาวเหน็บขณะนี้ เหมือนความห่วงใยเดียวที่โอบกอดผมอยู่ ผืนทรายที่เหยียบอยู่เต็มสองเท้ามอบสัมผัสแน่นแฟ้น ราวกับว่าเป็นเพียงผู้เดียวที่จะไม่ทิ้งขว้างแล้วปล่อยให้ต้องโดดเดี่ยว ความมืดที่บดบังอยู่รอบตัว กลับให้ความรู้สึกประหนึ่งรักแท้จากครอบครัว ไม่สิ ความมืดมิดอาจจะไม่จีรังเท่ากับเวิ้งน้ำตรงหน้า ผมจากไปนานเท่าใด เขายังคงอยู่และคอยเรียกหาทุกเวลา 

แสงจากหิ่งห้อยหากเพียงไม่กี่ตัว พลังสว่างแห่่งเดรัจฉานตััวน้อยคงไม่พอสยบอำนาจแห่งความมืดลงได้ แต่ ณ เวลานี้แสงวูบวาบเมื่อรวมกันอยู่ไม่อาจเพียรพยายามนับได้ไหว คงออกมาต้อนรับการกลับมาของผม แสงเหล่านั้นเปล่งประกายจนพระทิตย์ดวงโตนั้น คงจะต้องทบทวนตัวเองเสียใหม่ 

ละอองน้ำจากฝีมือคลื่นทะเล แข่งกันวิ่งกระเซ็นเข้ามาจู่โจมตัวผม เครื่องห่มกายพลอยชุ่มไปด้วยละอองเหล่านั้น พวกมันคงจะคิดถึงเหมือนกัน กับที่ผมคิดถึง แต่อีกไม่นานทั้งสรรพางค์ที่เปียกชื้น ก็จะพาลแห่งเหือดไปเพราะสัมผัสแห่งสายลมที่กระโชกแรง ละอองคลื่นและกระแสลม มันยื้อยุดอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวก็เปียกเดี๋ยวก็แห้ง ราวกับว่ากำลังแก่งแย่งกันเข้าโอบกอดตัวผมด้วยคิดถึง ช่างเป็นภาพที่น่ารักเกินกว่าจะอนุมาน

มะพร้าวต้นสูงชะลูด ผมแอบเห็นมันพยายามโน้มกิ่งและใบทำทีจะเข้ามาช่วยเช็ดน้ำตาให้ แต่ไหนเลยเจ้ากาฝากมะพร้าวบนต้นกับหญ้าลิงลมที่อยู่ด้านล่างจะยอม มันทั้งสองคงกลัวมะพร้าวสูงต้นนี้จะได้หน้า ต่างช่วยกันฉุดกระชากไม่ให้ใบทางยาวแหลมนั้นมาใกล้ตัวของผมได้ หรือมันคงเป็นห่วงกลัวใบหน้านี้จะเกิดบาดแผล หากปล่อยให้ใบแหลมที่มีคมนั้นกรายมาถึงตัว 

สรรพสิ่งรอบกายต่างมีท่าทียินดีกับการกลับมาครั้งนี้ ทว่าพวกมันคงไม่อาจรู้ถึงสาเหตุที่อุ้มสมพาผมกลับมา เธอคนนั้นเข้ามาอยู่ในชีวิตได้เพียงไม่นาน ก็ทอดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย จะออกเสาะแสวงหาก็จนปัญญา ทางข้างหน้าเห็นมีแต่ความมืดมน ด้วยไม่อาจทราบถึงแหล่งที่มา ไม่อาจทราบได้ถึงแหล่งที่ไป เธอไม่เหลือร่องรอยทิ้งไว้ เหมือนกับที่จากไปอย่างไม่ปราณี ความรักของผม เธอคงไม่เห็น มันเล็กน้อยเท่าเศษธุลีหากลอยหลงมาเข้าตา ก็รังแต่จะสร้างแต่ความระคายจนต้องเขี่ยออกให้กระเด็น ความเป็นนิรันดร์คงไม่ใช่สิ่งที่เธอผู้นั้นแสวงหา


ฉันหนีกลับมาที่แห่งนี้ อันเป็นบ้านเกิด  อาณาบริเวณทั้งสี่ทิศ ขนาบไปด้วยเทือกเขาเขียวขจี ฉันหนีมาไกลจนเขาไม่อาจตามมาได้ สายน้ำในลำธารนั้นแสดงความดีใจถึงการกลับมา มันขย่มตัวขึ้นตีแตกออกเป็นละอองฟอง แม้ตั้งแต่เกิดมามันจะไม่เคยพูดคุยอะไรด้วย แต่ก็สัมผัสได้ถึงความห่วงหา และความรัก ที่ใดไม่เคยมอบสิ่งเหล่านี้ให้ สายธารเย็นยะเยือกนี้ก็บรรณาการให้ตลอดมา จะผ่านความเจ็บปวดมาแต่ไหน ขอเพียงกลับมาที่นี่ เหล่าสัตว์น้ำนานาพันธุ์ จะกรูกันเข้ามาส่งยิ้มทำทีว่าเห็นใจ แล้วก็จะจัดมหรสพเล็กๆด้วยการเต้นรำ เป็นการร่วมแรงกัน ระหว่างสายพันธุ์ให้ดู เพื่อหวังให้ความเศร้าได้ทุเลา

ต้นไม้ใหญ่ริมธารต้นนี้อายุนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ชื่อของมันคืออะไรก็ยากเกินกว่าจะสืบหา มันไม่เคยพูดจาหรือบอกอะไร หากฉันซมซานกลับมา มันก็จะค่อยๆเขย่าตัวให้ดอกร่วงลง คงจะตั้งใจมอบให้ แสดงการปลอบประโลม รากใหญ่น้อยจะถูกดัดแปลงให้พอดีกับตัวของฉัน เป็นทีให้รู้ว่ายินดีให้เข้าไปหลบทำใจ ได้จนกว่าจะหายดี แต่มันคงแก่เกินไป จะขยับกิ่งใหญ่โตที่มีใบขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่นลงมาช่วยซับน้ำตา แต่อยากให้รู้ว่าแค่นี้ก็ซาบซึ้งเกินกว่าจะบรรยายแล้ว 

เหล่าวิหคนั้น ทั้งตัวเล็กขนไม่ทนขึ้นครบและไม่ออกสีได้สวยงาม ทั้งตัวใหญ่หลายขนาด ยามสยายปีกออกนั้นอนูขนเมื่อยามต้องกับแสงตะวันจะเกิดประกายระยิบระยับหลากสีสัน ต่างพากันบินโฉบลงมาต่ำแล้วร้องเพลงประสานเสียง ทำนองแห่งวิหคทั้งหลายไพเราะขนาดที่เพลงพิณแห่งคนธรรพ์ก็ไม่ปาน มันคงเรียกกันมากู่ร้องให้ฉันได้ยินเผื่อว่าจะช่วยคลายความเศร้าหมองนี้ลงได้

เหลือบเห็นงูเงี้ยวเขี้ยวขออยู่อีกฟากของสายธาร ใครอื่นมองเดรัจฉานเลื้อยคลานนั้นว่าเป็นอมิตร ต่างจากฉันที่มองว่าพวกมันแสนจะน่ารัก เวลานี้ไม่ใช่โมงยามที่ควรจะออกมาเพ่นพ่าน แต่คงพากันมาต้อนรับฉันกลับบ้าน ถ้าไม่ติดว่าสายธารกว้างนี้คั่นอยู่ พวกมันคงกรูกันเข้ามากอดรัดฉันเหมือนอย่างที่ต้นไม้ใหญ่ผู้นี้กำลังทำ 

พระอาทิตย์เทียบรถลงมาใกล้ที่สุดเท่าที่กระแสเพลิงแห่งท่านจะไม่ทำให้สรรพสิ่งข้างล่างนี้มอดไหม้ ฉันแอบเห็นว่าพระองค์โบกพระหัตถ์ให้หลายครั้งอยู่ข้างบน ก่อนจะบังคับม้าเผือกทั้งเจ็ดตัวผู้เป็นบ่าวผ่านไป พาลให้ความมืดแห่งองค์พระราหูได้เข้ามาเยือนแทน

รู้ทั้งรู้ว่าความรักกับเขาผู้นั้นจะเป็นดั่งหวังไม่ได้ เราทั้งคู่ไม่อาจรักกันได้เพราะเงื่อนไขของธรรมชาติ แค่นี้มันก็เป็นการแหกกฎของพระผู้เป็นใหญ่เหลือจะให้อภัย สตรีผู้มีปีกสีขาวอย่างฉันไม่ควรที่จะหลงระเริงเกินเลยไปกับมนุษย์คนนั้น หากเขารู้ความจริง ว่าฉันสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้ด้วยปีกทั้งสองข้าง หากเขารู้ว่าฉันจงใจที่จะโกหกเพราะทุกครั้งที่เราเจอกัน ฉันก็จะถอดปีกคู่ใจเก็บไว้ กลัวเขาจะรู้ว่าได้มอบความรักให้กับเดรัจฉานพันธุ์ปักษาเช่นฉัน หากเขารู้ความลับทั้งหมดเหล่านี้ คงจะต้องสาปส่งฉันไปตลอดทุกภพทุกภูมิ

มหาพรหมท่านได้โปรดเห็นใจกินรีเช่นฉัน อย่าลงโทษทัณฑ์อะไรเลย หากไม่เห็นแห่ชีวิตนางนกตนนี้ ก็ขอท่านโปรดเวทนาทารกน้อยในครรภ์นี้ด้วยเถิด บาปกรรมตกอยู่ที่เขาแล้ว หากเมื่อลืมตาขึ้นมาดูโลก จนตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะบอกถึงชาติกำเนิดเขาว่าอย่างไร จะเล่าถึงพ่อที่เป็นมนุษย์ว่าอย่างไร 

ขอสัญญาว่าต่อแต่นี้จะไม่กระทำตนนอกลู่นอกทางจากบัญญัติแห่งพระองค์ท่าน จะฟูมฟักทารกน้อยคนนี้อยู่เพียงแต่ในหิมพานต์เท่านั้น 

หากจะมีโอกาสส่งสารอันใดให้ชายผู้นั้นได้รู้ คือขอบคุณความรักบริสุทธิ์นั้นที่มอบให้ อย่าถือโทษโกรธเคืองอะไรเลย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามลิขิตของพระผู้เป็นเจ้า ที่นี่ไกลเกินกว่าจะตามหา แต่โปรดจงรู้ไว้ความรักแห่งเราจะกลายเป็นนิรันดร์



เธอใจดำเหลือเกิน ที่ผ่านมามันคืออะไร ความโกหก ความหลวงลวง หรืออะไรกันแน่... ทะเลสีดำ หาดทรายสีดำ ท้องฟ้าสีดำ โปรดเป็นพยานให้ผมที หากเธอผู้นั้นผ่านมาเห็น พวกคุณช่วยบอกให้เธอทราบทีว่าผมรักเธอมากเพียงใด


แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็ค่อยๆเดินหายไปในทะเลสีดำข้างหน้านั้น...

คุณจะเห็นว่าสีดำละเลงบุุคลาธิษโวหารไว้อย่างน่าละอายเพียงใด


ขอบคุณ...





SHARE
Writer
seedum
student
สีดำ

Comments

Gotsrwut
9 days ago
วันใดที่เธอรู้รู้เปลี่ยวเหงา
อย่างน้อยเธอก็ยังมี ..
มีเพื่อนอยู่รอบๆกาย
แม้มันจะโต้ตอบไม่ได้
แต่มันก็มีลมหายใจเหมือนกับเธอ
สีดำ ..
Reply
seedum
8 days ago
ระวังถูกหลอกด้วยโวหารนะ
Chomsuk
9 days ago
ศัพท์แสง
Reply
Chomsuk
8 days ago
อ๋อ​ ฉันเขียนก๊อกแก๊กไว้ในเว็บหนึ่ง​ ไว้จะส่งลิงก์ทิ้งไว้ในอินบ๊อกของคุณ​ อ่านงานฉันแล้วห้ามขำความก๊อกแก๊กนะ​ 5555
seedum
8 days ago
ทุกชิ้นคือศิลปะๆๆๆไม่เคยคิดแบบนั้นกับงานของใครเลยแต่ก็แอบมีบ้าง55555ขอบคุณที่เผื่อแผ่เรานะ
Chomsuk
8 days ago
แต่ก็แอบมีบ้าง​ 555​