Heavy Rotation - AKB48
อยู่ดีๆ ก็อยากเขียนถึงเพลงนี้ 555+

ตอนนี้กระแสของ BNK48 ดีขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะหลังจากออกเพลง 'คุกกี้เสี่ยงทาย' ออกมา
โอเคแหละว่ายังมีเสียงจากแฟนๆ บางส่วนที่บอกว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ยิ่งถ้าลองเอาไปเปรียบเทียบกับเพลงต้นฉบับของ AKB48 เองอย่าง 'Fortune Cookie' ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2013 ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นไปใหญ่

ทำให้อีกหลายคนตั้งตารออีกเพลง, เพลงที่ทุกวันนี้บรรดาแฟนๆ ก็ยังถือว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดของ ABK48 อย่าง Heavy Rotation ว่า BNK จะทำได้ถึงขนาดไหน

นั่นสิ เพลงนี้มันดี มันสำคัญ ขนาดนั้นเชียวเหรอ
คำตอบคือ เพลงนี้ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับ AKB48 หรอก 
แต่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของวงการเพลงญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้เลยทีเดียวแหละ

ย้อนกลับไปซักสิบกว่าปีที่แล้ว ช่วงนั้นกระแสของวงการบันเทิงเกาหลี กำลังแพร่กระจายไปทั่วเอเชียและทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่หนังรักเกาหลี ซีรีส์พีเรียดแบบแดจังกิม หรือแม้กระทั่งแฟชั่นการแต่งหน้ากับเครื่องสำอาง วัฒนธรรมเกาหลีแพร่กระจายรวดเร็วไม่ต่างกับคลิปไวรัลในเฟซบุ๊คในตอนนี้ แน่นอนว่าในธุรกิจเพลงก็ไม่ต่างกัน

เพลงป๊อปเกาหลีตอนนั้น (อาจจะรวมไปถึงตอนนี้ก็ด้วย) สะเทือนวงการทั้งหมดด้วยการออกเพลงที่มีบีทหนักๆ ผสมกับเสียงอิเล็คโทรนิค เสริมด้วยจังหวะท่อนแร็ป และท่าเต้นแบบสตรีทฮิปฮอป กึ่งๆ จะหนักจนเป็นครัมพ์ด้วยซ้ำ มันสร้างให้เกิดแนวดนตรี category ใหม่ ที่เรียกว่า K-Pop ขึ้นมาเลยทีเดียว

เอกลักษณ์อันลงตัวที่ค่อยๆ บ่มเพาะขึ้นมานี้ ทำให้ความนิยมของศิลปินเกาหลีในตอนนั้นอย่าง    ดงบังชินกิ, Wonder Girl หรือ Rain พุ่งขึ้นสูงมาก จนถึงขนาดเข้าไปตีในหนึ่งในตลาดเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดของโลกอย่างญี่ปุ่นได้

บวกกับกระแสเพลงญี่ปุ่นตอนนั้น ก็เรียกว่าไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลยมาหลายปี วงอย่าง SMAP หรือ ทักกี้ & สึบาซะ ก็ (เริ่ม) แก่แล้ว, Morning Musume เองกระแสก็แผ่วๆ ลงไป วงร็อคใหม่ๆ ที่ยังคงค่อนข้างยึดติดกับอิมเมจของ X Japan, KLAY หรือ L'Arc~en~Ciel ก็ยังขึ้นมาเทียบไม่ได้

วงการทั้ง Rock/Pop ของญี่ปุ่นที่กระแสซาๆ และไม่ค่อยได้ขยับตัวตามโลกเท่าไหร่ เจอเพลงคลื่นใหม่เข้าไปแบบนี้ก็ระส่ำระสาย คนญี่ปุ่นเองแม้ว่าจะไม่ชอบคนเกาหลีเป็นทุนเดิม ก็ยังยอมรับเพลง K-Pop เข้าไปในกระแสหลัก

วงเกาหลีคลื่นลูกที่สองหลังจากนั้นที่เข้ามานั้น ตีกระแสเพลงญี่ปุ่นจนแตกกระจุย ข่าววงการบันเทิงญี่ปุ่นตอนนั้นมีแต่ข่าวของ T-ARA, Girls' Generation, Big Bang, 2PM จนคนญี่ปุ่นหลายคนก็ยังไม่แอบรับไม่ได้ว่ามันจะแรงถึงขนาดนี้

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่วงการเพลงญี่ปุ่นมีความใกล้เคียงกับคำว่าล่มสลายมากที่สุดเลยละมั้ง เท่าที่จำได้ล่ะนะ กระแสกระทบมาถึงเมืองไทยจนนิตยสารแนวๆ ญี่ปุ่นแถวๆ นี้ปิดตัวกันไปเลยทีเดียวแหละ 555

ทันใดนั้นอยู่ดีๆ ชื่อของ AKB48 ก็ทะลุแทรกกระแสทั้งหมดขึ้นมา
ด้วยเพลงที่ชื่อว่า 'Heavy Rotation' ในปี 2010

ถ้าจะเขียนต่อไป คงต้องเขียนถึงที่มาของ AKB48 ซักนิดนึงก่อน ความเป็นจริงวงนี้เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ 2005, เริ่มมีเพลงครั้งแรกประมาณปี 2007 ด้วยความคิดที่ว่า 'ไอดอล' ควรจะเข้าถึงได้จริงๆ แบบว่า ไปเดินเล่นที่อะกิบาฮาระ ก็เจอไอดอลได้

ก็เลยเป็นชื่อที่มาของ AKB48 หรือ อะกิบะ-ชิบะ

AKB48 เองถูกสร้างขึ้นมาให้ไอดอลเป็นกึ่งๆ คนธรรมดานี่แหละ มีความธรรมชาติ มีช่วงที่ไม่ได้แต่งหน้าบ้าง มีความผิดพลาด มีความพยายาม และที่สำคัญที่สุดก็คือ มีการเติบโต, ทั้งคนดูและตัวไอดอลเองก็จะเติบโตไปพร้อมๆ กัน

มีเรื่องเล่าว่าครั้งแรกที่ AKB48 ขึ้นแสดงในเธียร์เตอร์นั้น มีคนดูแค่ 7 คนเท่านั้นเอง แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ทุกคนหมดกำลังใจ การเดินทางนั้นมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่มีทางหรอกที่ทุกอย่างจะโรยไปด้วยกลีบดอกไม้

หลายสิ่งหลายอย่างค่อยๆ เกิดขึ้นกับแบรนด์ AKB จนการเติบโดนั้นเดินทางมาถึงเพลง Heavy Rotation ที่เป็นการหักหัวขึ้นของกราฟเอ็กซ์โปเนนเชี่ยลอย่างแท้จริง

ด้วยดนตรีหนักๆ ของกีต้าร์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีญี่ปุ่น เบสกับกลองของเพลงที่พร้อมทำให้ทุกคนเต้นตาม มากับจังหวะที่ติดหูตั้งแต่ครั้งแรก เนื้อเพลงเกี่ยวกับความรักอันสดใสของเด็กหญิงวัยรุ่น และที่สำคัญที่สุดคือท่อนฮุกที่ร้องว่า

I want you ! 
I need you ! 
I love you !

ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงที่ทุกคนฟังแล้วต้องสะดุด แม้จะเป็นการฟังครั้งแรก แต่มันจะเข้าไปฝังอยู่ในหัวของคุณอย่างเอาไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณได้ดู MV ของเพลงนี้ ที่ตอนนั้นมีคนให้นิยามว่าดูแล้วเหมือนกำลังทำผิดกฎหมายพรากผู้เยาว์ มันทำให้คุณไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องมนต์สะกดของมันจนจบเพลง

Atama no naka
Gangan natteru music
Heavy rotation !!

เพลงนี้ทะยานขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่ จนแม้กระทั่งหน้าจอขนาดยักษ์ตรงแยกชินจุกุ ที่ในตอนนั้นเปิดแต่เพลง K-Pop ยังเริ่มกลับมาเปิดเพลงนี้ และเมื่อมันเปิดขึ้นก็เหมือนกับทุกคนถูกสะกดจิต แม้กระทั่งคนเมืองหลวงอย่างโตเกียว ที่คนนั้นเดินแทบไม่มองใคร แถมยังเดินเร็วยังกับเสือชีตาร์ ยังต้องหยุดดูเพลงนี้

เสียงเพลงของ Heavy Rotation เปิดทุกที่จริงๆ ในตอนนั้น ตั้งแต่ในร้านขายของชำในฮอกไกโด จนไปถึงอู่ซ่อมรถในโอซาก้า

นั่นคือจุด Turning Point ที่แท้จริงของวงการเพลงญี่ปุ่น

ไม่เพียงกระแสของ AKB48 จะกระจายไปอย่างฉุดไม่อยู่ มันฉุดเอาธุรกิจเพลงที่ซบเซาของญี่ปุ่นขึ้นมาด้วย เม็ดเงินในระบบวงการเพลงที่แย่มาหลายปี ถูกถมเข้ามาอย่างเรียกว่าไม่ทันตั้งตัว และเพราะว่าแนวทางของ AKB นั้นสร้าง Engagement กับแฟนเพลงอย่างสูงมาก มันค่อยๆ ตีกระแสของ K-POP ที่ตอนนั้นบูมถึงขีดสุด

จนสุดท้ายจากการแสดงในเธียร์เตอร์นั้น มีคนดูแค่ 7 คน พุุ่งขึ้นไปจนถึงการแสดงในโตเกียวโดม 3 รอบที่มีคนเต็มทั้งสนาม แต่ละจังหวัดของญี่ปุ่นแทบจะออกวงที่มีคำว่า 48 ตามท้ายออกมาทุกจังหวัดเลยก็ว่าได้

ไม่แปลกเลยที่เหล่าบรรดาแฟนๆ ยังคงยกให้เพลงนี้ถือเป็นเพลงชาติ AKB แม้ว่าจะผ่านมา 7 ปี และบรรดาเหล่าเซ็นบัทสึของเพลงนี้ จะทยอยแกรดออกไปกันหมดแล้ว

มันเป็นเพลงที่สร้าง Impact ได้เหลือเชื่อมากจริงๆ
เหมือนกับชื่อเพลงนั้นทำนายอนาคตออกมาได้ไม่มีผิด

Heavy Rotation
SHARE

Comments

myday
2 years ago
เวลาร้องต้องเป็น เฮบี้ โรเตชั่ง ด้วยยยย
Reply
Padfoots
2 years ago
เพลงนี้ก็ต้องร้องยังงี้ล่ะครับ ไม่งั้นไม่ใช่ของจริง ชื่อเล่นเพลงนี้ยังชื่อ 'เฮบิ' เลยด้วยซ้ำ 55
nananatte
2 years ago
คิดถึงยูโกะ.... แง้....
Reply
Ai_Nara
2 years ago
คิดเหมือนกันเลยค่ะ 

Reply