ภาพฝันในจักรวาล
ฉันไม่รู้หรอกว่า มีจักรวาลไหนไหม ที่ความคิดถึงมีตัวตน.
ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคงคิดถึงคุณ
ที่ไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้อยู่ดี
มันก็คงจะดีถ้ามีกันอยู่ ..แต่หากไม่มีอยู่
ก็ขอบคุณที่ดำรงอยู่ในความคิด ความเช่ือ ภาพฝันในจักรวาลที่จับต้องได้ในความรู้สึก

คุณรู้ไหม. คุณเป็นกำลังใจในวันเวลาที่ว่างเปล่า

ตื่นจากฝัน หลายครั้งที่ไม่เคยเห็นภาพตอนจบ
ฉันและคุณพูดคุยกัน การแลกเปลี่ยนที่ไม่แน่ชัดทางกายภาพ
ทุกคำถามที่คุณตั้ง หรือทุกคำตอบที่คุณเอ่ย
แท้จริงแล้ว เป็นคำตอบในความคิดของฉันรึเปล่า?
ทุกประโยคที่คุณพูดออกมา เมื่อได้ฟัง ถึงได้เข้าถึงใจ เข้าจิตเข้าใจฉันแบบนี้
มันชัดเจนในมโนภาพของฉันเหลือเกิน

ความสมดุล ; การรักษาความสมดุลหรือบาลานซ์ ระหว่างร่างกาย กายหยาบ(กายภาพ)
และความคิด จิต กายละเอียด(มโนภาพ)

ฉันเคยกังวลว่าวันหนึ่งจะหลงยึิดติดคุณ
พูดแบบนั้นก็ไม่เชิง ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับคุณมากกว่า
เหมือนที่เคยสารภาพกับคุณวันที่ดาวบนท้องฟ้าชัดเจนกว่าพระจันทร์ว่า
"โลกความจริงที่โดดเดี่ยว ทำให้ฉันไม่อยากเดินต่อ แต่ค่ำคืนที่ฉันเฝ้ารอ
ก็ผลักให้มีแรงก้าวต่อ เผื่อให้ผ่านไปจนถึงเวลาที่จะได้เจอกับคุณ"
"พูดเป็นนิยายเลย โลกที่คุณอยู่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ?" คุณหัวเราะ
"มันก็อยู่ได้ ผ่านไปวันวัน การทำงาน เพื่อน ชีวิตประจำวัน ก็มีอะไรให้ทำเยอะอยู่นะ"
"แต่บางครั้ง ฉันก็อยากมีใครสักคนรับฟัง ปลอบโยน ผ่านเวลาไปด้วยกันนี่นา"
"ผมก็ไม่ได้อยู่กับคุณทุกเวลาสักหน่อย"
"มันก็ใช่ ผู้ฟังที่ดีไม่ได้สักแต่จะฟังฝ่ายเดียว เขารู้เองว่าควรจะฟังตอนไหน พูดตอนไหน หนักเบาอย่างไร การเดินทางของการสื่อสารไม่ได้อยู่ที่ว่าฟังแล้วจะจบหรือพูดแล้วจะคลี่คลาย มันคือการปลอบโยนอย่างเข้าใจ"
"หลักการมาเต็ม อย่างผมนี่พอใช้ได้ไหมครับ"
"ฉันก็พูดให้เห็นภาพไปอย่างนั้นแหละ"
"แต่สารภาพเลยนะ ว่าสิ่งที่คุณเป็น ที่คุณตั้งใจ เข้าใจอย่างไม่พยายาม เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในเวลานี้ของฉันเลย"
"ผมก็ตามน้ำไปอย่างนั้น"
"ผมคิดว่าคุณต้องเคยได้ยินมาว่า วันที่เราเป็นผู้ระบาย คือ วันที่อยากเป็นผู้บรรยาย วันที่เราเป็นผู้รอระบาย คือ วันที่ได้รับหมายให้เป็นผู้ฟัง ผู้ระบายขอให้ได้บรรยาย เราเพียงวางตัวเป็นผู้รอระบายที่รับฟังอย่างตั้งใจ ความสบายใจเติบโตขึ้นพร้อมความรู้สึกที่ดี รู้สึกเป็นคนพิเศษ"
"อาจเป็นแบบนี้ คุณเลยรู้สึกว่า ผมเข้าใจคุณเหลือเกินก็เป็นได้นะ"
"ใจร้ายจังเลย ฉันเพิ่งสารภาพรักไปนะ ว่าฉันรู้สึกดีใจที่มีคุณอยู่บนโลกใบนี้"
"ผมก็เพิ่งสารภาพไปครับ ว่าผมรู้สึกดีใจและขอบคุณมาก ที่ให้ผมมีตัวตนบนโลกของคุณ ถ้อยคำที่พูดไปนั้นก็แค่อ้อมค้อมให้คุณสบายใจในโลกคู่ขนานที่ไม่มีผมอยู่ด้วย"

หรือคืนวันนั้นที่ท้องฟ้ามืดสนิทกว่าที่เคย
"วันนี้เหนื่อยจังเลย อยากให้คุณมาทำงานกับฉันจัง จะรู้ว่าฉันตั้งใจอยู่นะ แม้จะยังไม่เก่ง ไม่มีความสามารถพิเศษอย่างใคร ก็พยายามอยู่"
"พยายามให้สุด นั่นถือว่าดีที่สุดแล้วนะครับ สำหรับผมน่ะ"
"มันก็ใช่ แต่มันยังไม่พอ"
"คุณรู้ว่ามันยังไม่พอ แปลว่าพยายามได้อีกรึเปล่า"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ โอ้ยย นี่คุณต้องโอ๋ฉันสิ"
"ฮ่าๆ ครับๆ อาจารย์ของผมเคยบอกว่า คนนั่งนิ่งหรือจะสู้คนยืนนิ่ง อย่างน้อยคนที่ยืนมีความพยายามมากกว่าในระยะเวลาเท่ากัน แต่แน่นอนว่าคนที่เคลื่อนไหว คือ คนที่พยายามปรับที่สุดในข้อจำกัด"
"ปรัชญาอะไรเนี่ย ไม่เข้าใจเลย"
"เป้าหมาย ปรับจูนได้ตามความเคลื่อนไหว"
"คุณมีหนึ่งเดียว ผมมีหนึ่งเดียว"
"ทุกการทำงาน ทุกความเคลื่อนไหว แปลว่าคุณคือหนึ่งเดียว มันอาจจะมีแพทเทิร์นในกฎการทำงาน แต่วิธีการคิด วิธีการทำงานกลับเป็นสิทธิ์ของคุณทั้งหมด"
"รูปร่าง หน้าตา น้ำเสียง การกะพริบตา ท่าทาง คุณมีคนเดียวในโลก"
"สิ่งที่ง่ายจะไม่ยาก สิ่งที่ยากจะไม่ง่าย"
"ผมชอบที่คุณเป็นตัวคุณ"
"โอเค ฉันจะถือว่าคุณโอ๋ฉันนะ ถึงจะออกนอกเรื่องไปเยอะก็เถอะ"

.

"พรุ่งนี้ฉันจะได้เจอคุณไหม?"
"เจอสิ ถ้าคุณยังฝันถึงผมอยู่" 

ภาพฝันในจักรวาล-เขียนไขและวานิช
https://soundcloud.com/saroat-yodying/wav

SHARE
Writer
nicecii
^___^
nice to meet you : ) เราอยากตื่นเช้ามาเพื่อพบว่าเวลาที่ผ่านไปเป็นเพียงตัวเลขที่มากขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาที่อยู่บนโลกมานานเท่าไร ถึงได้พบว่าความเก่าใหม่ไม่ได้ห่างหายหรือเหินห่างเพียงแค่จังหวะที่ไปข้องเกี่ยวจดจำประสบการณ์ของการหายใจ.

Comments