เสน่ห์กีฬา…ที่สัมผัสได้
ทำไม..ใครหลายคน จึงออกกำลังกายเป็นประจำ
ทำไม..คนที่ออกกำลังกายส่วนใหญ่ จึงมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์
ทำไม..นักกีฬา จึงมีความคล่องตัวสูง
และทำไม..นักกีฬา จึงรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย และมีสปิริต

เราเอง…ก็ไม่ใช่คนชอบเล่นกีฬามาก่อน จะเป็นเด็กเรียนซะมากกว่า
แต่พอเข้าวัยทำงาน…ก็เพิ่งจะสนใจเล่นกีฬา เพื่อเป็นการออกกำลังกาย
จากที่ไม่เคยชอบการวิ่ง..กลับกลายเป็นคนชอบวิ่งตอนเช้าๆ
จากคนที่ชู้ตลูกบาสไม่ค่อยจะลงแป้น..ก็กลายเป็นคนที่ชู้ตบาสแบบยืนๆ นิ่งๆ ได้รอบวง
จากคนที่ทิ้งการเต้นไปตั้งแต่สมัยยังละอ่อน..ก็กลับมาสนใจแอโรบิกอีกครั้ง
และจากคนที่ตีแบตไม่เก่ง..ก็ยังคงตบไม่เก่ง แต่รู้จักหยอดมากขึ้น ^^

เหตุผลที่ทำให้หันมาสนใจออกกำลังกาย..ก็เพราะอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
แต่เหตุผลที่แท้จริง ที่ทำให้การออกกำลังกาย..
มันมีอะไรมากกว่าแค่การรักษาสุขภาพ ลดความอ้วน หรือสร้างกล้ามเนื้อ
เป็นเสน่ห์ และประโยชน์ ที่ยอดเยี่ยม

ยกตัวอย่าง 4 เสน่ห์กีฬา ที่สัมผัสได้ ดังนี้


1. วิ่งจ๊อกกิ้ง 

นอกจากจะช่วยทำให้ปอดแข็งแรง เพราะต้องฝึกการหายใจให้ถูกจังหวะแล้ว
ยังช่วยฝึกให้เราพยายามขึ้นอีกนิด ในเวลาที่เราบอกว่า…ไม่ไหวแล้ว..^^|
แล้วพอเราทำสำเร็จ เราจะรู้ได้ทันทีเลยว่า “ขีดจำกัด..มันไม่มีขีดจำกัด”
นำไปปรับใช้ในการทำงาน หรือการลงมือทำสิ่งใดได้ดีเลย

โดยเฉพาะเวลาที่เราบอกว่า..เหนื่อยแล้ว..ไม่ไหวแล้ว..
เราก็จะคิดได้ว่า ในเมื่อตอนวิ่งเรายังทำได้ เรื่องไหนๆ เราก็น่าจะทำได้ไม่ต่างกัน


2. แอโรบิค 

ช่วยทำให้ร่างกายเราสมส่วนยิ่งขึ้น เอวคอดลงได้ หน้าท้องแบนราบได้
แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ทำให้เราเกิดสมาธิ โฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ดีมาก
เพราะในเวลาที่เรากำลังเต้นตามคนนำเต้น เราจะคิดเรื่องอื่นไม่ได้เลย
เพราะจะทำให้เราเต้นตามไม่ทัน ยิ่งเป็นท่ายากๆ ด้วยแล้ว พอใจลอยนิดหน่อย ก็ไปไม่เป็น

คราวนี้พอเราไปทำงาน..เราจะมีสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ช่วยให้เราตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น เพราะมีสติสัมปชัญญะมากขึ้นนั่นเอง


3. บาสเก็ตบอล 

กีฬานี้ ยังไม่ได้เล่นจริงๆ จังๆ
เพียงแค่ฝึกชูตส์บาสให้ลงห่วงเท่านั้นเอง แต่แค่นี้ก็เหนื่อยได้นะ
เคยลองเล่นปีละครั้ง ครั้งละไม่กี่วัน ไม่น่าเชื่อว่า จะชู้ตลงง่ายกว่าที่คิด
ก็ไม่ใช่ว่าจะชู้ตลงทันทีในทุกลำดับขั้น แต่ก็ชู้ตลงเร็วกว่าที่คาดคิดไว้

ถามตัวเองว่า..ทำไมถึงชู้ตลงห่วงได้นะ
ตอนชู้ตลงเราคิดอย่างไร และตอนชู้ตไม่ลงเราคิดแบบไหน
ก็ได้ข้อสรุปว่า ส่วนใหญ่ที่เราชู้ตลง เพราะใจเราคิดว่าลงห่วงแน่
เมื่อเรามีความมั่นใจ ท่าทางการโยน การวางมือจะนิ่ง จังหวะที่โยนก็สมดุล
และเมื่อเรายังชู้ตไม่ลง อย่างน้อย เราก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ...
ครั้งต่อไป เราควรจะลดหรือเพิ่มแรงอย่างไร
แต่ในครั้งใดที่เราชู้ตไม่ลง ตอนนั้นใจเราไม่มีสมาธิ 
และคิดไปว่า ไม่ลงแน่ และก็ไม่ลงห่วงจริงๆ ด้วย
เพราะเมื่อเราคิดว่าไม่ลง เราก็ไม่ตั้งใจ และไม่วางท่าทางที่สมดุลกับการชู้ตบาส

#การทำงาน หรือลงมือทำสิ่งใดก็เช่นกัน
ถ้าเราคิดว่า เราทำได้ เราก็จะหาวิธีการที่เหมาะสมทำมันจนได้
แต่ถ้าใจเราคิดว่า ทำไม่ได้แล้ว เราก็จะไม่มั่นใจ และไม่มีความพยายามเท่าที่ควร

กีฬาบาส จึงสอนให้เรารู้ว่า ถ้าเราพยายามฝึกฝน เราก็สามารถทำได้ ขอแค่ให้เรามั่นใจ

“เพราะความมั่นใจ คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ”
 
4. แบดมินตัน 

กีฬาชนิดนี้ สนุกตรงที่เราได้ตอบโต้ และพยายามเอาชนะฝ่ายตรงข้าม
ยิ่งถ้าได้เล่นเป็นทีมแล้ว ยิ่งต้องฝึกการเล่นให้เข้าขา ไม่เช่นนั้น ก็จะมีแค่คนเดียวที่เอาแต่ตี
และอีกคนก็เอาแต่ตั้งรับ มันน่าเบื่อนะ ถ้าเป็นแบบนั้น
แบตมินตัน สนุกตรงที่มี ตบ มี หยอด สารพัดจะตี
ตีอย่างไรก็ได้ ให้ผ่านตาข่าย แต่ไม่ให้ออกนอกเขต

# การใช้ชีวิตก็เช่นกัน เราจึงควรรู้จักจังหวะชีวิต
ช่วงไหนควรผ่อนหนักผ่อนเบา หรือควรผ่อนปรน
ชีวิตจึงจะมีรสชาติ


ใครมีกีฬาโปรดอะไร และกีฬาชนิดนั้นมีเสน่ห์อะไรบ้าง แลกเปลี่ยนกันได้
จะได้ไปลองเล่นบ้าง ^^

เพราะกีฬา..ไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่ให้มีสุขภาพที่ดี
ยังช่วยเปลี่ยนตัวเองให้มีชีวิตที่ดีจากทักษะที่ได้ฝึกฝนอีกด้วย

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ ^^|

# takuma
SHARE
Written in this book
Cheer up
แชร์ไอเดีย เชียร์ให้กำลังใจ
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments