วันที่ 7 หลัง สอบ defense
วันนี้เริ่มตั้งสติได้แล้ว หลังจากโดนรุมยำในวันสอบ สิ่งที่ไม่เกินความคาดหมายคือ การแก้เล่มซึ่งมีแน่นอนอยู่แล้ว เรายังเป็นมือใหม่ในการเขียนthesis ภาษาอังกฤษคงยากที่จะเขียนได้ครบถ้วนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ คอมเม้นต่างที่ได้รับมาก็มีประโยชน์ควรเพิ่มเติมจริงๆ แต่....ความโหดร้ายมันเกิดหลังจากนั้น ผมถูกกล่าวหาว่าปิดบังผลวิจัย ต้องโดนซักถึงหลุดมา ถ้าเป็นแชร์แมน เราคงโอเค เพราะเขาไม่ได้ร่วมทำมาตั้งแต่แรก การที่เราพูดไม่ครบหรือใส่เนื้อหาไม่ครบเพราะเข้าใจผิดคิดว่าไม่สำคัญ ก็คงไม่แปลก แต่นี่มาจากปากที่ปรึกษา ซึ่งไม่ตอบ email ผม ตอนผมถาม แถมยังบอกอีกว่าผมไม่ยอมเข้าไปปรึกษา ผมก็งงๆ นิดนึงว่าการที่เราเกรงใจเห็นว่า อาจารย์ไม่ว่างพอ แม้กระทั้งตอบเมลล์ เลยไม่ถามมันผิดเหรอ เราก็ถามคนที่ว่างแล้วไง คนที่ตอบเมลล์เราก็ถามตลอด โทรหาเวลาอ่านเมลล์แล้วไม่เคลียร์ แถมยังบอกอีกว่าแค่นี้ปกปิดอีกหน่อยถ้าทำแผนการรักษาคนไข้ผิดก็ปกปิด สำหรับวิชาชีพผมถือว่าแรงมาก แต่ช่างเถอะเขาคงไม่ได้คิดว่าเราจะเสียใจแบบนี้ ทำไงได้ก็เรานับถือเขาอ่ะ เราเลยเสียใจ เสียใจเหมือนเด็กถูกตี รู้สึกแย่ที่เขาตัดสินเราแบบนั้น แต่ตอนนั้นยังรู้ตัวนะว่าไม่ควรเถียงเพราะต้องครองสติ ทำความเข้าใจและจดจำสิ่งที่เราต้องแก้ไข เกินกว่าจะรับได้จริงๆ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับถ้อยคำใน Bible คนโง่ที่รู้ว่าตอนไหนควรเงียบ ยังนับว่าฉลาด ตอนนี้เข้าใจเลยว่าทำไมเราต้องเตรียมใจอะไรแบบนั้น เพราะถ้าพูดอะไรโง่ๆไป คงไม่ดีกับเราเอง 
สำหรับตอนนี้คงได้แต่หวังว่าวันนึงเราคงเข้าใจอาจารย์มากขึ้นความหมายจริงที่เขาจะสื่อ และเรียนรู้การเลือกคำที่ไม่ทำร้ายจิตใจผู้อื่นเมื่อเราโตขึ้นแต่เป็นการติเพื่อก่อ ขอบคุณเวลาที่เลวร้ายที่กระทบจิตใจที่ช่วยให้เราแข็งแรงไปอีกขั้น
SHARE
Written in this book
บ่นไปสิ
Writer
Darknuys
Lecturer
กำลังพัฒนา

Comments