1 + 0 = 🎈
ในวันที่ผมไม่มีแม้แต่ตัวอักษรสักตัวในสมองที่กลวงเปล่า

ชีวิตมันช่างจืดชืดยิ่งกว่าชาไร้น้ำตาลของร้านที่ดังว่อนในทวิต ทั้งๆที่ผมเลื่อนผ่านมันไปแต่กลับนั่งรถเมล์ในระยะทางหลายกิโลเพื่อลิ้มลองมัน

และรสชาติก็เป็นไปตามคาด....ผมจะไม่แตะมันอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม

ผมอาจเป็นคนที่ดูโง่เขลาที่กล้าท้าทายทุกสิ่งด้วยตัวคนเดียว ถึงอย่างนั้นผมก็มีความสุขกับมันดีในชีวิตที่ดูเรื่อยๆ สำหรับผมแล้วมันเหมือนกับการที่ผ่านชั้นหนังสือสักชั้นและเตะตากับสันหนังสือที่กำลังเรียกร้องหาผม

ผม...ที่ชอบนั่งมองครอบครัวที่อบอุ่น การที่เด็กน้อยสองคนขีดๆเขียนๆภาพวาดตรงหน้าแม่ผู้อันเป็นที่รักมันทำให้ผมนึกถึงบทเพลงหนึ่งขึ้นมา

เมโลดี้ที่พลิ้วไปตามสายลมและเสียงเปียโนที่ค่อยๆกล่อมเสียงอันไพเราะให้พัดผ่านสะพานแห่งหนึ่งท่ามกลางมหาสมุทรที่ซึ่งไม่มีใครค้นพบ

อาจจะมีเพียงผมคนเดียวที่พบสะพานแห่งนั้นแต่...ผมก็ลืมมันไปได้อย่างง่ายดาย

มีเพียงบทความที่ผมขับกล่อมผ่านปลายดินสอที่ไหลขึ้นลงตามคลื่นทะเล ทั้งลูกเล็กและลูกใหญ่ ผมรวบรวมคลื่นเหล่านั้นและส่งมันไปบนฟ้าเหมือนกับลูกโป่งที่ผมปล่อยมันออกไปให้ผ่านหมู่เมฆและฝันถึงจักรวาลอันไกลโพ้น...

บางทีมันอาจไกลเกินกว่าที่ลูกโป่งจะทะยานขึ้นไปแต่ในใจของผมลูกโป่งลูกนั้นคงอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวและพื้นหลังสีดำสนิท

ในความฝันผมพยายามที่จะแต่งเติมเรื่องรักสักเรื่องแต่มันก็ล้มเหลว

เพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้เลย

ผมพยายามสร้างตัวตนที่เหมือนโรมิโอ ใฝ่หาจูเลียตที่รออยู่บนยอดปราสาทแต่กลับกลายเป็นว่าผมเป็นโรมิโอที่เอาแต่นั่งเฉยๆและมีกองหนังสือตั้งอยู่เคียงข้าง

ป่านนี้จูเลียตของผมคงหนีไปแต่งงานมีลูกแล้วมั้ง...

กองหนังสือมากมายบอกได้เล่าเรื่องรักให้กับผม
ผมรู้สึก
ผมสัมผัส
ผมลึกซึ้ง
...แค่ช่วงเวลาที่ผมกางหน้ากระดาษออกมาเท่านั้น

เพียงแค่ผมปิดมันลง ผมก็ลืมความรู้สึกนั้นไปหมดสิ้น


ผมพยายามเขียนเรื่องรักให้เข้าถึงเสียงคลื่นแต่มันกลับไร้แก่นสารเหมือนบทความที่ผมเคยบรรจงสร้างขึ้นมา


ผมมันอ่อนหัด

ความฝันเรื่องโรมิโอถูกผมทิ้งลงขยะและฝังกลบดินไป ผมจะสนใจเรื่องไร้สาระทำไมกัน...ในเมื่อตัวผมสำคัญที่สุด

ตัวผมที่สำคัญเกินกว่าใครๆ....


แต่ผมกลับทิ่มมีดคมลงบนต้นแขนและหลั่งน้ำสีสดออกมาไหลลงปนกับทะเลในอ่างอาบน้ำ

บางทีที่ผมพยายามสนใจเรื่องรักเพียงเพราะต้องการชะล้างความเศร้าที่ไร้เครดิต

มันเกาะกุมจิตใจเรื่อยๆจนยากที่จะใช้น้ำร้อนให้มันละลายหายไป

ผมเชื่อในตัวพระเจ้าแต่พระเจ้าของผมกลับทำเพียงแค่เฝ้ามองดูผมผ่านกระจก อีกฝั่งที่ผมไม่รู้จัก

ก่อนที่ลมหายใจจะขาดหายไป ผมลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำและระบายคลาบสีเลือดสกปรกออก

ความกล้าที่ไม่เพียงพอ มันช่างน่าสมเพช แม้แต่ความเจ็บปวดอันน้อยนิดผมยังกลัวตาย

ทั้งๆที่ตัวเองอยากหายไปจากโลกนี้ใจจะขาดแต่ความรู้สึกส่วนลึกกลับมองให้ผมยั้งมือไว้

ความรู้สึกนั้นเรียกว่าความกลัวหรือเปล่า(?) ผมก็ไม่แน่ใจ

แต่มันเรียกว่าเป็นศิลปะที่เละเทะที่สุดเลยก็ว่าได้

หัวใจผมบีบตัวอีกครั้งจนจุกที่ต้นคอเหมือนมีใครสักคนเทสาดสีกรอกใส่ปากของผมจนทะลักออกมา

มันทรมานแต่ก็น่าลิ้มลอง ผมติดใจทุกครั้งและต้องการมันในบางเวลา

ก่อนที่ผมจะกลายเป็นภาพวาด ผมได้ลงมือเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายส่งถึงคุณที่อยู่ไกลแสนไกลและแน่นอนคุณไม่รู้จักผม


แต่ผมกลับรู้จักคุณเป็นอย่างดี ผมรู้สึกเจ็บปวดและมีความสุขทุกๆครั้งที่ผมนึกถึงตัวคุณ

ตัวคุณที่ไร้เดียงสาและเข้มแข็งกว่าใครๆ

ถึงแม้ว่าผมจะยังไม่พบแต่ผมก็เชื่อว่าคุณมีตัวตนและอีกไม่นานเราคงได้เจอกัน

ต้องมีแน่ๆ...คนที่จะมอบลูกโป่งใบใหม่ให้กับผม

SHARE
Written in this book
Story from WHITEBEAR
ถ้าหากหมีขาวหยุดเล่นกับเจ้าก้อนสีขาวที่แฝงด้วยความหนาวเย็นและลองแต่งเติมตัวอักษรให้กับมันแทน :)
Writer
Tofuu_Bear
หมีขาว กับ เต้าหู้
เมื่อขนปุยกับนุ่มนิ้มมาเจอกัน..

Comments