เยือนทะเลสาปซีหู
การเดินทางครั้งนี้ เราอาจจะได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ที่เราอยากเจอและไม่อยากเจอก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งใดจากประสบการณ์ครั้งนี้ 
ขอข้ามตอนที่อยู่สิบสองปันนาไป แถบที่เราอยู่เป็นชานเมือง ไม่ได้ไปอยู่ในตัวเมือง เขาบอกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีร้านค้า มีตลาดกลางคืนบ้าง อาจเพราะทริปนี้เราไม่ได้มาเที่ยว orz ทำให้ไม่ได้ไปดูว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง  

ในวันที่อากาศเริ่มเย็นในช่วงค่ำ ออกเดินทางโดยนั่งเครื่องบินไปยังหางโจว (Hangzhou) 
หยุดพักที่โรงแรมหนึ่งคืน เพื่อที่ตอนเช้าไปทำธุระต่อที่หนิงปอ (Ningbo) 
มีปัญหากับเครื่องบินตอนมาจากปันนา ซึ่งเราอาจจะแพ้อากาศ เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะ หรือสาเหตุจะมาจากฮีตเตอร์หรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่มีอาการอึดอัดทางจมูก หายใจไม่ออก เครื่องบินลำเล็กแบบสองแถว แถวนึงมีสามที่นั่ง 
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้เลย แต่น้องบอกว่าเราอาจจะไม่ชินกับฮีตเตอร์ เพราะอากาศยังไม่หนาวเลย แต่เครื่องบินกลับเปิดฮีตเตอร์แล้วและเครื่องก็ดีเลย์นานกว่าเครื่องจะออก ถึงแม้ว่าลงจากเครื่องบินมานั่งในรถก็ยังเกิดอาการอีก เพราะรถไม่เปิดแอร์ เปิดฮีตเตอร์แทน ปิดหน้าต่าง มีอาการอึดอัด เริ่มหายใจลำบาก ต้องขอให้เขาเปิดกระจกหน้าต่างให้อากาศเข้ามา  

จากนั้นวันต่อมานั่งรถไฟความเร็วสูง (CRH - China Railway Highspeed) กลับไปยังหางโจว (Hangzhou) ประมาณ 1 ชั่วโมง ดู Gate ประตูง่ายและหาเลขที่นั่งตามที่ตั๋วแจ้งไว้ มีปลั๊กไฟให้ใต้เก้าอี้ กับโต๊ะพับให้นั่งทำงาน รีบนั่งปั่นงานส่วนตัวทันที ตั้งแต่มาที่จีนเวลานอนไม่พอ ขอบตาเป็นแพนด้าแล้ว  T v T ) 
ที่นี่ไม่เหมือนที่ปันนา พูดภาษาอังกฤษชัด ประกาศแจ้งชื่อสถานที่ว่าหางโจว ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าลงจากรถไฟ 

คนพื้นที่เขาอยากให้ดูทะเลสาปซีหูให้ได้ บอกว่าสวยมาก เขาเลือกโรงแรมที่ใกล้กับทะเลสาปและรถไฟใต้ดินให้ (อันนี้น้องรีเควสขอใกล้รถไฟ เผื่อเดินทางสะดวก) ในเวลานี้แอบเคืองคนนำทางที่มาด้วยดูอยากจะเที่ยวมากกว่า ดูท่าเจ้าหล่อนลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเรามาด้วยเรื่อง business   

เมื่อเปิดหน้าต่างโรงแรมออกไป คุณก็จะได้เห็นทะเลสาปนิดนึงที่โดนบังด้วยตึกโรงแรมและแนวต้นไม้ 555 
ออกจากโรงแรมมากับน้องกันสองคนเดินออกไปไม่ไกล ข้ามถนนใหญ่ไปและข้ามทางม้าลายด้านซ้าย เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอกับทะเลสาปซีหูแล้ว 

เวลาเดินดูมีไม่มาก เพราะมาถึงที่นี่ก็ตอนเย็นแล้ว จึงเดินถ่ายภาพวิว เก็บภาพพระอาทิตย์ก่อนจะลับตาไป อากาศหนาวแต่ไม่ถึงขั้นต้องใส่เสื้อกันหนาวแบบกันลมแบบที่หนิงปอ (สำหรับเรานะ แต่คนอื่นอาจจะรู้สึกหนาวกว่า) 
ท้องฟ้ามืดเร็ว พอหกโมงฟ้าก็มืดทันที ที่นี่มีร้านให้เช่าชุดจีนสำหรับถ่ายรูปแถวทะเลสาป ราคา 20 หยวน ก็ตกประมาณ 100 บาท ระหว่างที่เดินดูวิว ก็เห็นสาวสวยชุดจีนสีขาวเดินผ่านไป อยากจะวิ่งไปขอเขาถ่ายรูปจัง แต่ดูจากชุดแล้วเขาน่าจะเอาชุดมาเองมากกว่าที่จะเช่าจากร้าน มีร้าน Starbucks ริมทะเลสาป เหมาะที่จะนั่งชมวิว อากาศตอนเช้าน่าจะมีหมอกรอบทะเลสาป  

เดินเล่นไปตามทางเรื่อยๆ เพื่อสำรวจดูว่าแถบนี้มีอะไรบ้าง ก่อนจะกลับไปยังโรงแรมที่พักอยู่ ข้างโรงแรมนั้นมีย่านร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดนัดมากมาย เดินไปอีกหน่อยก็เจอห้าง outlet ลดราคาทั้งห้าง กลับมาที่ตลาดนัดซื้อสายชาร์จสำหรับไอโฟน 4 สายชาร์จอันก่อนน่าจะทำหายตอนอยู่บนรถไฟ (เพิ่งซื้อมาได้ไม่นานแท้ๆ ) orz 
ของที่นี่ราคายังถูกกว่าที่ปันนา อินเตอร์เน็ตไวกว่า (ก็เล่นไปอยู่ซะชานเมืองเลยนี่นา) 

ในใจก็อยากอยู่ที่หางโจวต่ออีกหน่อยนะ เพราะอยากดูพวกหอ สะพาน นางพญางูขาว ฯลฯ เห็นน้องพูดถึง แต่ก็อย่างที่บอกว่าทริปนี้มาด้วยเรื่องธุรกิจ ไม่ได้มาเที่ยวและคนที่มาด้วยก็ทำตัวให้ไม่อยากร่วมทางด้วย ความรู้สึกที่ไม่อยากเสียเวลาด้วยแล้วกับคนอย่างนี้เพิ่มพูนสะสมมาหลายวัน สู้เดินทางกลับดีกว่า 

หางโจวฉันจะมาเองเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะไม่ขอเสียเวลาให้กับคนที่ไม่ไว้ใจแล้ว ผลที่ได้รับตอนนี้คือปัญหาการหายใจ ไม่คุ้มเสียเลย ถ้าหายดีก็อาจจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้งก็เป็นได้ ซึ่งจากหางโจวสามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ได้ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง ตอนนี้คงต้องกลับมานอนพักก่อน


หากปากบอกว่า ทำธุรกิจต้องมีความเชื่อใจ การกระทำก็คือสิ่งที่บอกความจริงและทำลายทุกสิ่ง 
 
หากคุณมีเพื่อนที่ดีต่อกันด้วยความจริงใจ แม้ว่าจะมีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้อง ก็รักษาเขาไว้ให้ดี

 
 

SHARE
Writer
HASE
Sleeping Bunny
Daydreaming

Comments