You Are The Reason [SeolBo]

You're the one who let me fall for you over and over


'น่าขันนะ...ทั้งๆ ที่เราก็ดูเหมือนนามสกุลเดียวกัน แต่ทำไมไม่ยักกะดูสนิทกันเลย'


คำพูดเหล่านั้น คงดังก้องอยู่ในหัวใครต่อใครอยู่หลายคน มันไม่น่าแปลกใจนักหรอกที่พวกเขาเหล่านั้นจะมองแบบนั้น เพราะมองยังไงเราสองคนก็ดูเหมือนไม่ค่อยสนิทกันจริงๆ แม้ว่าเราจะเทรนด้วยกันมานาน อยู่หอห้องเดียวกันมาก็หลายปี แต่เราก็ยังมีช่องว่างและความห่างเหิน ที่แม้แต่น้องๆในวงก็มองเห็นมันเสมอ ยิ่งเวลาไปออกรายการไหน หรืองานอะไรก็แล้วแต่ บ่อยครั้งที่น้องๆมักจับให้เราต้องได้อยู่ใกล้ชิดกัน เป็นแกมบังคับว่ามันจำเป็น เพราะไม่อย่างงั้น เราก็คงกลายเป็นยิ่งไม่สนิทแล้วสุดท้ายก็จะมองหน้าไม่ติดกัน


โดยส่วนตัวซอลอาหรือพี่คนโตของวง มักเป็นสาวนิ่งไม่ค่อยเล่นมาแต่ไหนแต่ไร ไม่พ้นขณะที่อยู่ในช่วงเทรนเธอเองก็แทบไม่มีเพื่อน ไม่ใช่เพราะเธอพูดน้อย หรือว่าบุคลิกที่ดูหยิ่งหรอกนะ แต่เพราะเธอค่อนข้างเป็นคนขี้อาย บวกกับใบหน้าที่ใครมองก็ทำให้เธอดูเป็นคนดุในสายตาไปหมด มากกว่านั้นเธอยังเป็นคนชอบยิ้มมุมปากบ่อยๆอีกด้วย มันเลยดูเหมือนเธอไม่เต็มใจกับสิ่งนั้นๆเท่าไหร่ ดูเหมือนกลายเป็นประชด ต่อให้เรื่องนั้นเธอจะรู้สึกว่ามันก็ตลกดีเหมือนกัน

ไม่ต่างจากอีกสาวสวยผู้เดินทางไกลมาจากแดกู นามว่า 'โบนา' สาวใบหน้าสวยไปทุกมุมมอง เป็นคนที่แค่นั่งเฉยๆ ก็ดูเป็นการถ่ายทำโฆษณาหรือละครอะไรสักอย่างไปซะหมด เสือยิ้มยาก ที่ใบหน้าดุเสียใครๆก็กลัวไม่ต่างจากซอลอา


เสียงพี่ผู้จัดการสาวที่ดังมาไกลๆ กำลังบอกให้สองสาวเดินมาในทิศทางเดียวกัน



"ฟอร์มวงแล้วก็อย่าเกเรล่ะ หวังว่าเธอทั้งสองคนจะไม่คอยสร้างปัญหาให้พี่นะ" ทั้งสองพยักหน้ารับพร้อมๆกัน

"พี่รู้ว่าวงคนมันเยอะ แต่เพราะเราจำเป็นต้องขายยูนิตใหม่ เพื่อขยายและรองรับตลาดอุตสาหกรรม พี่คงต้องฝากพี่ใหญ่อย่างเธอทั้งสอง อย่าทำให้ตัวเองและวงขายหน้า แล้วก็โบนา..." เธอเว้นวรรคเสียคนโดนเรียกต้องเผลอกลืนน้ำลาย


"อย่าลืมที่เราคุยกันไว้นะ..." เธอกล่าวทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกไปจากห้องซ้อมเต้น การกระทำนั้นเลยทิ้งความสงสัยไปยัง พี่สาวคนโตของวงผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ


ซอลอาหันหน้ามามองโบนาอย่างงงๆ เธอรู้แค่ว่าพี่ผู้จัดการแค่เรียกโบนาไปปรึกษาเรื่องลายเต้น แต่ทำไมพอตอนที่หล่อนย้ำเมื่อกี้ มันดูทำให้โบนาดูหนักใจชอบกล จนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากถามน้องออกไปตรงๆ



"มีปัญหาอะไรเหรอ?" โบนาที่เกือบจิตหลุดรีบหันมาตามเสียงออกทุ้มของอีกคน
"อ๋อ...ป่าวหรอกค่ะ พี่เค้าแค่กำชับว่าห้ามให้ฉันลืมลายเต้นหลักเท่านั้นเอง" ไม่รู้ทำไม ซอลอากลับจับได้ถึงน้ำเสียงหวั่นไหวนั่น


เธอไม่ใช่เด็กแล้วที่จะดูไม่ออกว่าโบนาซ่อนความรู้สึกอะไรไว้ในน้ำเสียงนั่น แล้วเธอเองก็ไม่อยากคาดคั้นมัน เธอทำได้แค่เม้มปาก ขณะมองหน้าโบนาที่ได้เพียงแค่หันมายิ้มบางๆให้เธอ แล้วเดินออกไปจากห้องเท่านั้น ทิ้งให้ซอลอาต้องอยู่กับห้วงความคิด และคำพูดของเอ๊กซี่กับอึนซอ ที่ทั้งสองจับสังเกตุอยู่หลายครั้งว่า โบนาคิดเช่นไรกับเธอ...



"ไม่แปลกหรอกที่พี่จะไม่รู้...พี่โบนาเก็บความรู้สึกเก่งจะตายไป"
"นั่นสิ...เห็นนิ่งๆแบบนั้น ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกนะ แต่เพราะหน้าที่มันค้ำคอไง และฉันรู้ว่าพี่ก็คิดแบบนั้น"
"หืม? คิดอะไร!?"
"พี่ก็คิดเหมือนพี่โบนาไม่ใช่เหรอ?" ซอลอายิ่งงงในคำพูดของลีดเดอร์วงเข้าไปใหญ่


"พี่ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้คะ ว่าพี่โบนาชอบพี่เกินพี่น้องมาตั้งนานแล้ว..." คำพูดทิ้งท้ายของอึนซอ ยิ่งย้ำชัดในทฤษฎีความคิดในหัวเธอ




ที่อีกคนมักมีท่าทีห่างเหินและชอบทำตัวแปลกๆ เหตุผลทั้งหมดไม่ใช่เพราะเธอทั้งสองต่างมีบุคลิกที่คล้ายกัน แต่เพราะเสียงหัวใจที่ตีโต้กันอยู่ในอกต่างหาก ที่บอกว่าทุกอย่างมันกำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่โบนาพยายามหลบซ่อนเธออยู่ มันคือคำตำหนิที่ก่อนหน้านั้น โบนาเต้นเท่าไหร่ก็ไม่เข้าไลน์เต้นของตัวเองเสียที เพราะเธอเอาแต่แอบมองเจ้าตัวอย่างซอลอาอยู่ตลอด มากไปกว่านั้น มีหลายคนที่เห็นแววตาตัดพ้อในตนเองนั้น รวมไปถึงพี่ผู้จัดการด้วย




"กว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้มันยากนะ เธออย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเลย ชอบเค้าได้...แต่เธอก็ทำได้แค่ต้องเก็บเค้าไว้ให้ลึกที่สุดของใจ เส้นทางนี้กับสิ่งนี้มันไปคู่กันไม่ได้หรอกนะ"



คำพูดที่แสนเจ็บปวดจนโบนากลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหว คนที่เดินโซซัดโซเซออกมา เสมือนวิญญาณที่ไม่สิงอยู่กับร่าง เสียงฟ้าร้องที่ดังลั่นไปทั่วทั้งถนนในยามค่ำคืน หยาดน้ำฝนที่ค่อยๆโปรยปราย ใครคนหนึ่งที่เดินถือร่มคันใหญ่อยู่ในมือ กำลังเดินตามสาวตัวเล็กกว่าเธอท่ามกลางสายฝน หยาดน้ำใสเอ่อคลอ ราวกับเธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่หนักอึ้ง หน่วงอยู่ในทรวงอกของอีกคน มือเรียวเอื้อมคว้าข้อมือเล็กให้อีกคนหยุดเดิน สาวผมเข้มหันมามองเธออย่างตกใจ ทั้งสับสนปนเปไปหมด ทำไมคนที่เอาแต่วิ่งวุ่นวายอยู่ในหัว ถึงมาอยู่ตรงนี้ แถมเขายังมาพร้อมกับร่มในมือที่ช่วยกันสายฝนให้เธอทั้งสองด้วย


นัยน์ตากลมโตคู่นั้นช่างดูสั่นไหวไม่ต่างกับเธอ ผมที่ออกสีเงินม่วงให้ขลับผิวสวย ส่วนสูงที่ทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง มืออุ่นของเขาที่ทาบยังข้อมือเธอ เขาไม่ได้จับบีบมันให้เธอรู้สึกเจ็บ แต่กำลังทำให้เธอใจสั่นไหวจนแทบทรงตัวไม่อยู่




"ฝนตกนะ..." เขาเอ่ยได้แค่นั้น มันคงเป็นเรื่องธรรมดาของคนอย่างซอลอา ที่ไม่อาจหาคำพูดสวยหรูมาพูดปลอบคนตรงหน้า


"นี่พี่..." โบนาเองก็ทำได้เอ่ยเพียงเท่านั้น ทุกคำพูดมันถูกกลืนลงคอไปเสียหมด
"พี่ห่วง...เธอออกมาเดินคนเดียว มันอันตรายนะ" แม้จะเป็นเพียงใบหน้าเรียบเฉย ที่ไม่ได้ดูดุอะไร แต่น้ำเสียงนั่นเธอสัมผัสได้ว่าอีกคนทั้งห่วงและกังวลอยู่มาก ที่เธอออกมาเดินตากฝนคนเดียวกลางคืนแบบนี้



"กลับหอกับพี่เถอะนะ..." น้ำเสียงเว้าวอนในที นัยน์ตาสั่นไหวที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องใจอ่อนยวบ
"ฉัน..." เมื่อคำพูดที่ทั้งสองจะเอ่ยมันช่างยากเย็น



คนตัวสูงกว่าเล็กน้อย จึงขยับกลายเข้าไปใกล้ ใช้แขนข้างที่รั้งจับข้อมืออีกคน เปลี่ยนตำแหน่งไปยังเอวบาง ดึงกายให้อีกคนเข้ามาใกล้ แล้วทาบริมฝีปากอิ่มสวยลงยังตำแหน่งเดียวกัน โบนาที่จับต้นชนปลายไม่ถูกก็เบิกตาโพลง ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง เธออยากซึมซับทุกอย่างในตอนนี้เอาไว้ อยากหยุดเวลาเหลือเกิน อยากหยุดทุกอย่างไว้เพียงเท่านี้ เธอไม่อยากกลับไปทำเป็นคนที่ต้องคอยห่างเหินคนตรงหน้า เพียงเพราะมันเป็นเรื่องที่ดูไม่เหมาะสม ถอนริมฝีปาก ลอบสูดอากาศเข้าปอด ให้มีควันขาวๆเผลอลอยพวยพุ่ง



"ทำไมพี่ถึง..." โบนาก็ยังคงเดาท่าทีอีกคนไม่เคยได้สักครั้ง ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆซอลอาถึงเป็นฝ่ายออกมาตามหาเธอ ทั้งที่ควรจะเป็นน้องๆ 99 ไลน์มากกว่า


"เธอจะเอาแต่เดินหนีความรู้สึกตัวเองจริงๆน่ะเหรอ?" โบนาทำได้เพียงขมวดคิ้วแน่น "คิดว่าเธอคนเดียวเหรอที่รู้สึกแบบนั้น..." เธอไม่เข้าใจเลย มึนงงในหัวไปหมด "พี่ก็คิดแบบเดียวไม่ต่างกับเธอหรอก..." โบนาทำตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน



ตลอดเวลาที่ผ่านมามันไม่ใช่แค่เธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ซอลอาเองก็รู้สึกแบบเดียวเช่นกันกับเธอ แล้วซอลอาเองก็คงอึดอัดไม่ต่างกันที่ต้องเก็บความรู้สึกหนักอึ้งในอกนี้มาตลอด ทั้งสองได้แต่ใช้แววตาเป็นสื่อถึงกันอยู่ชั่วครู่ รอบข้างที่มีแค่เสียงสายฝนเท่านั้นที่ดังก้องสะท้อนกับเสียงในหัวใจ แล้วต่อจากนี้เธอทั้งสองจะต้องทำตัวยังไง ในเมื่อก็ต่างรู้ความรู้สึกของกันและกันแบบนี้



มันไม่ผิดใช่ไหมที่จะรู้สึก แล้วใครล่ะจะห้ามความต้องการของหัวใจที่แท้จริงได้กัน...


คำพูดที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ที่บอกตะโกนดังแข่งกับสายฝน ว่าเธอไม่ได้เดินอยู่คนเดียว...





"พี่ก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ โบนา..."



___________________________________________


ขอโปรยติ่งไว้เท่านี้ก่อนนะคะ แล้วจะกลับมาอัพต่อเจ้าค่ะ ^^
SHARE
Written in this book
You Are The Reason
Writer
KuNKriss
writer
Everything Happened In A Flash, It Bloomed In My Heart I Call It Love

Comments

Yoon1630
4 months ago
โอ้โหไรท์คะ จะร้องไห้ เอาเรื่องจริงมาแต่ง ฮือออ
Reply
KuNKriss
3 months ago
ฮรือออ...ก็คู่นี้มันดูสเปซเยอะอ่ะค่ะ ไม่รู้ทำไม เราก็ชอบหวีดเรือผีซะด้วยสิ55555
Reply