ทางเลือกในชีวิต
โลกนี้มันกว้างใหญ่มากนัก มากพอที่จะมีทางให้เราได้เลือกที่จะไปได้หลากหลายรูปแบบหลากหลายทาง ผมเฝ้ามองดูผู้คนรอบกายที่ต่างก็แยกย้ายจากกันไปภายหลังจากจบการศึกษา ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิตเป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่ง

เมื่อผมได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตที่มีอิสระ ชีวิตที่ไม่มีกรอบ และก็ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่มีใครมาบังคับ หรือกรอบหรือกฎเกณฑ์ใดๆที่ตายตัวว่าเราจะต้องทำอย่างไร มันก็ทำให้ผมรู้สึกเคว้งคว้างอย่างประหลาด หรืออาจเป็นเพราะการต้องลาจากเพื่อนฝูงที่เรียนด้วยกันมา แต่จริงๆแล้วผมเองแค่ไม่รู้จะก้าวเดินต่อไปอย่างไรต่อดี

เมื่อผมได้เดินมาจนสุดเส้นทางที่ผมเลือกมาด้วยตนเองตั้งแต่ยังเด็ก ผมกลับกลายเป็นเหมือนคนที่มาถึงทางตัน ไม่มีหนทางไปต่อ จนการหยุดครั้งนี้ทำให้ผมได้คิดถึงสิ่งที่ผมทำมาตลอดว่าผมทำไปเพื่อตัวเองจริงๆหรือเปล่า และผมก็ได้รู้ว่าที่ผ่านมาการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตของผมนั้น ผมเดินตามกรอบของผู้คนรอบกาย ที่ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครขีดเส้นให้ผมเดินไป แต่มันก็กลายเป็นว่าผมเป็นคนที่ขีดเส้นกั้นให้ผมเดินมาทางนี้เองราวกับคนบ้าที่มัวแต่กลัวและกังวลสิ่งรอบกาย ทั้งๆที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลยซักนิด แล้วสุดท้ายตอนนี้ก็ได้แต่นั่งมองดูและหัวเราะเยาะตัวเองว่าเราไม่ยอมเลือกที่จะทำตามสิ่งที่เราชอบเพราะเรามัวแต่กังวลว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร

เพราะความกลัวว่าอนาคตจะย่ำแย่จึงทำให้ผมเลือกที่จะทำตามสิ่งที่ผมคิดว่ามันดีเสมอ จนท้ายที่สุดผมเดินมาถึงสุดทางที่ผมเลือกแล้ว และถึงทางเลือกต่อไปที่ผมจะต้องเลือก ใช่แล้วจริงๆแล้วชีวิตผมอาจไม่ได้เจอทางตัน หากแต่มันเป็นทางแยก ทางแยกในชีวิตที่เราต้องเลือกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนที่ผ่านๆมาแล้ว 

ดังนั้นผมจึงขอทำตามใจตัวเองดูบ้าง เลิกคิดถึงอนาคตว่ามันจะดีหรือร้ายอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่าอีกทางที่เราไม่ได้เลือก มันดีจริงๆหรือเปล่า ในครั้งนี้ที่ผมได้เลือกอีกครั้ง ผมก็ขอเลือกเดินทางที่ชอบ ให้ชีวิตเราได้สนุกไปกับมันดีกว่า อย่างน้อยถ้าถึงทางแยกของชีวิตในวันข้างหน้าต่อไป เราจะได้ไม่ต้องมาเสียดายที่ไม่ทำตามใจตัวเองอีก
 

ราวกับว่ายิ่งเติบโตขึ้นผมก็ยิ่งคาดหวังกับอนาคตน้อยลง และหวนกลับไปนึกถึงอดีตมากขึ้น 



SHARE
Writer
SIoTH
ผู้ฝึกฝน
FB : Sivavet O Thammahon

Comments