ห้องนอน.

แด่คุณ,
ผู้เติมเต็มเตียงกว้างและเป็นหมอนข้างอุ่น.



"เตียงก็กว้าง หมอนข้างก็ไม่อุ่น"
หญิงสาวขมวดคิ้วพลางบ่นงึมงำกับหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบพกพาบนตักตัวเอง

อันที่จริงนี่เป็นปีที่สองแล้วที่เธออาศัยอยู่ในหอพักขนาดกลางแห่งนี้ เลยคำว่าแปลกที่ไปนานแล้ว เตียงที่เธอเพิ่งบ่นว่ากว้างไปก็เป็นเตียงเดียวกับที่เจ้าตัวเคยกลิ้งเล่นเพลินจนหล่นลงไปกองกับพื้นเอาหน้าแนบไม้ปลอมสีอ่อนบนนั้นแล้วก็คร่ำครวญเกี่ยวกับความลำบากยากเข็ญในการเกิดมาเป็นตัวเอง หมอนข้างที่ว่าไม่อุ่นก็เป็นใบเดียวกับที่เธอกอดมาแล้วครึ่งปี

ร่างบางมองไปรอบห้องแล้วก็ถอนหายใจยาวๆ 
เธอเริ่มเข้าใจเพื่อนสนิทที่มีซิกเซนส์ขึ้นมานิดๆ เพราะการอยู่กับการมองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่นี่ไม่่ใช่เรื่องง่ายเลย

บนเก้าอี้ไม้อัดตัวเล็กปูด้วยเบาะรองนั่งบางๆ รูปแมว วันนี้ลายแมวบนเบาะไม่น่ารักสดใสเลยสักนิด เทียบไม่ได้กับวันที่มีใครบางคนนั่งบนนั้น ผินหน้ามาหากันแล้วยิ้มสดใสให้

หันหลบรอยยิ้มกว้างไร้ที่มาที่ไปที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ก็ก้มลงไปเจอกับใบหน้าผ่อนคลายของคนที่หนุนตักเธอและกำลังหลับสบายอยู่ แม้รู้ว่าไม่มีเงาร่างนั้นอยู่จริง แต่ก็ทำให้เธอเผลอนั่งนิ่ง กลัวว่าถ้าขยับตัวมากไป คนบนตักจะตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายว่าเธอแอบมองกันตอนหลับ

เลื่อนสายตาไปมองชั้นหนังสือที่ดูเรียบร้อยกว่าปกติแล้วก็รู้สึกขัดหูขัดตากับความเป็นระเบียบบนนั้น ปกติเธอวางหนังสืออย่างทะนุถนอนแต่ไม่ได้จัดไล่ตามสีตามหมวดหมู่สวยงามแต่อย่างใด จนกระทั่งมีคนมานั่งเบื่อๆ รอเธอทำงานอยู่ในห้อง แล้วก็เลยทำความดีจัดหนังสือในชั้นให้กันอย่างขันแข็ง พลางถือโอกาสสำรวจรายการหนังสือของเจ้าของห้องไปด้วยในตัว

นั่งเฉยๆ อยู่สักพัก กระเพาะก็ประท้วงเบาๆ ว่าวันนี้ยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง ความขี้เกียจคืบคลานเข้ามาเกาะกุมจับใจจนอยากนอนกลิ้งหนีความหิวให้รู้แล้วรู้รอด มีของกินอยู่ในตู้เย็นอยู่หรอก แต่แค่นึกถึงอาหารที่แยกใส่ภาชนะเก็บเอาไว้ หญิงสาวก็เห็นภาพคนทำอาหารคนเก่งยกอาหารเช้ามาให้ตอนที่ตัวเองทำตัวขี้เซาไม่ยอมลุกไปหุงหาอาหาร รอยยิ้มและคำเรียกให้ลุกขึ้นมาหาอะไรใส่ท้องทำให้เธอในตอนนั้นรู้สึกอบอุ่นในใจเหมือนอยู่ในฝันดีที่สุดที่จะเป็นไปได้ แม้แต่กลิ่นหัวไชเท้าจากซุปอุ่นๆ ก็ยังคงลอยวนเวียนอ้อยอิ่งอยู่คู่กับบรรยากาศที่ค้างในใจ 

มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองสองสามที ก่อนจะตัดสินใจลุกไปจัดตู้เสื้อผ้าเพื่อตั้งสมาธิ ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อก้มลงจัดสิ่งของในนั้น กลิ่นที่คุ้นเคยแตะจมูกเพียงบางเบาเมื่อใบหน้าของเธอเคลื่อนผ่านเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ ใจสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ แม้รู้ว่าไม่มีทางที่เจ้าของกลิ่นจะอยู่ในระยะที่เอื้อมคว้าถึง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่ามีเสื้อกันหนาวแปลกปลอมแแขวนทิ้งอยู่บนราวหนึ่งตัวถ้วน เธอเผลอยกมือขึ้นสัมผัสผิวผ้านั้นแผ่วเบา แม้ไม่มีไออุ่นจากกายผู้สวมใส่แต่กลิ่นกายก็ยังกรุ่นอยู่ในทุกอณูของผ้าที่ทอถี่ ฝังจมูกลงที่แขนเสื้อ โลกรอบตัวมลายหายวับไปในชั่วเสี้ยววินาที เหลือแต่ความสบายใจจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับว่าได้มีมือของเจ้าของเสื้อมาลูบศีรษะกันแผ่วเบา เกือบจะได้ยินเสียงกระซิบว่าไม่เป็นไรนะดังออกมาจากความว่างเปล่า

สัมผัสที่จดจำเล่นซ้ำขึ้นมาในความคิด
ปลายนิ้วเย็นที่กอบกุมกันเพื่อสร้างความอบอุ่น ลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดข้างแก้ม เส้นผมหนาที่เธอชอบสัมผัส ริมฝีปากนุ่มที่นับวันยิ่งทำให้เสพติด ภาพของตนเองที่สะท้อนในนัยน์ตาใสที่มองตรงกลับมา อ้อมกอด เสียงฮัมเพลงเบาๆ และการโยกไปมาราวกับกำลังกล่อมเด็กตัวน้อยๆ นอน ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบของความรู้สึกสบายใจและสงบใจ

"ไม่เป็นไรนะ"

หญิงสาวกระซิบบอกกับตัวเอง ผละออกจากแขนเสื้อ แล้วหันกลับมามองห้องนอนให้เต็มตา กะพริบตาปริบๆ ไล่ภาพที่ติดตา ห้องนอนกลับมาว่างเปล่าเหมือนที่เป็นมาตลอดปีกว่า ก่อนที่จะมีใครอีกคนเข้ามาเติมเต็มมันในเวลาสั้นๆ และทำให้เธอรู้ตัวว่าห้องนอนที่เคยคิดว่าไม่ใหญ่โตอะไรของตนเองมันมีที่ว่างมากมายแค่ไหนก่อนหน้านั้น 

คนคนหนึ่งที่เข้ามาทำให้เธอตระหนักรู้ว่าแท้จริงแล้วห้องนอนของเธอสามารถสมบูรณ์ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกันกับหัวใจ เธอได้พบว่าหัวใจที่เคยเข้าใจว่าไม่ต้องการอะไรอีก พองโตด้วยความสุขได้มากเพียงไรเพียงแค่มีใครอีกคนอยู่ด้วยกัน

คนคนหนึ่งเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ ทำให้รู้ว่าคนคนหนึ่งสามารถมีความสุขได้มากมายเท่าไร และทำให้รู้สึกไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่มีช่องว่างนั้นอีก

ไม่มีเธอก็อยู่ได้
แต่มีเธออยู่ด้วยแล้วดีกว่าเยอะเลย.


หลังจากที่ความพยายามในการเบี่ยงเบนความสนใจตัวเองไม่เป็นผล แถมยังพาลทำให้อาการหนักกว่าเดิม หญิงสาวก็ย้ายร่างกายตัวเองกลับมาซุกกับหมอนข้างบนเตียงอีกครา แล้วก็เริ่มบ่นพึมพำอีกครั้ง

"เตียงก็กว้าง หมอนข้างก็ไม่อุ่น"
.
.
.
"...ไม่เห็นเหมือนตอนที่มีคุณอยู่เลย"
.
.
.
"คิดถึงคุณจัง"

เตียงกับหมอนข้าง หรืออะไรใดๆ ในห้องนอนนี้ไม่ผิดเลยสักนิด

เตียงก็กว้าง หมอนข้างก็อุ่น 
...ก็แค่
...แค่ไม่มีใครบางคนเท่านั้นเอง

หญิงสาวถอนหายใจยาวอีกครั้ง เธอยอมรับก็ได้
ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก

ประโยคบ่นดินฟ้าอากาศไปทั่วนั่นน่ะ สุดท้ายก็มีความหมายแค่ว่าคิดถึงคนที่เคยอยู่ตรงนี้เท่านั้นเอง

อื้ม คิดถึงนะ
Fridaynight to Sunday - ห้องนอน
https://youtu.be/UEomrCUlYg0

ถ้าไม่นับเนื้อเพลงส่วนที่บอกว่ารู้สึกถึงความสำคัญเมื่อสายไป รู้สึกว่าเพลงนี้หวานมากเลยนะ ดูหวานแล้วก็คิดถึงมากจริงๆ .w.  



SHARE
Written in this book
ฝุ่นละอองของความรู้สึก
ฝุ่นละอองของความรู้สึก นอนนิ่งลึกอยู่ในหัวใจ เหมือนจะมั่นคง... แต่กลับฟุ้งกระจายได้ง่ายง่าย เพียงแค่สัมผัสเบาเบา.
Writer
BlueBlackCat
แมวดำสีน้ำเงิน
A Black Cat in the Middle of Nowhere

Comments

hanaya
2 years ago
ชอบมากเลยค่ะ ชอบมาก
อ่านแล้วรู้สึกถึงได้ถึงความคิดถึงที่อบอวลในห้องเลยล่ะ เอาจริงๆ งือ ไม่รู้จะบอกยังไงเลย
แต่ว่าชอบจัง ♡
Reply
BlueBlackCat
2 years ago
เราก็รู้สึกถึงมัน...
ดีใจนะคะที่ชอบ :)
Ai_Nara
2 years ago
คิดถึง.. ขึ้นมาเลย 👍🏻
Reply
BlueBlackCat
2 years ago
ความคิดถึงนิดๆ หน่อยๆ บำรุงความรู้สึกได้... เหมือนวิตามินค่ะ ;’)