ตอนต่อมาของฝรั่งขี้เมาท์
ลามะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา ขึ้นต้นอะไรก็ได้ แต่ต้องลงท้ายด้วยสระอา วันก่อนดูฝรั่งขาเมาท์ วันก่อนดูฝรั่งขาเมาท์ ไอ้เราก็ชื่นอุรา วันนี้จะมาขอต่อ เชิญสิ เชิญสิคุณฝอ พวกเราขอทัศนา...
ประเทศออสเตรีย : Des travailleurs sans humour en Lederhose ? 
ในมโนของชาวยุโรปประเทศออสเตรียคือดินแดนพื้นบ้านแบบทุ่งหญ้าเขียวบนภูเขาสูงอย่างมนต์รักเพลงสวรรค์ และแทบจะเป็นแฝดคนละฝากับเยอรมันที่ผู้ชายยังใส่ชุดหนังขาสามส่วน Lederhose และผู้หญิงใส่เสื้อรัดรูปมีผ้ากันเปื้อน Dirndl (แล้วเขาจะใส่อย่างนั้นตลอดไหมล่ะ) คนออสเตรียเก่งกีฬาฤดูหนาวและมีความสามารถด้านการเงิน ส่วนบุคลิกประจำชาติออสเตรียที่ชาวยุโรปเมาท์กัน คือสูงโปร่ง ใจเย็น เคร่งขรึม ขยันขันแข็ง แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์ขำขัน จิตวัญญาณของคนชาตินี้คือให้ความสำคัญกับชีวิตครอบครัว ชอบอยู่บ้าน ชอบทำสวน มากสุดคือปาร์ตี้บาร์บีคิวในสวนหลังบ้านกับเพื่อน ๆ พออิ่มแล้วก็ชวนกันดูทีวีต่อ แหม้..นั่นมันท่านชายพจนปรีชาเลยนี่นะ  

ประเทศเบลเยี่ยม : Des amoureux de la bière et des frites au système politique chaotique ? 
จะว่าไปแล้วคนขี้เมาท์อย่างชาวยุโรปเขายกให้ประเทศเบลเยี่ยมเป็นที่สุดของการถูกเมาท์มอย โดยเฉพาะจากชาติที่เขาแชร์ภาษากันใช้อย่างฝรั่งเศสและเนเธอแลนด์ อย่างเช่น อ๋อ คนเบลเยี่ยมน่ะเหรอเขากินเฟรนช์ฟรายส์ (ก็ต้นกำเนิดมาจากเขา) หอยแมลงภู่ ช็อคโกแลต และวาฟเฟิลกันทุกมื้อแหละ เจาะเลือดมาก็เจอแต่เบียร์ แถมยังชอบอ่านแต่การ์ตูนอีก (ก็นักเขียนการ์ตูนของเขามีเยอะ) แต่อย่าพูดเรื่องการเมืองเบลเยี่ยมเชียวนะเพราะมันแสนจะอลวนและยากเกินจะเข้าถึง เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าในเบลเยี่ยมเขามีคนสองกลุ่มวัฒนธรรมมาอยู่ด้วยกันที่ต่างพูดภาษาของตัวเองและเข้ากันไม่ได้แบบน้ำกับน้ำมันคือ คน Flemish ที่พูดภาษาดัชท์กับคน Walloon ที่พูดฝรั่งเศส แถมยังเมาท์คนกันเองซ้อนเข้าไปอีกว่าพวกพูดดัชท์บ้างาน ทะเยอทะยานสูง ส่วนพวกพูดฝรั่งเศสก็ขี้เกียจ และบ้าฟุตบอล แต่ที่น่าคิดคือพวกเขาก็อยู่ร่วมกันได้แม้จะอยู่ในแนวตบจูบกันมาตลอดก็ตาม 
ทีนี้ลองมาดูกลุ่มประเทศในยุโรปเหนือแถบสแกนดิเนเวียหรือกลุ่มประเทศนอร์ดิกและกลุ่มรัฐบอลติกถูกเมาท์กันบ้าง คือเห็นอยู่กันเงียบๆ แต่เรื่องเมาท์ก็เพียบนะ  

ประเทศนอร์เวย์ : Des pêcheurs rustiques ou de riches protestants cultivés ? 
กลุ่มเพื่อนบ้านสแกนดิเนเวียอย่างเดนมาร์กและสวีเดน เขาเมาท์กันเองว่านอร์เวย์ค่อนข้างล้าหลังและดูติดจะซื่อบื้อนิดๆ มีความเป็นบ้านนาแบบกลิ่นโคลนสาบควายที่แสนซื่อ มีความรักชาติบ้านเมือง และภาพลักษณ์ล่าสุดที่ถูกเติมเข้าไปแบบไม่ค่อยเต็มใจนักคือการเป็นเศรษฐีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ก็ใช่ว่านอร์เวย์จะเป็นเช่นนั้นในสายตายุโรปเพราะชาวยุโรปมองว่านอร์เวย์คือพวกเศรษฐีน่าเบื่อที่รู้แจ้ง มีความเป็นเหตุเป็นผล และมีระบบสวัสดิการสังคมที่แข็งแรง สรุปจบที่นอร์เวย์คือหนุ่มบ้านนาหัวใจไฮโซนี่เอง  

ประเทศสวีเดน : Des canons grands, blonds, minces mais un peu ennuyeux ? 
มโนแรกของชาวยุโรปขี้เมาท์ที่มีต่อคนสวีดิชคือ สูง หุ่นดี หล่อเหลาสวยงามด้วยผมบลอนด์และตาสีฟ้า และได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศหัวก้าวหน้าแบบลิเบอรัล เป็นนักสิทธิสตรีและมีสวัสดิการสังคมดีมาก ในมุมมองของความเท่าเทียมกันทางเพศแล้ว สวีเดนเป็นประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงมีความก้าวหน้าทั้งในอาชีพการงานควบคู่ไปกับการดูแลครอบครัว ทีนี้ลองดูคนวงในชาวนอร์ดิกเขาเมาท์กัน เขาว่ากันว่าคนสวีเดนขี้เมา ตามกฎหมายแล้วที่สวีเดนกำหนดให้คนอายุ 20 ปีขึ้นไปถึงจะซื้อแอลกอฮอล์ได้ แต่ก็ไม่ยากเพราะแค่ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านที่เดนมาร์กซึ่งกำหนดอายุตามกฎหมายที่ 16 ปี (จากเดิมอายุ 13 ปี โอ..แม่เจ้า) วัยรุ่นสวีดิชก็สามารถเมาได้แล้ว อีกเรื่องที่คนวงในเขาเมาท์กันคือคนสวีดิชเย่อหยิ่ง ไม่ค่อยเป็นมิตร ติดจะน่าเบื่อและค่อนข้างเหยียดเชื้อชาติ แถมด้วยหน้าหนาวที่มืดหม่นและอากาศที่แสนจะหนาวเย็นยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหม่นหมองตามไปด้วย    

ประเทศฟินแลนด์ : Des buveurs de vodka déprimés et apathiques ? 
สำหรับชาวยุโรปแล้วฟินแลนด์เป็นประเทศที่ไม่ค่อยจะถูกเมาท์มากนัก อย่างมากก็นินทาว่าค่อนข้างหยาบคาย ปิดตัวเอง และไร้ความรู้สึก ลองมาดูลักษณะสำคัญของวัฒนธรรมชาวฟินแลนด์กันบ้าง เขาถือกันว่าไม่ว่าอะไร “อย่าพูดเกินจริง” ถ้าเทียบกับวัฒนธรรมชาติอื่นที่ผู้คนช่างพูดช่างจำนรรจามากกว่า ทำให้คนฟินน์ดูไม่ค่อยฟินสมชื่อคือ ดูทื่อๆ ไม่ค่อยตลกล้อเล่นหรือหยอกล้อ และนั่นอาจทำให้ดูไปในทางไม่ค่อยสุภาพนัก แถมภาษาของชาวฟินแลนด์ (ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาราชการไม่กี่ภาษาในสหภาพยุโรปที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดมากจาภาษาอินโด-ยูโรเปียน) ที่ทั้งถ้อยคำและการออกเสียงฟังแล้วไม่ค่อยรื่นหูและน้ำเสียงดูไม่ค่อยสุภาพสำหรับภาษาอื่นๆ บ้างก็ว่าภาษาของชาวฟินน์ฟังแล้วเหมือนคนที่พูดสาบถสาบานอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของคนฟินแลนด์ยังเป็นนักดื่มวอดก้าตัวยง เชยทั้งการแต่งตัวและการไว้หนวด แถมชอบข่มเมีย (เอิ่ม) แถมยังว่าคนฟินน์ดูห่อเหี่ยว ชอบฟังเพลงแบล็คเมทัลและติดเกมออนไลน์ แต่ก็มีข้อดีคือเป็นประเทศร่ำรวยและมีระบบสวัสดิการทางสังคมขั้นสุดยอด นี่ขนาดไม่ค่อยเมาท์นะเนี่ย  

ประเทศเดนมาร์ก : Des écologistes digne de confiance mais réservés ? 
เดนมาร์กเป็นอีกประเทศที่ไม่ค่อยถูกชาวยุโรปเมาท์มอย อาจเป็นเพราะเดนมาร์กเป็นประเทศเล็กที่ผสมปนเปไปด้วยชาติสแกนดิเนเวียที่เหลือ เดนมาร์กมักถูกพูดถึงในแง่ของประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง และผู้คนมีน้ำจิตน้ำใจช่วยเหลือ ตรงต่อเวลามากและไว้ใจได้ แถมยังเป็นพวกใจกว้าง เป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมากและตลกขบขัน แต่ก็นั่นแหละยังไม่วายถูกนินทาว่าเป็นประเทศที่ผู้คนขี้บ่นเป็นนิตย์ บ่นได้ทุกเรื่อง บ่นได้ทุกสิ่ง โดยเฉพาะเรื่องดินฟ้าอากาศ และก็เช่นเดียวกันกับประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียอื่นๆ คือ ขี้เมาดื่มหนัก!  

ประเทศไอซ์แลนด์ : Des beautés jamais à l’heure ? 
ข้อที่ไอซ์แลนด์โดนเมาท์ที่สุดคือเรื่องของขนาด (ของประชากร) ด้วยไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยมากแค่ 334,252 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2559) เลยสงสัยว่าทุกคนคงจะรู้จักกันหมดแถมทุกคนก็น่าจะเป็นญาติกันด้วย (เมาท์!) อีกสิ่งที่ชาวยุโรปอวยไอซ์แลนด์คือความสวยงามของผู้คน ที่ว่ากันว่าที่นี่คือบ้านของผู้ชายที่กล้ามโตและผู้หญิงที่เลอโฉมที่สุดในโลก แต่ที่ถูกครหาคือไม่ตรงต่อเวลาและตัดสินใจช้าาาจนวินาทีสุดท้ายเสมอ ซึ่งก็มีนักเขียนชาวไอซ์แลนด์ชื่อ Alda Sigmundsdóttir บอกว่าการที่คนเขาไม่ค่อยแพลนก็เพราะคนเขายืดหยุ่น แถมยังทำให้ประเทศมีไดนามิกอีก และที่ชอบตัดสินใจช้าจนวินาทีสุดท้ายนี่แหละที่ทำให้พวกเราสามารถเยียวยาตัวเองจากภัยธรรมชาติได้เร็วแถมยังไม่ค่อยเจ็บตัวจากพิษเศรษฐกิจล่ม (ของอียู) อีกด้วย (แรว๊ง)   

ประเทศไอร์แลนด์ : Des catholiques roux portés sur l’alcohol ?  
ภาพที่แจ่มชัดสุดของไอร์แลนด์คือประเทศที่ดื่มกันหนักมาก คนไอริชถูกมองว่าเป็นพวกเคร่งศาสนา เพราะจากภูมิหลังและการต่อสู้เพื่อก่อการปลดปล่อยของชาวแคธอลิกเอง แต่ในทางกลับกันก็พบว่าจำนวนของผู้ไม่เชื่อในพระเจ้ากลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน คนไอริชยังถูกเมาท์ว่าเป็นพวกเลือดร้อน หัวแข็ง (น่าจะมาจากการที่ในอดีตกาลชาวไอริชต้องต่อสู้เพื่อปกครองตนเองจากพวกอนารยชนเผ่าเคลต์ (Celts) และต่อมาก็ต่อสู้กับอังกฤษที่เข้ามาปกครอง) แถมชาวยุโรปยังเปรียบชาวไอริชผมแดงว่าเหมือนขิงที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนอีกด้วย  

ประเทศลิธัวเนีย : Des villageois arrivées pseudo-russes ?
เป็นประเทศที่คนยุโรปไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ขาเมาท์เลยมโนไปเรื่อยว่าประเทศลิธัวเนียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ไม่มีภาษาเป็นของตัวเอง ไม่แม้แต่จะมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใดๆ ซึ่งก็ว่าไม่ได้ เพราะลิธัวเนียเองก็เพิ่งตั้งประเทศเมื่อตอนที่สหภาพโซเวียตรัสเซียล่มสลายในปี ค.ศ. 1991 นี้เอง แถมยังเมาท์แรงว่า คนลิธัวเนียคงอาศัยอยู่ในชนบท แล้วจะมีทีวีดูหรือยังน้อ สงสัยยังขี่ม้าไปไหนต่อไหน และผู้คนเมาหยำเปจากการดื่มวอดก้า เมาท์แบบนี้ไม่น่ารักเลย ก่า ก๊า  

ประเทศลัตเวีย : Des mangeurs de poisson à six orteils ? 
ชาวยุโรปไม่ค่อยเห็นความแตกต่างของลัตเวียจากชาติอื่นในกลุ่มประเทศรัฐบอลติก (เป็นชื่อรวมเรียกสามประเทศทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลบอลติก คือลิธัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย) มากนักเลยไม่ค่อยจะมีเรื่องเมาท์ แต่..ประเทศในรัฐบอลติกกลับจะเมาท์กันเองคือเอสโทเนียที่เมาท์เพื่อนบ้านว่าเป็นพวกมีนิ้วเท้า 6 นิ้ว!! ซึ่งก็คงหยอกเล่นมากกว่าจะเชื่อจริงจัง (มั้ง) และยังล้อว่าประเทศอะไรเอ่ยที่คนกินแต่ปลา ไม่มีเกาะแถมถนนหนทางก็สุดจะแย่ คำตอบคือลัตเวียนั่นเอง แต่ในการล้อเลียนพวกเขาก็เคารพกันเหมือนญาติพี่น้องนะ  

ประเทศเอสโทเนีย : Des inventeurs sexy disposant d’un système médical avancé ?  
เช่นเดียวกันอีกสองประเทศข้างบนที่ขาเมาท์ไม่คุ้น ไม่มีข้อมูลการเผา แต่ก็ยังมีเอ่ยถึงว่าประเทศนี้สาวสวยผมบลอนด์ และมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากกว่าอีกสองประเทศที่เหลือ งั้นมาดูพวกเขาเมาท์กันเองละกัน คือบอกว่าคนเอสโทเนียเนี่ยเข้าทำนอง slow but sure คือช้าแต่ชัวร์ด้วยระบบการคิดที่มีหลักเหตุผล เห็นได้จากการเติบโตทางเศรษฐิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านไอที มีความก้าวหน้าด้านการจัดการระบบสังคมและการแพทย์ และมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวพักผ่อนโดยเฉพาะสปา  
ลาเอ๋ยลา ขึ้นต้นเป็นกุ๊กไก่ เขียนมาเขียนไปก็ดูเขานินทา ถูกใจขอกดไลค์ ถูกใจก็ขอกดไลค์ อ่านมาอินไป คู่จิ้นลิ้นกับฟันตัลลัลลา... 
SHARE
Written in this book
STORY TELLING

Comments

Bluetone
2 years ago
ชอบประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่สุดเลยค่ะ นี่หวังว่าสักวันจะไปเที่ยวให้ครบ55555 เม้าท์กันเก่งจริงๆ ดูพูดซะ
Reply
StoryWalker
2 years ago
ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่านเรื่องเมาท์ๆ หวังว่าจะสมหวังดังใจในเร็ววันนะคะ