ฝากถึงเธอ ขวดแก้วใบนั้น
เธอคงเคยได้ยินเรื่องเล่าของวาฬผู้แสนโดดเดี่ยวมาแล้ว...


วาฬตัวใหญ่ที่โอบอุ้มตัวเองให้ว่ายต่อไปข้างหน้า
แม้หนทางมันจะมืดมิดหรือหนาวเหน็บเพียงใดก็ตาม

ในโลกที่ถูกผสมด้วยสีหลากหลายใบนี้
ฉันเป็นผู้ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าวาฬ
เจ้าวาฬที่อยู่ในร่างกายของฉัน
มันกลืนกินตัวฉันเข้าไปจนฉันเองที่คือวาฬตัวนั้น

ในหัวใจที่ใหญ่เพียงกำปั้นมือ
วาฬตัวนั้นคอยย้ำเตือนมาตลอด
'เธอโดดเดี่ยวและอ้างว้างเพียงใด'
แต่ตัวฉันกลับพร่ำบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร
ความโดดเดี่ยวไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเหงา
หรือ เจ็บปวด เลยสักนิด

บางทีฉันอาจเป็นวาฬที่เป็นโรคซึมเศร้า
แต่ก็ดื้อรั้นจนปฎิเสธตัวเอง
หัวใจของฉันเข้มแข็งพอที่จะไม่แสดงความอ่อนแอที่ออกมาทางร่างกาย
...รวมถึงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนี่ได้

เขาบอกว่าความรู้สึกถูกสั่งมาจากสมองไมใช่หัวใจ
แต่ทำไมความเจ็บปวดถึงอยู่ที่อกข้างซ้ายกันนะ
...แล้ววาฬอย่างฉันหัวใจอยู่ที่อกข้างซ้ายหรือเปล่า?

ทุกๆ วินาทีคงมีใครสักคนร้องไห้อยู่
เพราะอย่างนั้นเวลาที่ฉันร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
ฉันจะคิดเสมอว่ามีใครสักคนกำลังร้องไห้เป็นเพื่อนฉันอยู่
แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้บรรเทาก้อนหนึบที่่เกาะกินจิตใจ

ฉันกำลังหลงทางหรือเปล่า
ที่นี่มันเหมือนเขาวงกตที่ไม่มีทางออก
ถ้าหากฉันร้องไห้งอแงรอให้ใครสักคนมาช่วย
จะมีใครปลอบประโลมฉันไหม?

คำพูดที่เหมือนกับคลื่นใต้ท้องทะเล
แม้จะเป็นคลื่นเล็กแต่กลับทำให้ฉันอยากหลบหนี
ว่ายหนีตัวตนของตัวเองเพียงเพราะกลัว
กลัวว่าใครจะชี้หน้าและบอกว่าเธอช่างน่าสมเพช


ความอัดอั้นทำให้ฉันเริ่มเขียนจดหมาย
และหยิบสิ่งบางเบาพับทบไปมาเป็นหมู่ดวงดาว
ค่อยๆหย่อนลงไปในขวดสีใสทีละอัน ทีละอัน
และปล่อยให้ขวดแก้วล่องลอยไปตามท้องทะเล
'หวังว่าสักวัน...ขวดแก้วนี้จะลอยเหนือพ้นน้ำ'

นานนับวันหรือนับปีที่ฉันรอจดหมายตอบกลับจากเธอคนนั้น
คนที่ฉันได้มอบดวงดาวแห่งความหวัง
ในใจนึกล่วงหน้าถึงใบหน้าที่ขยับปากอ่านจดหมาย
และหวังว่าเธอคงตอบกลับมาบ้าง

ฟองอากาศนับร้อยผุดขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ฉันได้เพียงแค่ว่ายผ่านมันไปเพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่า
เสียงบทเพลงใต้ท้องทะเลได้บรรเลงขึ้นอีกครั้งในรอบหลายปี
มันทำให้ฉันว่ายขึ้นเหนือน้ำด้วยศรัทธาที่มากกว่าแต่ก่อน

ฉันเจอเธอแล้ว เด็กน้อย
เด็กน้อยที่เต็มไปด้วยสีสันและไร้เดียงสา
ฉันค่อยๆ ว่ายไปหาเธออย่างระมัดระวังกลัวว่าคลื่นจะซัดเธอไปไกล

"เธอมาทำอะไรที่นี่"

เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
ไม่รู้ทำไมใจของฉันถึงกระตุกวูบ

'ฉันอยากพาเธอไปอยู่ด้วย'

"ฉันไปอยู่กับเธอไม่ได้หรอกนะเจ้าวาฬ"

'ทำไม?'

"ฉันเป็นคนฉันต้องอยู่บนบก ส่วนเธอเป็นวาฬเธอต้องอยู่ใต้น้ำ"

ความดื้อดึงทำให้ฉันพ่นน้ำออกมาด้วยความโมโห
แต่เด็กน้อยหาได้กลัวไม่ เธอกลับเดินเข้ามาลูบหัวฉันอย่างแผ่วเบา

"เจ้าวาฬเข้าใจฉันเถอะนะ..."

"ฉันเป็นอดีตก็ต้องอยู่ที่อดีต ส่วนเธอเป็นปัจจุบัน...เธอกลับมาหาฉันไม่ได้อีกแล้ว"

เธอทิ้งเด็กน้อยคนนี้ไปแล้วและเปลี่ยนตัวเองเป็นวาฬ...ด้วยตัวของเธอเอง

หยดน้ำตาของเด็กน้อยไหลอาบพวงแก้ม
ที่เธอพูดมามันถูกทุกอย่าง ฉันทิ้งเด็กน้อยคนนี้ไปแล้ว
จะดื้อดึงเอาตัวตนที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ทำไม
ฉันจะสร้างความหวังและส่งดวงดาวให้เธอทำไมกัน
ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้...

"มันเป็นเรื่องยากที่เธอจะถอดหน้ากากนี่ออก"

"แต่สักวันคงมีใครสักคนเห็นตัวตนวาฬที่โดดเดี่ยวอย่างเธอ"

"และไม่นานเธอคงสามารถยิ้มแบบฉันในร่างวาฬนี่ได้"

เพราะมันเป็นตัวตนของเธอเอง


คำพูดหลากหลายถูกถ่ายทอดผ่านทางฝ่ามืออุ่นและเป็นอีกครั้งที่ฉันร้องไห้พร้อมกับมัน...
'มัน' ที่ไม่ใช่เรื่องราวในอดีตที่ฉันสูญเสียมันไป
แต่คือตัวตนในอดีตที่ฉันจะไม่วันลืม

"การยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เธอดูอ่อนแอ"

"แต่การที่เธอยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอแสดงว่าเธอเข้มแข็งพอที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง"

"สักวันหยดน้ำตาจะกลายเป็นดวงดาวให้เธอในอนาคต"

ฉันเคลื่อนตัวออกจากฝั่งเมื่อเด็กน้อยปล่อยให้ฉันจมกับความรู้สึก
ความรู้สึกที่แตกต่าง แม้สิ้นหวังแต่ก็มีความหวัง
เด็กน้อยได้คืนโหลดวงดาวและเขียนจดหมายอีกหนึ่งฉบับฝากให้ตัวฉันได้อนาคต

ฉันได้เริ่มเขียนจดหมายอีกครั้งและปล่อยขวดแก้วให้ลอยล่องไป
โดยไม่สนว่ามันจะจมดิ่งหรือลอยพ้นน้ำ


ฝากถึงตัวเธอในอนาคต...
สักวันเธอคงสามารถสร้างตัวตนใหม่...
ที่ไม่ใช่เด็กน้อยคนนั้นโดยสิ้นเชิงหรือวาฬตัวนี้โดยสิ้นเชิง...

ปล่อยให้แผลของเธอหายตามกาลเวลาแม้จะมีแผลเป็นแต่นั้นคือความทรงจำที่มีค่าของเธอ

ปล่อยให้น้ำตาไดหลอมรวมกับท้องทะเลตามธรรมชาติเพราะสักวันมันจะจางหายไปในสักวัน

ปล่อยให้ขวดแก้วลอยไปตามน้ำแม้ฝาปิดจะเปิดแต่อย่าได้กลัวว่าดวงดาวจะเปียกปอน

...เพราะดวงดาวเหล่านั้นจะลอยขึ้นฟ้า

และตัวเธอจะคิดถึงฉันในอดีต :)
SHARE
Written in this book
Story from WHITEBEAR
ถ้าหากหมีขาวหยุดเล่นกับเจ้าก้อนสีขาวที่แฝงด้วยความหนาวเย็นและลองแต่งเติมตัวอักษรให้กับมันแทน :)
Writer
Tofuu_Bear
หมีขาว กับ เต้าหู้
เมื่อขนปุยกับนุ่มนิ้มมาเจอกัน..

Comments