ต่างมุมมองไม่ต่างใจ I
          ฉันนั่งจิบชาเขียวร้อนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนโหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายดั่งท้องฟ้าร่ำไห้เสียใจเป็นนักเป็นหนา ฝนตกติดต่อกันมาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ได้มีท่าทีว่าจะหยุดแต่อย่างใด เสียงกระดิ่งกระทบกับกระจกดังกรุ๊งกริ๊ง เป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในร้าน ฉันหันกลับไปมองตามสัญชาติญาณ เป็นเขานั่นเอง... ฉันเจอเขาทุกครั้งที่ร้านกาแฟแห่งนี้ตอนฝนตก เขายกมือขยี้ผมน้ำตาลช็อกโกแลตตัวเองเบาๆเพื่อไล่หยดน้ำที่เกาะอยู่บนศีรษะ ร่างสมส่วนมีหยดน้ำเกาะแพรวพราย ผิวแทนบ่มแดดตัดกันได้ดีกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่แนบชิดร่างกายจากหยาดฝน เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสั่งกาแฟ ถ้าเดาไม่ผิดเขาก็คงดื่มลาเต้แบบเดิมที่เขาชอบ

          เขาเดินมานั่งตรงข้ามฉัน เขามักเลือกที่จะนั่งตรงข้ามฉันเสมอแม้จะมีที่ว่างตรงอื่นก็ตาม ฉันเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาสีเขียวดั่งมรกตและจมูกโด่งเป็นสันรับกันได้ดีกับใบหน้าชวนให้หวั่นไหวเหลือเกิน ฉันยิ้มเบาๆให้เขาแล้วก้มลงอ่านหนังสือต่อ เวลาผ่านล่วงเลยไปนานเท่าไหร่มิอาจรู้ รู้ตัวอีกทีเงยหน้าขึ้นไปมองคนตรงหน้าก็หายไปเสียแล้ว เหลือเพียงแก้วกาแฟที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกับกระเป๋าใส่เอกสารของเขา 

          ฉันหันมองออกไปนอกหน้าต่างฝนเริ่มซาลงแล้วแต่ที่เห็นจะดึงดูดฉันมากที่สุด ก็คงเป็นร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงนั้น มือหนึ่งถือร่มกางให้หญิงชรา ส่วนอีกมือก็เต็มไปด้วยถุงพะรุงพะรัง ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามที่เขาพูดคุยกับหญิงชราคนนั้นทำให้ฉันยิ้มตามไปด้วย เขาเดินไปส่งคุณยายท่านนั้นถึงรถพร้อมช่วยจัดแจงของให้เข้าที่และยืนโบกมือล่ำลาทิ้งท้าย เขายืนอมยิ้มกับตัวเองอยู่ตรงนั้นสักพักจึงเดินกลับเข้ามา ภาพที่เห็นมันยิ่งทำให้ฉันประทับใจในตัวเขามากขึ้นไปอีก

          เพียงไม่นานหลังจากเขากลับเข้ามาฝนก็หยุดตก ท้องฟ้าปลอดโปร่งทันใด แสงแดดอ่อนยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ละอองน้ำที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศกระทบกับแสงอาทิตย์สะท้อนออกมาเป็นเจ็ดสีพาดโค้งเป็นวงกว้าง ฟ้าหลังฝนสวยงามเช่นนี้เสมอสินะ ฉันเบือนหน้ากลับเข้ามาเห็นเขากำลังเก็บของ ฝนหยุดแล้วเขาก็คงจะต้องไปแล้วสินะ เขาลุกเดินจากไปแล้วแต่ยังคงทิ้งไออุ่นและความอบอุ่นไว้ดั่งเขายังไม่จากไปไหน ฉันเคยหมดความเชื่อในความรัก คิดว่ารักมันช่างเหมือนแก้วที่สวยงามแต่เปราะบางและแตกหักง่าย ทว่าสำหรับเขาฉันกลับไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเกิดขึ้นพร้อมกับฝนแรกของปีตอนที่ฉันเจอเขาครั้งแรก แต่รู้ตัวอีกทีความรักครั้งใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว ฉันหันกลับไปมองเขาที่ยืนอยู่หน้าประตูร้านกาแฟพร้อมกับที่เขาหันมาพอดี เรายิ้มให้กัน..

          สายลมเย็นเริ่มพัดเข้ามาแทนที่ความเฉอะแฉะ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลาของฤดูฝนกำลังจะหมดลงแล้ว เขาทำให้ฤดูฝนของฉันน่าจดจำและมีความหมาย ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเราจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ ถ้าฤดูฝนเป็นเพียงฤดูเดียวที่ฉันจะได้พบเขา ฉันก็คงอยากให้เวลาช่วงนี้ยืดออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเพราะสายฝนหรือพรหมลิขิตก็แล้วแต่ ก็ต้องขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มาเจอเขา หวังว่าเราจะได้เจอกันในวันที่ฟ้าใสไร้เงาเมฆฝนบ้างนะ
SHARE
Writer
nnepsyG
wanderer
It was nice while it lasted.

Comments