ตื่นเช้า
นานแค่ไหนแล้วที่ฉันตื่นเช้า
ทางการแพทย์เขาว่ากันว่า 
" การนอนตื่นเช้าทำให้คนเรารู้สึกสดชื่น แจ่มใส พร้อมที่จะเริ่มวันใหม่ "

ตอนเด็กๆฉันก็เคยเชื่อตามที่แพทย์พูดเหมือนกัน 
ผ่านไม่กี่วันฉันเลยทำตามอย่างที่แพทย์บอก
แต่ก็ไม่ได้ผล ผิดกับวันเสาร์อาทิตย์
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ฉันมักจะตื่น 5 โมงเช้า
เพื่อตื่นขึ้นมาดูการ์ตูนทางรายการดิสนี่ย์คลับของช่อง 7 สี

แน่นอนว่าสมัยก่อนทีวียังไม่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน 
สมัยเด็กๆ บางบ้านหากรวยหน่อยก็สามารถเสียบปลั๊กเปิดทีวีได้เลย 
แต่...บางบ้านอาจจะต้องมีพิธีตรีตรองกว่าชาวบ้านเขาสักนิดอย่างบ้านฉัน 
ตรงที่ว่า..


หลังจากที่ฉันกดปุ่มเปิดหน้าจอโทรทัศน์แล้ว 
ฉันต้องมีฝีไม้ลายมือในการตบโทรศัพท์ให้ติด 
คุณลองนึกดูสิหากฉันตบโทรศัทน์ครั้งนึงมันก็จะดังก้องไปทั้งบ้าน 
แน่นอนว่าฉันฟาดฝ่ามือเล็กๆลงไป บางวันโชคดีตบครั้งเดียวก็ติด 
บางวันโชคร้ายหน่อยอาจจะต้องมีการตบเพิ่มตามความเหมาะสม 
ทุกเช้าวันจันทร์ฉันมักจะโดนแม่แซวเสมอว่า 
"แหม่ พอตอนตื่นไปโรงเรียนนี่ไม่เคยตื่นเลยนะ พอเสาร์-อาทิตย์นี่ตื่นเร็วเชียว" 
ก็แหม่ ตอนเด็กๆเเค่เห็นชุดนักเรียนฉันก็อยากจะไปแอบในตู้เสื้อผ้าให้รู้แล้วรู้รอด 


ฉันโตขึ้นมาสักหน่อย ฉันลืมไปเลยว่าการตื่นเช้ามันดีอย่างไร 
เนื่องจากเทคโนโลยีเริ่มพัฒนาไกลสุดลูกหูลูกตาช่วงนั้น Facebook กำลังบูมอยู่ใหม่ๆ 
ผู้คนต่างตื่นเต้นกับความทันสมัย 
นอกจากรวดเร็วไม่ต้องรอนานแล้วสามารถแอบเข้าไปส่องstoryและโปรไฟล์ของเขาให้ชื่นอกชื่นใจก่อนนอนได้อีกด้วย 
หลังจากนั้น facebook ก็พัฒนามาเรื่อยๆจนมีเกมเข้ามาให้เล่นหลากหลายไม่ว่าจะ
 i love coffee หรือ Happy farm ช่วงนั้นฉันยอมรับเลยว่าฉันติดงอมเเงม 
ถึงขนาดตี 4 แล้วฉันยังอยู่หน้าจอคอม 
เวลาที่ฉันได้ยินเสียงประตูเปิดออกและเสียงฝีเท้าของแม่ 
ฉันมักจะแอบปิดหน้าจอและแกล้งหลับอยู่บนโต๊ะ 
เปิดหน้ากลูเกิลที่เกี่ยวกับสาระน่ารู้ที่ฉันเปิดสำรองตั้งเอาไว้ 
หลังจากที่แม่เดินกลับเข้าห้องความกระชุ่มกระชวยก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง


ครั้งหนึ่งในห้องสมุดโรงเรียน ฉันกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ช่วงนั้นเป็นช่วงใกล้ปิดเทอม คุณครูก็มันจะสั่งการบ้านมาให้มากมายจนแทบจะเอาไปสร้างบ้านได้ 1 หลัง 
ฉันนั่งทำการบ้านโต้รุ่งตลอดทั้งอาทิตย์ไม่ว่าจะของตัวเองบ้างหริือไม่ก็ของเพื่อนที่วานจ้างฉัน
ฉันจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพฤหัส เพื่อนของฉันถือโอกาศชวนฉันไปนั่งเล่นที่ห้องสมุด 

วันนั้นห้องสมุดก็ดันเปิดแอร์ซะด้วย พออากาศเย็นๆเจอเข้ากับความง่วงนอนที่สะสมมาเป็นอาทิตย์ จู่ๆร่างกายฉันก็ขยับไม่ได้ศรีษะก็ทิ้งลงบนโต๊ะ(ตอนไหนไม่รู้) 
ริมฝีปากเริ่มอ้าออกช้าๆ เปลือกตาค่อยๆปิดลง 
อ้า มันเป็นความรู้สึกที่ดีเลยทีเดียว ไม่นานฉันก็หลับ
แต่โชคร้ายขณะที่ฉันกำลังหลับนั้นกลับมีเสียงออดดังขึ้น 
โชคร้ายกว่านั้นคือเพื่อนที่นั่งข้างๆฉันดันเขย่าตัวฉันแทบจะเป็นโคอาล่ามาร์ทเชค 
ไม่ว่าจะใครก็ตามหากถูกปลุกกลางคันมันจะมีอาการหงุดหงิดเสมอ 
กลับกลายเป็นว่าวันนั้นฉันอยากจะขอบคุณเพื่อนคนนั้นมากกว่า 
เพราะฉันไม่เคยสัมผัสการตื่นเเล้วสดชื่นขนาดนี้มาก่อน


ตั้งแต่นั้นมาฉันเลยเชื่อว่าการนอนเพียงแค่ 1 นาทีสามารถกระตุ้นสมองให้สดชื่นมากกว่าการนอนตื่นเช้าเสียอีก 


//เรื่องเล่าของชะวิ้ง
SHARE
Writer
Gerbera_
women
หญิงฉกรรจ์ก็มีหัวใจ สามารถทำความรู้จักเพิ่มเติมได้ที่ IG:nunnun_gt

Comments