1 Litre of Tears
วันนี้เป็นอีกวันที่ได้กลับมาเปิดฟังเพลงเเทร็กเก่าๆ จากFlash Drive ที่บังเอิญเจอมันรวมอยู่กับของที่วางระเกะระกะ หลังจากจัดการเก็บห้องนอนให้เป็นระเบียบ ในรอบ1 ปี only human เป็นเพลงประกอบ 1 Litre of Tears ชื่อซีรียส์ที่ดูออกจะตลกๆ ตอนเเรกก็ได้เเต่สงสัยว่า ทำไมต้องเป็นบันทึกน้ำตา 1 ลิตร ด้วย ทำไมต้องมีคำว่า1 ลิตร....
 
หลังจากเปิดเพลงฟัง ภาพเก่าๆจากในซีรียส์ก็วนกลับมาเสมือนเพิ่งดูไปเมื่อวันก่อนพร้อมกับน้ำตาก็ทะลึ่งจะมาล้นเอ่อเอาตอนนี้ เรื่องราวของ อายะ ตัวเเสดงนำของเรื่องที่ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย โรค spinocerebellar ataxia หรือโรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานจากสมองน้อยเเละไขสันหลัง เป็นอีกโรคที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีหนทางรักษาเยียวยา อาการของโรคจะค่อยๆรุนเเรงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากความสามารถในการใช้งานร่างกายค่อยๆสูญเสียไปทีละส่วน กระทั้งการใช้ชีวิตประจำวันปรกติก็จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ การเดิน พูดไม่เป็นคำ กระทั่งสือสารไม่ได้ สภาวะสั่น มีอาการซึมเศร้า เเม้กระทั่งเคี้ยวอาหารก็จะลำบาก..
  
..” ร่างกายเป็นของหนูรึเปล่า ”.. เด็กสาวอายุ 15 เอ่ยถามแม่ขึ้น ในวันที่เธอไม่สามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้อีกต่อไป เธอตกอยู่ภายในสภาวะที่ร่างกายสั่นเทา เเละค่อยๆกลายเป็นเรื่องที่ลำบาก เเม้กระทั่งการพูดคุย เหมือนเธอจะไม่สามารถใช้ชีวิตปรกติได้อีกเเล้ว...


ในวันนึง อายะอยู่บนรถประจำทาง เธอต้องไปสอบให้ทันเวลาเเต่เผลอหลับเเละเลยป้าย เธอจึงลงระหว่างทางเเละวิ่งกลับไปเพื่อให้ทันเวลา ในขณะเดียวกัน อะโซคุง หรือฮะรุโตะ ที่กำลังปั่นจักรยานเลี่ยงการเข้าสอบก็บังเอิญเจอเธอ ด้วยความสงสารจึงอาสาไปส่งเธอที่สนามสอบ จนทำให้อาโซคุงจำเป็นต้องเข้าสอบไปด้วย เธอเเละอาโซได้เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน ในตอนเเรกอาโซ มีท่าทีเย็นชา จนอายะทราบเหตุผล อาโซไม่ได้เป็นคนเบื่อโลกเเบบไม่มีเหตุผล เนื่องจากอะโซเพิ่งเสียพี่ชายไปจึงทำให้เค้ารู้สึกสูญเสียเเละไม่เข้าสังคม อายะเข้าใจในความรู้สึกนั้น ก็พยายามเข้าหาทีละนิดๆ 


ระหว่างนั้นอายะ มีความผิดปรกติเล็กๆน้อยๆที่เธอเข้าใจว่าเกิดขึ้นเพราะเธอซุ่มซ่าม จะมีก็เเต่เเม่ของเธอเท่านั้นที่สังเกตุเห็น เเม่ของเธอเป็นที่ปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ จึงสังเกตุเธอเป็นระยะๆ อายะได้เข้าชั้นเรียนห้องเดียวกันอาโซคุง งานเเรกที่เธอได้รับมอบหมายจากโรงเรียนคือร้องเพลงประสานเสียง ที่เธอเเละอาโซต้องทำงานร่วมกับเพื่อนๆในชั้นเรียน March 9th - 1 Litre of Tears (san gatsu kokonoka (3月9日・レミオロメン) ) นั้นเป็นภารกิจเเรกของเธอ ที่เธอภูมิใจกับมัน โดยที่เธอไม่รู้ว่านี่ก็เป็นภารกิจสุดท้ายในชีวิตของอายะเช่นกัน ไม่มีใครรอบข้างรับรู้ว่าต่อไป อายะจะไม่สามารถยืนอยู่ร่วมกับเพื่อนๆได้อีก


ซีรียส์นี้สร้างมาจากเรื่องจริง เเละมันก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าจริงๆเเล้ว บันทึกน้ำตา1ลิตร อาจจะทำให้คนดูเสียมันไปมากกว่า 1 ลิตรเสียอีก เเต่ก็คงเสียไปไม่เท่า อายะ เด็กหญิงเจ้าของเรื่องราวที่น่าเศร้า 

ไม่นาน อายะเริ่มทรงตัวลำบาก อาการของโรคได้ปรากฏเด่นชัดขึ้น ความรักครั้งแรกกับรุ่นพี่ ยุจิ คะวะโมะโตะ ในโรงเรียนก็ค่อยๆ สิ้นสุดลง เพราะรุ่นพี่หลีกเลี่ยงที่จะคบกับเธอที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ในทางตรงข้ามอาโซที่เคยเป็นคนเฉยเมยไม่ไม่ใส่ใจใครก็กลับมาเอาใจใส่เธอมากขึ้น ครั้งหนึ่งรุ่นพี่คนนี้ทอดทิ้งให้อะยะต้องรอท่ามกลางสายฝนที่สวนสัตว์แต่ฮะรุโตะก็รู้ว่ารุ่นพี่จะไม่มาจึงได้ไปพาอะยะกลับโรงพยาบาล จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แนบแน่นขึ้นเป็นลำดับ

อาการของอายะเริ่มทรุดขึ้นเรื่อยๆจนรอบข้างต้องดูเเลเอาใจใส่เธอเป็นพิเศษ เเละเธอก็รู้สึกลำบากใจ บางครั้งเพื่อนสนิทสองคนของเธอต้องเข้าสอบช้าเพราะคนนึงช่วยพยุงตัวเธอขึ้นบันได อีกคนนึงก็ยกวิวเเชร์ให้เธอ ถึงเเม้จะลำบากเเค่ไหนเพื่อนเธอก็ไม่เคยบ่น อาโซที่คอยดูอยู่ห้างๆก็หันมาสนใจเรียนเเละไปรับไปส่งเธอที่บ้าน อาโซกลายเป็นคนมีจุดมุ่งหมายว่าจะตั้งใจเรียนเเพทย์ตามคุณพ่อ.. 

จนกระทั่งวันหนึ่งอะยะก็ไม่สามารถอยู่ที่โรงเรียนของคนปกติได้อีกต่อไปเธอต้องตัดสินใจย้ายไปเรียนที่โรงเรียนของผู้ทุพพลภาพ

"ฉันโลภมากไปอย่างนั้นหรือ การที่ฝืนอยากจะอยู่ให้นานขึ้นเนี่ย มันผิดด้วยหรือ" 
 
ฉันชอบเสียงลูกบอลที่ดังก้องในโรงยิม ทั้งห้องเรียนที่เงียบสงัดหลังเลิกเรียน ทั้งภาพวิวที่มองเห็นจากหน้าต่าง เสียงพื้นทางเดินที่ดังเอี๊ยดๆ เสียงจอแจหน้าห้องเรียน ฉันชอบไปหมด มันอาจจะเป็นการรบกวนคนอื่นๆ และอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลยก็ได้....แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอยากอยู่ที่นี่ ก็เพราะว่า ที่นี่ เป็นที่ของฉันนี่นา  

"อยากขอบคุณที่เพื่อนๆ ที่คบกับฉันด้วยดีเสมอมา พวกเขาบอกว่า ที่เริ่มเป็นนักอ่านก็เพราะได้อิทธิพลจากอายะจังนะ...แหม! ดีจังเลย ฉันไม่ได้เอาแต่สร้างความลำบากให้พวกเพื่อนๆ หรอกนะ ถึงจะคิดไปแบบนี้ ก็คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง" 

เเต่เเม้ว่าอาการของอายะจะเเย่ลง อาโซก็ยังหมั่นคอยดูเเล อาโซเป็นคนรักสัตว์เขาจะชอบเล่าเรื่องต่างๆให้อายะฟังเสมอๆ วันหนึ่งอาโซพาอายะไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยรถเข็น อายะชอบปลาโลมาเพราะมันสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้เสียง อาโซก็ซื้อที่ห้อยโทรศัพท์รูปปลาโลมาให้เป็นของขวัญ ทั้งคู่มีที่ห้องเหมือนกัน

"เรื่องในวันข้างหน้านั่นน่ะ..ฉันไม่รู้หรอก

แต่ว่า...ถ้าความรู้สึกของฉันตอนนี้

ฉันกล้าพูดได้เต็มปากว่า...ไม่โกหก

ถ้าเธอจะพูด ไม่ว่าจะช้าแค่ไหนก็จะรอฟัง

ถ้าพูดโทรศัพท์ไม่ได้ ฉันก็จะมาหาเธอที่นี้แบบนี้

ฉันไม่ใช่ปลาโลมา เธอก็ไม่ใช่ปลาโลมาด้วย

ถ้าเธออยากเดิน ไม่ว่าจะช้าแค่ไหน ฉันก็จะเดินไปกับเธอ

ตอนนี้อาจจะยังเป็นที่พึ่งให้เธอไม่ได้

แต่สักวัน...ฉันอยากจะเป็นประโยชน์กับเธอ

ถึงแม้ตอนนี้ จะไม่เหมือนเมื่อก่อน

แต่ความรู้สึกนั้นน่ะยังคงเชื่อมโยงกันอยู่

เธอไม่คิดว่าเราอยู่คนละโลกหรอกนะ

ฉันน่ะ...อาจจะ..ชอบเธอ...

เปล่า...ฉันคงชอบเธอ..."



-อาโซะ ฮารุโตะ-
 

วันเวลาผ่านไป มันพรากความสมบูรณ์เเบบที่อายะมีไปทีละอย่าง อายะพูดได้ยากขึ้น ถึงกระนั้นคนรอบข้างก็ยังคอยฟังเเละพร้อมเข้าใจ อายะไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อีก ครอบครัวก็ยังพร้อมที่จะพาอายะไปทุกๆที่ด้วยกัน

"ฉันอยากจะสร้างไทม์แมชชีน แล้วย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง ถ้าฉันไม่ได้เป็นโรคนี้ ก็คงจะมีความรักเหมือนคนอื่นได้....อยากจะได้พักพิงใครสักคนบ้างจริงๆ" 
 
อายะรู้ว่าความเป็นจริง ความรักของเธอนั้นไม่สามารถเป็นไปได้อย่างคนอื่น เธอไม่มีอนาคตเเละไม่สามารถเเต่งงานได้ เธอจึงคืนของขวัญให้อาโซคุง หลังงานเเต่งงานของคุณครูที่โรงเรียนคนพิการที่เธอไป..

"ฉันน่ะ...นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าตัวเองป่วย จนกระทั่งมาอยู่ตรงนี้ ยิ้มแล้วพูดออกมาได้เต็มปากอย่างนี้ ฉันก็...เสียน้ำตาไปแล้ว หนึ่งลิตรเป็นอย่างน้อย....” 
 
ฟังดูคล้ายคำพูดที่เห็นแก่ตัว "ทำไมต้องเป็นฉัน? โลกนี้มีคนตั้งกี่ล้านคน ทำไมถึงไม่ไปเลือกคนอื่น ทำไมถึงเลือกฉัน!" แต่เป็นใครเจอแบบนี้ก็คงพูดแบบนี้ "ฉันมีแค่สองมือ! ฉันแบกรับทั้งหมดนั่นไม่ได้หรอก! แต่ใครละจะมาช่วยฉันแบก? ฉันต้องแบกมันเอาไว้ แล้วก้าวเดินไปพร้อมกับมันจึงจะถูกใช่ไหม?" เป็นสิ่งที่อายะคิดมาตลอด…

คิโตะ อายะ เป็นเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่ต่อสู้กับโรคมาตลอดทุกเรื่องราวของเธอ เธอบันทึกมันไว้ทุกวันที่เริ่มเป็นโรคนี้...อายะเธอจากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 ซึ่ง "คิโตะ อายะ" ยังคงอยู่ในหัวใจของทุกคน ผ่านทางบันทึกที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือ บทละคร จนถึงทุกวันนี้…

ว่าเเล้วหลังจากพิมพ์บรรทัดนี้ ก็เสียน้ำตาให้กับอายะอีกเเล้ว..



SHARE
Writer
RattikornTeerakanon
Writer
ให้เรื่องเล่า..เล่าเรื่อง...

Comments

khaikung
2 years ago
เศร้าไปเหลย TT
Reply
ไม่เศร้าหรอก เนอะๆ