ฝันประหลาด กับผีทั้งสามตน : อมนุษย์-ผีผู้หญิง-คนใส่ชุดโขน
วันนี้เป็นวันที่เราอ่านหนังสือหนักมากแล้วเผลอหลับไป ในฝันเป็นที่ๆเราไม่เคยเดินทางไป มันดูล่องลอย และเบา...  

เรื่องในฝันมีอยู่ว่า เรากับเพื่อนในภาควิชาเดินทางไปเที่ยวกันที่ภาคเหนือ จนมาพักนอนกันที่วัดแห่งหนึ่ง บรรยากาศโผล้เผล้วังเวงยามค่ำคืนก็น่าชวนขนหัวลุกแล้ว แต่เรื่องมันเริ่มแบบนี้

คณะเดินทางเรามาถึงวัดกันช่วงเย็นๆ อาจารย์เข้าไปคุยกับพระสักรูปเรื่องจะขอพักที่นี่เพราะมันดึกแล้วเดินทางไม่สะดวก ที่พักของพวกเราคือตัววัด มองภายนอกดูสวยงามมากแบบศิลปะวัดตามต่างจังหวัด และเพื่อนก็ขนของจะเข้าไปเก็บในโบสถ์หลังนั้น และเราเองก็กำลังแบกเป้เดินเข้าโบสถ์ แต่สิ่งที่ชวนขนหัวลุกจนถึง ณ ตอนนี้คือ มีคนบ้าหัวเราะอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนที่ใช้เล่นหมากรุก มันพูดว่า
เค้าจะเอามึงไปด้วยลักษณะของคนบ้าคือเป็นชายสีผิวดำแดง นุ่งกางเกงเล ดูภายนอกคล้ายคนบ้า มันนั่งลูบแมวดำบนโต๊ะหินอ่อนแล้วก็หัวเราะไม่หยุด เราเห็นมันหัวเราะตั้งแต่เรายังไม่ลงจากรถ แล้วพอเราเดินเฉียดเข้าไปใกล้มันก็พูดแบบนั้นพร้อมมองตาเรา " มันจะเอามึงไปด้วย " เราได้แต่ชะงักแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจเอาของเข้าไปเก็บในโบสถ์ต่อ ตกดึกคืนนั้นมีงานเทศกาลรื่นเริงเราได้ชมกาลแสดงโขนน่าจะเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ขณะชมความงดงามของชุดนักแสดงอยู่นั้น ก็เหมือนกับมีอะไรสักสิ่งต้องมนต์ให้เรามองแต่คนใส่ชุดโขนคนนึงเข้า และเหมือนกับว่าเราจะสนใจมองแต่เค้าคนเดียว ระหว่างที่เสียงดนตรีไทยบรรเลงไปเรื่อยๆ เราก็เผลอคิดในใจไปว่าทำไมคนรำคนนี้ถึงสวยจัง หุ่นผอมบอบบางพลางชวนคิดทะลึ่งขึ้นมา และเมื่อรำจบลง เรากลับพบว่าคนใส่ชุดโขนคนนั้นไม่ใช่ผู้ชาย(ปกติชุดพระเวลารำโขนจะให้ผู้ชายใส่) แต่เป็นสาวที่สวยมาก สวยมากๆ ผมยาว ผิวขาวแบบชาวเหนือ รูปร่างผอมบาง ดูน่าหลงใหล 

จากนั้นเราก็คุยเล่นกับเพื่อนตอนเดินกลับเข้าโบสถ์เพื่อจะไปนอน เผอิญเราไปเตะโดนขอบที่กั้นประตูที่ปกติคนจะเข้าวัดเข้าโบสถ์จะต้องยกเท้าข้าม เพื่อนตัวดีก็แซวว่าโดนแน่มึงคืนนี้ แล้วก็หัวเราะคิกคักก่อนจะแยกกันไปนอน ดึกคืนนั้นเสียงดนตรียังก้องอยู่ในหัวเรา ภาพสาวในชุดโขนก็ยังร่ายรำตามจินตนาการของเรา เสียงปี่ชัดเจน เสียงกลองก็ชัดเจน ชัดจนเราเองก็ไม่กล้านอน แต่ดึกแล้วก็ต้องนอนหละวะ 

หลังจากหลับไปได้สักพัก เราเริ่มฝันว่าในโบสถ์นี้เองสมัยก่อนช่วงสงครามมีทหารพม่าเข้ามาฆ่าฟันคนที่นี่ และที่นี่เป็นวัดในช่วงยุคสมัยนั้น แต่มีคนๆนึงถูกจับตัวไปกลางศาลาวัด คนๆนั้นก็คือสาวคนที่รำโขนนั่นเอง แต่ในฝันนั้นเค้าไม่ใช่ผู้หญิงแต่จริงๆแล้วเป็นผู้ชาย และเป็นลูกของเจ้าสำนักโขนในแถบนั้น ในฝันเค้าถูกทหารพม่าลากไปกลางศาลาวัด ทหารตะโกนว่ากูจะตั้งค่ายที่วัดนี้ 
ทุกคนต้องเชื่อฟังกู ใครขัดขืนจะเป็นเหมือนอีนี่
แล้วจากนั้นเค้าก็เอาดาบปาดคอคนโขนนั้นต่อหน้าต่อตาเราในฝัน หลังจากนั้นภาพตัดมาเป็นเสียงปี่มอญแบบปี่รำมวยไทย และมีเงาดำอยู่ที่ตีนเรา มีใครสักคนกำลังรำไทยใส่ชุดโขนรามเกียรติ์ รำ และรำเข้ามาใกล้เท้าเราเรื่อยๆ แต่เราต้องตกใจเข้าไปอีกเมื่อร่างกายเราขยับไม่ได้ เราออกแรงดิ้น ดิ้นและดิ้น!  เสียงปี่กระชั้นเข้ามามาก เร็ว! และโหยหวนขึ้น! จนสุดท้ายเสียงปี่และดนตรีหยุดลง พร้อมๆกับการถอดหัวโขนออกของเค้า เค้ายังคงสวยอยู่ถึงจะรู้แล้วว่าเป็นผู้ชายก็ตาม แต่หลังจากนั้นเค้าก็หยิบดาบมาแล้วปาดคอตัวเอง เลือดค่อยๆไหลจากคอลงมาที่แขนระข้อมือที่เค้าถือหัวโขนเอาไว้ เรามองเค้าแล้วเค้าก็มองเราแต่ไม่ได้คุยอะไรกัน จากนั้นเราก็โดนจิกหัวจากหมอนที่เรานอนลากออกไปทางหน้าต่างโบสถ์ที่เปิดไว้และมีผ้าหน้าต่างที่มีสีออกสีดอกจำปาสุกโบกกระพืออ่อนๆ 

เราตกลงไปในน้ำ และเราพยายามจะว่ายขึ้นผิวน้ำแต่เราต้องพบว่ามันมีไม้แผ่นแข็งๆปิดผิวน้ำนั้นไว้คล้ายกับแผ่นน้ำแข็ง เราตกใจเพราะกลัวตายมาก และก็ใช้มือดันไปที่แผ่นไม้เรื่อยๆจนเจอช่องสี่เหลี่ยมเท่ากระดาษ A4 เราเลยรียโผล่ขึ้นไปหายใจแต่ก็เหมือนมีคนเอาหมอนสีสันเหมือนหมอนที่เราใช้นอนพยายามมาอุดรูนั้น แต่เราจะตายแล้วเราท่องพุทโธดังๆในใจ ไม่มีหมอนมาอุดแล้วและเราก็รีบหายใจ จากนั้นก็พยายามมองว่าเราอยู่ที่ไหน จากนั้นน้ำที่เราว่ายก็กลายเป็นสีดำ มีคนพยายามจะฉุดเท้าเราลงก้นบ่อน้ำนั้น แต่จากนั้นก็มีแสงสีทองจ้าจนแสบตา น้ำในฝันกลายเป็นฟองเยอะขึ้นเรื่อยๆ มือที่จับเท้าเราหลุดออกไป และเรารีบตะกายขึ้นไปที่ช่องหายใจนั้นแต่คราวนี้ช่องมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเราปีนขึ้นมาจากน้ำนั้นได้ 
จากนั้นเราก็สะดุ้งตื่นเพื่อนออกไปนอกโบสถ์กันหมดแล้ว เช้านี้อากาศเย็นดี เรารวบรวมความฝันและลุกเดินออกจากโบสถ์พร้อมกับมองขอบประตูและเตือนว่าห้ามไปเตะมันอีก หลังจากลงจากบันไดโบสถ์มา เราเห็นพระหนุ่มรูปหนึ่งกำลังกวาดพื้น ท่านดูมีทีท่าสงบนิ่งมาก ผิวสีขาวเหมือนคนจีน ท่านเอ่ยกับเราแบบนี้
เมื่อคืนนี้เป็นอะไรรึปล่าว?เราอึ้ง จากนั้นท่านพูดต่อว่า " ดวงจิตท่านอ่อนแอช่วงนี้ไม่น่าออกเดินทาง " จากนั้นเราก็เล่าทุกเรื่องที่เราเจอตั้งแต่มาที่วัดนี้ให้ท่านฟัง แกบอกว่าที่วัดนี้ไม่มีคนบ้าหรือชีเปลือยอะไรหรอก แต่ที่เราเห็นนั่นคือคนรับใช้ของเราเมื่อสมัยอดีตหลายภพหลายชาติแล้ว เค้าแค่มาเตือนเราเรื่องผีตนนั้น แต่เราเอะใจว่าผี? ถ้าเป็นผีก็น่าจะมีแค่ผีโขนนั่นอย่างเดียวมั้ง ท่านเลยเราต่อให้ฟังว่าวัดนี้มีมานานแล้ว สมัยก่อนวัดนี้ได้สร้างใกล้ๆชุมชนแถวนั้น ก็มีงานรื่นเริงตามประเพณีบ้างตามเทศกาลและจะมีคณะโขนมาร่ายรำตามเทศกาล ส่วนอุโบสถหลังที่โยมนอนเมื่อคืนเคยเป็นบ่อน้ำเก่าที่เค้าเลิกใช้แล้ว มีเรื่องเล่าว่าเคยมีผู้หญิงที่รอผู้ชายที่ไปทำสงครามแล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย เค้ารอไม่ไหวผนวกกับชาวบ้านนินทาว่าผัวเค้าคงตายไปในสงครามแล้ว หล่อนเสียใจมากจึงโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทางวัดเลยสร้างโบสถ์ขึ้นครอบบ่อน้ำนั้นไว้ คนที่โยมเจอในงานรำโขนที่ถือพานขนมนั่นแหละคือคนรักของโยมในชาติก่อนนานมาแล้ว อาตมาปล่อยคนดีให้ตายไม่ได้เลยได้ช่วยโยมไว้ เราก็คิดตามแล้วถามต่อไปว่าอ๋อ แสดงว่าแสงสีทองสว่างจ้านั่นเป็นของท่านใช่รึปล่าวท่านว่า โยมมีเรื่องมีราวกับเจ้ากรรมนายเวรเยอะ ผู้หญิงที่เสียใจเพราะโยมมีเยอะมาก ถ้าโยมตื่นแล้วให้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลครั้งนี้ด้วย 

แต่ในฝันมันยังไม่จบ เราเดินไปหาอะไรกินกับกลุ่มเพื่อนๆ เมนูเช้านี้มีข้าวสวยร้อนๆใส่จานกระเบื้องลวดลายล้านนา เพื่อนสักคนตะโกนว่า " ไอ่ห่ามึงอย่าตักแต่หมูสิวะ! "  พอเรามองดูดีๆเมนูเช้านี้มีแต่เนื้อๆทั้งนั้นเลย เราตักไปพอดีๆ และมาหยุดตรงที่ตักน้ำจิ้ม เพื่อนเราคนนึงชื่อเพลง พูดขึ้นว่า        " เดี๋ยวเราตักให้นะมาๆ " จากนั้นก็ตักไข่ทอดชะอมที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมไว้แล้ว และราดน้ำพริกกะปิสุดยี๊มาให้เรา" จากนั้นก็หัวเราะเหมือนได้แกล้งเราสำเร็จเพราะรู้ว่าเราไม่ชอบปลาร้ากับกะปิเอามากๆ ส่วนน้ำเพื่อนอีกคนก็ยิ้มน้อยๆและตักน้ำจิ้มแจ่วให้ เรากินกันจนเสร็จ หัวเราะ ล้อแซวกันจนถึงเวลาขึ้นรถเตรียมตัวกลับบ้าน ทุกคนจับจองหาที่นั่ง ส่วนเราได้ที่นั่งริมหน้าต่าง เสียงสตร์าท 
รถดังขึ้นทุกคนร้องเพลง มีแต่เราที่หันไปมองพระรูปนั้นที่เล่าความจริงให้เราฟัง เรายิ้มประหนึ่งขอบคุณท่านและยกมือไหว้ ก่อนรถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป 

รถค่อยๆเคลื่อนที่ผ่านไปตามทุ่งหญ้า เสียงสายลมหวีดหวิว และเสียงนึงก็ดังแว่บเข้ามา
ชั้นยังรักเธออยู่นะ เหี้ยยย สะดุ้งตื่นของจริงเลยครับ 
SHARE
Writer
WinterBoy
Biker
Yo, How r u ?

Comments