STOP! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน
การกลั่นแกล้งในโรงเรียน (ภาษาอังกฤษเรียกว่า School Bullying หรือในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Le Harcèrlement Scolaire) เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนในโรงเรียนทั่วโลก ใหญ่ขนาดไหนก็ขนาดที่องค์การยูเนสโกได้จัดประชุมหารือและเสนอรายงานเพื่อให้ทั่วโลกได้รับทราบถึงสถานการณ์และหาหนทางแก้ไขร่วมกัน โดยให้เหตุผลว่าการกระทำนี้เป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเด็กและส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาจนมีผลให้คุณภาพทางการศึกษาและคุณภาพของเด็กลดลง

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กทุกคนคือการเรียนรู้ที่จะพูดว่า “หยุด!” ถ้าหากกำลังถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน เพราะการตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากการแกล้งกันนี้จะทำให้เด็กมีผลการเรียนที่ไม่ดี เกิดความหวาดกลัว สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง หรือกลายเป็นเด็กมีปัญหาและเจ็บป่วย เช่นเป็นโรคซึมเศร้า เป็นต้น และยิ่งไปกว่านั้นคือ การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความรุนแรงในเด็กที่จะส่งผลเสียระยะยาวต่อสังคมโดยรวม

และนี่คือสถิติที่น่าตกใจ จากการสำรวจเด็กนักเรียนทั้งในระดับมัธยมต้น (Collèges) และมัธยมปลาย (Lycées) ในประเทศฝรั่งเศสจำนวน 700,000 คน พบว่าเด็กนักเรียน 1 ใน 10 คนตกเป็นเหยื่อของการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน

ในประเทศฝรั่งเศสจึงได้มีการรณรงค์ผ่านสื่อเพื่อสร้างความเข้าใจและเสนอแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะการอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการกลั่นแกล้งในโรงเรียนมีลักษณะเป็นอย่างไร และถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเข้าข่ายในลักษณะแบบนั้นควรจะป้องกันตัวเองอย่างไร

และนี่คือตัวอย่างของสิ่งที่สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับเด็กในประเทศฝรั่งเศสชื่อ Le Petit Quotidien ได้อธิบายเรื่องนี้ต่อเด็กและสังคมว่าการกลั่นแกล้งในโรงเรียนคือความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเด็ก และรณรงค์ว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่ควรช่วยกันแก้ไข โดยอธิบายถึงลักษณะที่เรียกว่า “การกลั่นแกล้งในโรงเรียน” คือ

1. “เหยื่อ” คือเด็กนักเรียนที่มักถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆ ที่โรงเรียน
2. การกลั่นแกล้งมักจะมาให้รูปแบบของการพูดจาเยาะเย้ย หัวเราะเยาะ พูดจาหรือการกระทำล้อเลียน เช่น ล้อเลียนลักษณะทางกายภาพ หรือแม้แต่การล้อเลียนชื่อ เป็นต้น
3. การลักขโมยสิ่งของไปซ่อน หรือกรรโชกทรัพย์ หรือแย่งชิงสิ่งของ
4. สร้างการเมินเฉย เช่นการไม่ยอมเล่นด้วย การไม่ให้เข้ากลุ่ม หรือไม่ยอมให้ร่วมโต๊ะทานอาหารในโรงอาหาร
5. การทำร้ายร่างกาย เช่น การชกต่อย ตบตี ฯลฯ

วิธีการแก้ไขคือเด็กทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อจะต้องเรียนรู้ที่จะหยุดพฤติกรรมที่ถูกกลั่นแกล้งนั้น แต่หนทางแก้ไขที่ดีไม่ใช่การตอบโต้ด้วยความรุนแรง หรือใช้วิธีการแกล้งคืน แล้ววิธีแก้ไขที่ดีคืออะไรล่ะ

เมื่อถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน วิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีคือ
1. เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วต้องรีบบอกแก่บุคคลที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา เช่น คุณครู เจ้าหน้าที่โรงเรียน ผู้ปกครอง ญาติในครอบครัว เพื่อนสนิท ฯลฯ
2. ต้องอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยการบอกเล่า การเขียน การวาดรูปเพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมด โดยเฉพาะควรอธิบายให้ละเอียดมากที่สุด เช่น วันที่เกิด สถานที่เกิด และลักษณะที่ถูกกลั่นแกล้ง
3. ถ้าหากเลือกที่จะเงียบไม่บอกใคร ก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับเพื่อนที่กลั่นแกล้งและทำให้เห็นว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ไม่ดี
4. ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่พอจะช่วยได้เพื่อหยุดพฤติกรรมไม่ดีนั้น
5. กล้าที่ช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกกลั่นแกล้งโดยช่วยเป็นพยานยืนยัน หรือหาวิธีช่วยเหลือแบบอื่นๆ
6. เด็กทุกคนต้องมีความมั่นใจในตัวเอง โดยเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดว่า การถูกกลั่นแกล้งนี้มิใช่เป็นเพราะตัวเองแตกต่างจากคนอื่น แต่เป็นเพราะตัวเองไม่ยอมต่อสู้และปกป้องตัวเองจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ต่างหาก

ซึ่งทางรัฐบาลของประเทศฝรั่งเศสเองก็ตระหนักถึงปัญหานี้และได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการจัดทำสายด่วนเบอร์โทรศัพท์ 3020 เพื่อรับฟังปัญหาและช่วยหาทางแก้ไขแก่เด็กที่ต้องเจอกับความรุนแรงจากการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นในโรงเรียน  
Just Say STOP! 
SHARE
Written in this book
STORY TELLING

Comments