Dream 04
เธอกำลังนั่งเก้าอี้ในห้องครัวที่มืดมน
กินอาหาร... ในช่วงเวลากลางคืน อยู่กับความเงียบงันของจิตใจ
บางครั้งเธอคุยกับเก้าอี้ที่ว่างเปล่า ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร
'เมื่อตอนบ่ายฉันออกไปวิ่งมาด้วยล่ะ'

แล้วเด็กผู้หญิงก็ยิ้ม ก่อนจะเอาเอาช้อนตักน้ำซุปบนโต๊ะอาหารขึ้นมารับประมาน
        
'ทีหลังอย่าออกไปไกลนะ ข้างนอกนั้นมันอันตราย' เก้าอี้ที่อายุมากแล้ว
บอกกล่าวด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเสียงของเก้าอี้... ดังขึ้นจากส่วนใด... 
บางทีจินตนาการของเด็กหญิงทำให้เป็นเช่นนั้น

'ทำไมล่ะ' เธอถาม ด้วยความสงสัย
'เพราะว่า แถวนี้ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะสิ'

เก้าอี้พยายามเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับเด็กหญิงฟัง...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
ในค่ำคืนหนึ่งที่หมอกหนาทึบ... 
ราวกับความมืดของราตรีการบุกเข้ามาที่ปราสาท แหล่งที่อยู่ของอัศวิน 
แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้น... ปราสาทที่ว่าก็ไม่มีผู้ใดหลงเหลืออยู่เลย
เก้าอี้บอกว่า 'ทุกคนที่อยู่ภายในปราสาทสูญหาย ไร้ร่องรอย' 
เขาเสียงกระแอมในลำคอครู่หนึ่ง... ก่อนเล่าเรื่องอีกครั้ง
'มันเป็นสถานที่เก่าแก่และเจ้าห้ามออกไปวิ่งเล่นบริเวณนั่น' 
เก้าอี้เตือนสติของเด็กหญิง  

เขาสังเกตเห็นซุปที่กำลังจะหมดจึงถามว่า  
'เอาซุปเพิ่มอีกไหม'  
เด็กหญิงพยัคหน้า
'ไปเอามาสิเด็กน้อย' 
 
บริเวณรอบๆประสาทดังกล่าว ตั้งแต่วันนั้น...ก็ปกคลุมไปด้วยหมอกที่ไม่มีที่มา
ชาวนาและคนอื่นๆต่างอพยพไปอยู่ที่อื่น และรวมตัวกันอีกครั้งในพื้นที่ใกล้ๆ
พวกเขาได้แต่ภาวนาไม่ให้ฝันร้ายถูกปลดปล่อยออกมา   

เธออาศัยอยู่กับเก้าอี้ตามลำพัง ในกระต๊อบเล็กๆที่อยู่กลางป่า
งานประจำของเธอ คือการหาของจำพวกา ผลไม้ พืชพรรณ สมุนไพรที่พอหาได้
มารับประทาน  และอาจนำไปแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชาวบ้านที่คอยกลั่นแกล้ง
ที่คอยกล่าวหาว่าเธอ  เป็นลูกเกิดจากปีศาจร้าย  ไม่มีพ่อ-แม่ ต่างๆนาๆ

หลังจากที่ฟังเรื่องราวของเก้าอี้... เธอก็เกิดอาการนอนไม่หลับ
เด็กหญิงออกจากบ้านในตอนเช้า... อยากไปที่ปราสาทอีกครั้ง
ที่จริงเธอแอบไปวิ่งเล่นที่นั่นหลายครั้ง

สถานที่คลายเหงาของเด็กหญิง
ผิดกับที่เก้าอี้เล่าให้ฟัง...
เพราะไม่มีใครอยู่ที่นี่...
จึงรู้สึกสงบเงียบ

เล่นคนเดียว...  ไม่สนใจใคร...
ไม่ต้องมีเพื่อนก็ได้ ...

รอบๆปราสาทถูกห้อมล้อมด้วยหมอกและต้นไม้สีดำหนาทึบ
ปราสาททิ้งร่องรอยของการแตกสลาย... ทั้งผุ ทั้งพัง ไม่สมประกอบ
มีเสาร์ที่หัก และโขดหินอยู่ในแม่น้ำรอบๆ

เด็กหญิงขึ้นไปกระโดดเล่นบนเสาร์ที่หัก... จากต้นหนึ่ง... ไปต้นหนึ่ง...
วนเวียนอยู่เช่นนั้น แค่นี้ก็รู้สึกสนุก... ขณะนั้นหมอกค่อยๆจางลง
บริเวณที่อยู่ใกล้ๆเธอสังเกตเห็น เงาสีดำตะคุ่มๆของแนวไม้ส่ายไหวค่อนข้างน่ากลัว
เธอจึงเดินเข้าไปหยิบกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆ เพราะว่าเคยชินกับความรู้สึกกลัวเช่นนี้

บางทีอาจจะเป็นหมาจิ้งจอก... แต่อย่างไรเธอไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตใด
ไม่มีแม้แต่นก... แมลง... สัตว์ขนาดเล็กบริเวณรอบๆ
เธอตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง...

แล้วเธอก็ร้องลั่น
มัน คือ ม้าสีขาว ที่เด็กหญิงเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เธออยากสัมผัสมันเหลือเกิน... 'มาจากที่ไหน หลงทางมาเหรอ' 'ฉันก็เหมือนกัน'
เด็กผู้หญิงพูดคุยและเอามือควานหาเบอรี่ที่อยู่ในกระเป๋า เธอยื่นให้กับม้า
ทันที... ทันใด... มันเชื่อฟังเธออย่างน่าประหลาด

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของเด็กหญิง
มันเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วก้มกินเบอรี่ที่อยู่ในมือ ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
เด็กหญิงบอกว่า 'มีอีกนะ ไม่ต้องรีบกิน'
เมื่อสังเกตุเห็นความสนิทสนม เธอก็รู้สึกผูกพัน
อยากแลกเปลี่ยนแนะนำตัว ถามว่า
'แกมีชื่อว่าอะไร'
'ฉันชื่อว่า ลินลี่'

'นี่แก...เดินนำหน้าชั้นอีกแล้ว'
มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น...
ลินลี่ต้องมองหาที่หลบแล้ว... เด็กหญิงอาศัยความตัวเล็กคืบคลานไปที่พุ่มไม้
ก็เพราะว่าเธอตัวเล็กกระจิ๊ดริด และช่ำชองเรื่องฝีเท้า... ทำให้ชายหนุ่มมองไม่เห็น
และไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย

เขากำลังเดินออกมาจากแนวไม้ส่ายไหว
'แกเจออะไรหรือ' เขาเป็นผู้ชายที่คุยกับม้า
ทว่า ม้าแสนงอนของเขาก็สะบัดหน้า ไม่พอใจ
ชายหนุ่มเอามือลูบที่ลำตัวของมันเบาๆ แล้วพูดว่า 'ใจเย็นๆ'
ม้าของเขาก็สะบัดก้นหนี 'ถ้าแกเลี้ยงไม่เชื่อง... ชั้นจะปล่อยแกจริงๆแล้วนะ'
เด็กหนุ่มพูดขึ้น พลางถอนหายใจ

บางทีทั้งสองอาจทะเลาะกัน... หญิงสาวรู้สึกหัวเราะ
แต่ต้องพยายามไม่ส่งเสียง


เมื่อมองดูแล้วชายหนุ่มไม่ใช่คนในหมู่บ้าน... เพราะเธอไม่เคยเห็นใครที่สวมชุดดำเช่นนี้มาก่อน
ผิวหนังของชายหนุ่มซีดขาวผิดจากคนปกติทั่วไป... แล้วเขาพกอาวุธอัศวินที่อยู่ในหนังสือเหมือนที่เธอชอบอ่านอยู่บ่อยๆ... เด็กหญิงมองดาบข้างเอวอยู่ในฝักดั่งไม่เคยถูกนำออกมาใช้เป็นเวลานานแต่ก็ยังรู้สึกกลัว... และตื่นเต้นอยู่ในใจ...

เธอค่อยๆเชื่อเก้าอี้ทีล่ะนิด  ว่า  ตัวเองไม่ควรอยู่ที่ตรงนี้ 
ลินลี่รอจังหวะที่ชายหนุ่มเดินไปตามม้าของเขา 'ใจเย็น ช้าๆ'
คอยบอกกับตัวเองว่า ถ้าเธอคลานถอยหลังออกไป 3 ก้าว... เธอจะเริ่มวิ่งหนี...
มันเป็นแผนของเธอ ที่นึกได้ชั่วขณะ

ชายหนุ่มเริ่มเดินออกไป เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดัง 3 ครั้ง
เด็กหญิงก้าวตามเช่นเดียวกัน 1... 2... 'แกร๊บ' เธอสะดุดกิ้งไม้เข้าให้แล้ว
ชายหนุ่มสะดุ้ง... แล้วหยุดเดิน หันไปมองทางด้านหลัง

พุ่มไม้ส่ายไหว... เธอไปแล้ว
แต่เขารู้สึกไม่มีเวลาสนใจ สิ่งอื่น สิ่งใด นอกจากม้าของเขา

เด็กหญิงยังคงวิ่งหน้าตั้ง
ในป่าต้นไม้สีดำทั้งแหลมคมและอันตราย... 
เสื้อผ้าของเธอค่อยๆขาดรุ่งริ่ง เผลอทำเศษผ้าหลุดติดบนกิ้งไม้... 
เมื่อลินลี่วิ่งไปเรื่อยๆ จนเธอมองเห็นแสงเล็กๆในความมืด
ในที่สุด... ก็เธอกระเด็นออกมาจากป่า และล้มลง เกือบหมดสติไป  

ตอนนี้เธอนอนอยู่ที่ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี...
เมื่อค่อยๆลืมตาขึ้น เธอเห็นนกบนท้องฟ้า
สวยจัง... สวยอะไรอย่างงี้...

แต่จู่ๆ  เธอก็ได้สังเกตเห็นทหารม้าเคลื่นทัพผ่านเข้ามา
และกำลังเดินทางไปที่หมู่บ้านที่ไกลออกไปบริเวณทุ่งหญ้า  
กองพันทหารม้าราวๆสามร้อยคน  กับธงของนกอินทรี
และเธอรู้ว่า  กำลังมีบางอย่างเกิดขึ้นเร็วๆนี้

.
.
.

เด็กผู้หญิงคอยติดตาม  และเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
เธอเห็นทหารเริ่มใช้กำลังกับชาวบ้าน  และเริ่มการยึดอำนาจก่อความวุ่นวาย
พวกเขายึดแหล่งน้ำและอาหาร  ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งชีวิตของผู้คน  ไปจนเกือบหมด
เด็กผู้หญิงรู้สึกอยากที่จะช่วย  และปกป้องชาวเมืองที่ยังคงรังเกียจตัวเธอเอง
แต่ไม่มีความสามารถที่จะทำอะไรได้เลย

ลินลี่กรุ่นคิดหนัก... ถามตัวเอง...
ถึงสิ่งที่ไม่สามารถทำได้  

แต่เธอนึกขึ้นได้ว่ามีอัศวินคนหนึ่ง
เขาน่าจะลองฟังคำขอจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
เธอจึงออกตามหาเขา  

รอบๆปราสาทถูกห้อมล้อม
ด้วยหมอกและต้นไม้สีดำหนาทึบ
เธอจะต้องกลับไปที่นั่น    

SHARE
Written in this book
Evil heard the billionth voice
ฉันได้ยินพวกเขา และพวกเขาเป็นฉัน

Comments