ล้ม
หากครั้งก่อนฉันยังเป็นเด็ก
ทุกครั้งที่ล้มลงพ่อแม่จะคอยโอบอุ้มขึ้น
ทุกครั้งจะมีเสียงเรียกหา ร้องไห้โยเย
ทุกครั้งจะมีน้ำตา คอยออดอ้อน
ทุกครั้งจะมีความรัก รายล้อมจนบาดแผลใดๆก็จางหายไป
ครั้งนี้เมื่อเติบโต เผลอสะดุดล้มลง
แรกๆล้มเล็กๆก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องการมือคู่ไหนคอยประคอง
เด็กสาวยังคงทระนงตน มั่นใจในเส้นทางที่เดิน
ไม่ทันคิดว่า ไม่มีเส้นทางลัดในชีวิต ไม่มีบทเรียนไหนที่ราคาถูก
ไม่มีชีวิตใดประสบความสำเร็จโดยไม่เคยล้มเหลว
สุดท้ายเด็กสาวมั่นใจในทางที่เดิน จนหลงทาง
เพียงแต่....ใช่ว่าเด็กสาวจะหลงทางเพียงอย่างเดียว
เด็กสาวกลับหกล้มตกลงไปในเหวลึก เหวลึกที่เด็กสาวเผลอขุดมันเอาไว้ด้วยความทระนงตน
บาดแผลทางกายไม่มากมายเท่าทางจิตใจ
ภาวนาเพียงให้ผ่านไป เก็บงำน้ำตาเพราะไม่อาจให้รินไหลได้
พยายามลุกขึ้นใช้เล็บตระกุย ดึงร่างขึ้นมาจนบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหวลึกก็ยังคงลึกเกินไปอยู่ดี 
...... วันนี้เด็กสาวรู้แล้วว่ากลับขึ้นไปจากเหวลึกเองไม่ได้ เด็กสาวล้มและตกลงมาในเหวลึก และ ไม่กล้าพอที่จะตะโกนร้องขอให้ใครมาช่วย ......

      หากแต่เด็กสาวยังคงมีความโชคดี...ที่มีหญิงสาวใจดีเดินผ่านมา เธอเข้ามารับฟังว่าเด็กสาวตกลงไปได้อย่างไร มีแผลบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แผลเป็นอย่างไร บาดลึกเท่าไหร่ แผลในจิตใจอ่อนล้ามากแค่ไหน เด็กสาวรู้สึกดีใจที่หญิงสาวคนนั้นเดินผ่านมาแล้วนั่งลง รับฟังและสังเกตลงมาจากปากเหว 
       หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เดินจากไป ..แต่ก็ไม่นานนักที่เธอเดินกลับมา พร้อมกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง 
       ทั้งคู่หาทางลงมาในเหวลึก ค่อยๆโอบและประคองให้เด็กสาวลุกขึ้น ค่อยๆพาเด็กสาวขึ้นสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จากเหวลึก ทั้งคู่ส่งรอยยิ้มให้เด็กสาวและโอบกอดไว้ เมื่อทั้งสามขึ้นมาจากเหวลึกนั้นได้ ทั่งคู่ยังคงใช้มือของทั้งคู่ค่อยๆประคองเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืน แต่เด็กสาวก็ยังคงกลับล้มลงไปอีกครั้ง เด็กสาวบอกออกไปได้แค่ว่า “ฉันขอเวลาอีกหน่อย ฉันยังไม่มีแรง” คนทั้งคู่ก็ยังคงไม่ไปไหน นั่งลงข้างกายเด็กสาว
        ชายหนุ่มบอกกับเด็กสาวว่า “เธอมีพรสวรรค์หลายอย่างฉันพบเห็นมันในตัวเธอ เรื่องเธอล้มลงเธอต้องลุกให้ได้ เธอทำได้ดี เธอไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกไม่ภูมิใจ เธอเป็นคนที่ฉันไม่อาจหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว” 
        ฝ่ายหญิงสาวก็นั่งลงข้างกายเด็กสาวเช่นเดียวกัน เธอกล่าวกับเด็กสาวว่า “อดีตคือบทเรียน เธอต้องใช้บทเรียนเป็นเครื่องพัฒนาตนไปข้างหน้า ไม่ใช่นำอดีตมาทำร้ายตัวเธอ เธอจะจมอยู่ตรงนี้ หรือเธอจะออกเดินไปทำแผลแล้วเริ่มเดินใหม่ละ” เธอยังกล่าวกับเด็กสาวต่อไปอีกว่า  “บาดแผลไม่นานก็จะหาย ส่วนบาดแผลในจิตใจฉันและเขาก็จะช่วยรักษาให้ได้มากที่สุด แต่เธอต้องรักษามันด้วยตนเองด้วย” 
       เด็กสาวค่อยๆยิ้ม แล้วบอกกับทั้งสองคนว่า “ฉันขอโทษ ตอนนี้ฉันอาจยังไม่มีแรงพอ แต่ถ้าทั้งสองคนจะช่วยพยุงเดินไปอีกหน่อยจะได้ไหม” ทั้งคู่ยิ้มรับอย่างเต็มใจแล้วค่อยๆพยุงร่างกายและจิตใจที่บอบช้ำ ค่อยๆออกเดินไปข้างหน้า ค่อยๆห่างออกมาจากเหวลึกเรื่อยๆ ก่อนจะได้พักเด็กสาวหันกลับไปมองเหวลึกนั้นอีกครั้ง แล้วยังคงนึกถึงคำที่ชายหนุ่มและหญิงสาวพูดเสมอ “พ่อกับแม่มีลูกคนเดียว พ่อกับแม่รักลูก ต่อให้ลูกล้มเหลว ลูกจำไว้วันนี้ยังมีพ่อกับแม่อยู่ อย่าได้กลัว ล้มแล้วลูกต้องลุกให้ได้ ยิ่งในวันข้างหน้าที่ไม่มีพ่อกับแม่แล้ว ลูกยิ่งต้องเติบโตล้มเมื่อใดก็ต้องลุก ด้วยตนเองให้ได้ น้ำตาที่ไหลอย่าให้ใครได้เห็น ลูกต้องเติบโตให้ได้ พ่อกับแม่จะส่งลูกให้ไกลที่สุด”

หุบเหวในใจที่ฉันสร้าง ยากนักที่จะเยียวยาด้วยตัวฉันเอง วันใดที่ได้พบทางขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใด วันนั้นคือวันที่ฉันเป็นอิสระจากความเด็ดเดี่ยวและความทระนงตน

:::: หญิงสาวที่เดินผ่านมา คือหญิงสาวที่คอยโอบอุ้มเมื่อคราเด็กสาวยังคงเป็นเด็ก คอยปลอบโยนยามเด็กสาวร่ำไห้ คอยช่วยเป็นกำลังใจให้เด็กสาวก้าวเดิน และคือคนเดียวกันที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กสาวทุกครา
:::: ชายหนุ่มที่กลับมาช่วยหญิงสาว เพื่อโอบอุ้มเด็กสาวขึ้นจากหุบเหว คือคนเดียวกับสองมือที่คอยอุ้มชูให้เด็กสาวเติบใหญ่ ก้าวไปโดยมั่นคง มีฐานรองรับที่แม้จะล้มลงอีกกี่ครั้ง มือสองคู่นั้นจะไม่มีวันปล่อยให้เด็กสาวตกลงไปในหุบเหวที่หวาดกลัวนั้นอีก
ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ คุณแม่
SHARE
Written in this book
เพราะตอนนั้น ...
เรื่องราวในครั้งก่อนนั้น กับ ความทรงจำล้านบทเรียน

Comments

ToyPaijit
2 years ago
รักจังเลย
Reply
PunPattee
2 years ago
ขอบคุณงับ