ภาพยนตร์ Devil Wears Prada - เมื่อความถูกต้องไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์
เห็นหลายๆ คนบอกว่า 500 Days of Summer หรือ Celeste and Jesse Forever หรือ One Day พูดถึงความเจ็บปวดของความสัมพันธ์ที่ "เกือบจะเข้ากันได้" ได้อย่างเจ็บปวด สำหรับเราแล้ว เรื่องที่เราจี๊ดจริงๆ กลับเป็นเรื่อง Devil Wears Prada ทั้งๆ ที่เรื่องดังกล่าวมันไม่ได้เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของนางเอกกับแฟนขนาดนั้นด้วยซ้ำ

เราเฮิร์ทเพราะว่าช่วงที่นางเอกมีปัญหากับแฟนคือช่วงที่นางเอกเปลี่ยนงานไปเป็นเลขาของเจ้าแม่วงการแฟชั่น และนางเอกเปลี่ยนตัวเองทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับในสายงาน ฝ่ายชายรับไม่ได้ที่นางเอกเปลี่ยนไป เขาบอกว่างานแบบนั้นไม่เหมาะกับเธอหรอก เธอคนนี้ในเราคุยด้วย มันต่างจากเธอคนนั้นวันที่เราแรกเจอสุดๆ และเดินจากไปไม่ใยดี

ในหนังแสดงให้เห็นว่าแฟนของนางเอกเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ได้รักนางเอกจริงๆสักหน่อย แต่ประเด็นที่มันจี๊ดคือ สุดท้ายนางเอกก็ตระหนักได้ว่าการเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เจ้านายของเธอยอมรับมันไม่ใช่ตัวเธอเลย และก็ลาออกจากงาน ซึ่งตรงกับที่แฟนหนุ่มของเธอมองไว้ไม่ผิด

มันเจ็บตรงที่ว่า ถ้าแฟนหนุ่มไม่ด่วนเทไปเสียก่อน สุดท้ายนางเอกก็จะตระหนักว่านั่นไม่ใช่ตัวเธอเลย และก็จะกลับไปเป็นตัวเองเหมือนเก่าอยู่ดีนั่นล่ะ แล้วความสัมพันธ์มันก็น่าจะไปต่อด้วยกันได้ 

แต่เพราะความไม่รู้อนาคตมันบีบให้คนต้องตัดสินจากเท่าที่รู้ในปัจจุบัน มันก็เลยไม่สมหวัง.

เพราะสุดท้ายความสัมพันธ์ที่ดีมันไม่ใช่ใครถูกใครผิด แต่มันคือการหาทางไปกันต่อให้ได้ด้วยกันเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ

ถึงอย่างนั้น มันก็น่าตั้งคำถามอยู่ดีว่าตกลงเราควรจัดการความสัมพันธ์ที่ไม่ลงตัวอย่างไรดีระหว่างอดทนเพื่อกันและกัน หรือ move on เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ

แต่ที่แน่ๆ เพราะไม่มีใครรู้เหตุการณ์ข้างหน้าได้ มันก็คงเกิดเหตุการณ์แบบแค่อดทนอีกนิดทุกอย่างก็ดีแล้ว ไม่น่าใจร้อนเลย แบบใน Devil Wears Prada  ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ต้องสงสัย
SHARE
Writer
Thanyanan_Wood
Storyteller
เรื่องเล่าของคนที่ชอบเล่าเรื่อง

Comments