พระเมรุมาศ พิมานนฤมิต
My Diary - 5 Nov. 2017

แพลนไว้ตั้งแต่วันศุกร์ว่าจะไปชมนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวงในวันนี้ครับ ซึ่งถือว่าโชคดีที่วันนี้ไม่มีแดดเลย แถมยังมีลมพัดตลอดเวลา ทำให้อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมพระเมรุมาศ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องของท้องฟ้าที่ครึ้มๆตลอดเวลาก็ตาม

ผมไปถึงจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ราวๆ 12.45 น. ตอนแรกคิดว่าพอไปถึงเต๊นท์ที่พักคอยจะมีคนมารอจำนวนมากเหมือนช่วงที่เปิดเข้าถวายสักการะพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แถมยังเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นครับ เพราะคนไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก ซึ่งพอเข้าไปยังเต๊นท์ที่พักคอย เจ้าหน้าที่จะแจกแผ่นพับงานนิทรรศการและบัตรเข้าชม ซึ่งจะแบ่งตามสีต่างๆ ผมได้รับบัตรสีฟ้า ซึ่งบังเอิญผมก็ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนๆพอดี

สำหรับการปล่อยคนเข้าชมพระเมรุมาศ จะแบ่งตามบัตรสีต่างๆครับ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการปล่อยชุดก่อนหน้าเราเข้าชมงานแล้ว ก็จะเรียกให้ชุดต่อมาขยับจุดที่นั่งเข้าไปด้านหน้าต่อไป ระหว่างรอ ต่างคนก็ต่างทำโน่นทำนี่กันไป บ้างก็อ่านแผ่นพับบ้าง ถ่าย selfie กันบ้าง ในรายเด็กๆก็วิ่งเล่นกันบ้าง ฯลฯ เพื่อรอรอบของตนที่จะได้เข้าชมต่อไป

เวลาผ่านไปราวๆ 45 นาทีได้ เจ้าหน้าที่ก็ให้สัญญาณชุดของผมเตรียมเข้าสู่บริเวณพระเมรุมาศ แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่จะให้รอที่บริเวณแปลงนาหมายเลข 9 ก่อน สักพักเจ้าหน้าที่จึงเปิดรั้วให้เข้าไป

ภาพพระเมรุมาศที่เราเห็นทางโทรทัศน์ที่ว่างดงามแล้ว การที่ได้เห็นพระเมรุมาผสด้วยตาเนื้อของเราเองต้องบอกว่า งดงามยิ่งกว่าในโทรทัศน์เสียอีกครับ พระเมรุมาศสีทองอร่าม ตัดกับตัวอาคารประกอบที่มีหลังคาสีเทาอ่อน (ซึ่งเป็นสีที่นิยมในสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 9) ยิ่งทำให้พระเมรุมาศโดดเด่นเป็นสง่ากลางทุ่งพระเมรุแห่งนี้เข้าไปอีก

ในการเดินชมพระเมรุมาศและนิทรรศการในศาลาลูกขุนแต่ละหลังนั้น เจ้าหน้าที่จะให้เดินชมเวียนไปทางขวามือครับ บางคนก็เข้าไปถ่ายรูปพระเมรุมาศเลย บางคนก็เดินเข้าชมนิทรรศการในศาลาลูกขุน ตามแต่ความคิดอ่านของแต่ละคนกันไป ส่วนผมก็เข้าไปชมนิทรรศการแบบคร่าวๆ เพรราะส่วนใหญ่เราก็พอรู้ข้อมูลมาบ้าง แต่ที่สนใจคือ ได้เห็นสิ่งของจริงๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ ทั้งตัวอาคาร ประติมากรรม งานฉากบังเพลิง(ซึ่งถ่ายแบบออกมา เพราะของจริงอยู่บนพระเมรุมาศ) พระโกศจันทน์ งานเครื่องสด งานบูรณะและสร้างราชรถ-ราชยาน ฯลฯ ซึ่งแสดงถึงความประณีตบรรจง และความตั้งใจจริงของศิลปิน ผู้ ออกแบบ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ที่รังสรรค์สุดงานศิลปกรรมในเชิงต่างๆ เพื่อถวายพระเกียรติยศอย่างสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย

ในส่วนของพระที่นั่งทรงธรรมนั้น ได้จัดเป็นนิทรรศการที่ชื่อว่า “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับตั้งแต่เสด็จพระราชสมภพจนกระทั่งเสด็จสวรรคต โดยแบ่งออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์จนถึงทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก-การทรงงาน-ทศพิธราชธรรม-การเจริญพระราชไมตรีกับนานาประเทศ-เสด็จสวรรคต ซึ่ง hilight ที่ผู้คนต่างเข้าไปถ่ายรูปกันมากที่สุดคือบริเวณมุขกลาง ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพระเมรุมาศฝั่งตะวันตกนั่นเองครับ 
และอีกจุดหนึ่งคือในส่วนสุดท้ายที่กล่าวถึงการเสด็จสวรรคต จะมีการฉาย music video รวบรวมภาพนับตั้งแต่วันสวรรคตจนถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ประกอบบทเพลง “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ของคุณเป้วง Mild ซึ่งทำเอาหลายๆคนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยความอาลัยรักแด่องค์พระจักรีผู้เสด็จนิวัติสู่ฟากฟ้า
การเดินชมพระเมรุมาศและอาคารประกอบนั้น มีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจะมีเสียงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งเมื่อใกล้หมดเวลา เจ้าหน้าที่จะแจ้งเตือนให้ออกไปทางฝั่งทิศเหนือของพระเมรุมาศ (บริเวณสวนดอกดาวเรือง) โดยให้คืนบัตรเข้างาน และจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทางออกตรงข้ามกับศาลหลักเมือง ผมรู้สึกว่าเวลาเพียงชั่วโมงเดียวยังรู้สึกไม่เต็มอิ่มกับความงดงามของพระเมรุมาศ จึงตั้งใจว่าจะกลับไปอีกรอบในตอนใกล้ค่ำเพื่อชมความงามในยามรัตติกาลอีกครั้ง เลยตัดสินใจไปพักที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรอเวลาที่จะเข้าไปอีกรอบ

ปรากฎว่าราวๆ 16.00 น. ขณะที่นั่งชาร์จแบตมือถือ ใช้ wifi ฟรีของมหา’ลัยอยู่นั้น ก็มีฝนปรอยๆลงมาอย่างเบาๆ นั่นยิ่งทำให้อากาศที่เย็นอยู่แล้วกลับเย็นลงไปอีก ใครที่เป็นคนขี้เหงาเจออากาศแบบนี้เข้าไปมีหวังได้เหงาตายอย่างแน่นอน 555+ ตัวผมก็เลยคิดว่าจะนั่งรอให้ฝนหยุดสักระยะหนึ่งก่อน แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฝนก็ปรอยลงมาอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวตก เดี๋ยวหยุดสลับกันไป แต่ไม่มีช่วงที่ตกหนักเลยนะครับ ก็รอไปจนถึงเกือบๆ 17.30 น. ก็เลยเดินกลับเข้าไปที่จุดคัดกรองอีกครั้ง เพื่อเข้าไปชมพระเมรุมาศอีกรอบ

มารอบนี้ก็ยังได้รับบัตรสีฟ้าอีกเช่นเคย และที่สำคัญคือคนน้อยมาก นั่งรอเพียงไม่กี่นาทีก็ได้เข้าไปแล้ว แถมช่วงที่นั่งรอนั้น ไฟที่พระเมรุมาศก็เปิดพอดีด้วย คุณครับ พระเมรุมาศตอนกลางวันที่ว่าสวยแล้ว ยังไม่อาจสู้กับความงดงามและความอร่ามเรืองรองของพระเมรุมาศในยามค่ำที่สีทองเหล่านั้นต้องแสงไฟจนสว่างไสวราวกับเป็นเทพวิมานที่ถูกเนรมิตกลางพระมหานครได้เลยล่ะครับ แม้ว่าในช่วงนั้นจะยังคงมีฝนปรอยๆลงมาเป็นระยะก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผมและอีกหลายๆคนที่ต่างถูกต้องมนต์แห่งความงามอันเรืองรองนั้นจนกดลั่น shutter ผ่านกล้องต่างๆกันอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดการเปิดนิทรรศการ จะมีการแสดงโขนหน้าที่พระที่นั่งทรงธรรม เพื่อให้ผู้ชมได้รับความรู้สึกราวกับอยู่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งตามเวลาจะแสดงราวๆ 18.30 น. แต่ด้วยเจ้าฝนตัวดีที่ตกลงมาเป็นระยะๆนี่แหละ เลยทำให้การแสดงต้อง delay ออกไปราวครึ่งชัวโมง ซึ่งการแสดงโขนในคืนนี้ยกเอาตอนที่ฤาษีกไลยโกษทูลขอให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระรามเพื่อปราบทศกัณฑ์ท่ามกลางเทวสมาคมอันมีพระอิศวรเป็นประธาน พระอิศวรจึงมีเทวบัญชาให้พระนารายณ์อวตารลงไปยังโลกมนุษย์ พร้อมทั้งส่งบรรดาผู้ช่วยต่างๆ ทั้งในฐานะอนุชาและพลเสนาวานรอีกด้วย การแสดงโขนจบลงเพียงเท่านี้ อาจเป็นเพราะฝนที่ตกลงมาตลอดการแสดงจนต้องยุติลงไว้เท่านี้ หรือเพราะเตรียมมาแสดงเพียงแค่นั้นก็ไม่อาจคาดเดาได้

เนื่องจากจำนวนผู้ชมที่มีจำนวนน้อยในช่วงกลางคืน เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้ผู้เข้าชมเดินชมได้ตามอัธยาศัย โดยไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องเวลาอีก จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมจะได้เดินชมส่วนต่างๆทั้งพระเมรุมาศและนิทรรศการบริเวณศาลาลูกขุนแต่ละหลังได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น เมื่อสมควรแก่เวลาจึงออกจากพระเมรุมาศ โดยถ่ายภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายก่อนออกจากบริเวณพระเมรุมาศครับ

สำหรับนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะจัดไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 7.00 - 22.00 น. ครับ ขอแนะนำให้ทุกท่านหาเวลาไปสัมผัสกับความงดงามของพระเมรุมาศแบบใกล้ๆกันสักครั้ง อาจจะเป็นช่วงเย็นหลักเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ครับ เพราะหลังจากสิ้นสุดนิทรรศการ พระเมรุมาศและอาคารประกอบทั้งหลายจะต้องถูกรื้อถอนออกไป เพราะแม้ว่าพระเมรุมาศจะงดงามเพียงใด แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่มงคลนักหากยังคงมีพระเมรุมาศตั้งกลางพระนครเป็นเวลานานครับ
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments