ลอนดอนอายยังหมุนอยู่
ฉันเพิ่งจะมาสำนึกได้ว่าตัวเองคงกำลังแย่ลงอีกครั้งจริงๆก็ตอนที่อ่านหนังสือเล่มเดิมจบแล้วร้องไห้ออกมา

ครั้งแรกที่ฉันตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านมันก็นานมากแล้ว ในตอนนั้นแค่คิดว่าเนื้อเรื่องย่อดูน่าสนใจแล้วก็บ้าบอดี หนังสือเล่มที่ว่าคือ เป็นอันตกลง หรือชื่อดั้งเดิมคือ A Long Way Down (ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันแล้วด้วยนะ) โดย Nick Hornby ถ้าจะให้เล่าบวกวิเคราะห์กันตั้งแต่ต้นจนจบฉันก็กลัวว่ามันจะกลายเป็นบทความรีวิวหนังสือไป เอาเป็นว่าเรื่องราวมันเกี่ยวกับคนสี่คนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ดันต้องมาเจอกันในคืนสิ้นปีบนดาดฟ้าของตึกเพราะคิดจะขึ้นไปฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาเหมือนกัน แต่จะพูดว่าพวกเขาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็คงจะไม่ถูกนัก เพราะเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปตัวตนของพวกเขากลับเหมือนกันอย่างเหลือเชื่อและมันทำให้ต่างคนต่างก็เข้าใจกัน (ถึงจะเอาแต่ทะเลาะกันทุกๆสองบรรทัดก็เถอะ) เพราะ -- ว่าง่ายๆเลย -- พวกเขาคือคนเศร้าที่กำลังแย่

และฉันคิดว่านั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันร้องไห้หลังจากได้กลับมาอ่านมันซ้ำอีกครั้ง


ฉันกำลังเศร้าและแย่พอสมควร
เอาเข้าจริงคำที่ผู้เขียนและผู้แปลใช้ในเรื่องมันค่อนข้างจะตลกและเสียดสีพอให้คันๆเกือบทั้งเรื่องตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษ แต่ก็คงเพราะความตลกร้ายนั้นแหละที่ทำให้ฉันที่กำลังเผชิญสภาวะทางจิตใจใกล้เคียงกับตัวละครหลักในเรื่องรู้สึกเหมือนถูกขยี้จุดที่เจ็บจนร้องโอย พร้อมๆกับที่ถูกลูบหลังโอบไหล่และปลอบโยนว่ายังมีคนที่เข้าใจความเจ็บนั้นอยู่ ถึงอาจมีไม่มากนัก แต่อย่างน้อยฉันก็มีคนบ้าสี่คนในนิยายกับนักเขียนที่สร้างพวกเขาขึ้นมา

น่าตลกดีที่ความเศร้าของฉันมาถึงจุดวิกฤตอีกครั้งในช่วงเดียวกันของปีเป็นรอบที่สาม ต่อไปฉันอาจต้องจดบันทึกไว้ในปฏิทินชีวิตว่าช่วงนี้เป็นเดือนอันตราย จะได้พาตัวเองไปอยู่ในหลุมหลบภัยและเตรียมพร้อมดึงสติกลับมาทุกครั้งก่อนที่จะจมลงไปได้ทันท่วงที ไม่แน่บางที ปีหน้าฉันอาจจะเตรียมเค้กและของขวัญครบรอบให้ตัวเองในช่วงเศร้าแห่งปีเลยด้วยซ้ำ นี่ไม่ได้ล้อเล่น ฉันคิดเอาไว้อย่างนั้นจริงๆ

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากกลับไปอยู่ในจุดที่ตัวเองรู้สึกแย่มากจนแทบทนไม่ไหวหรอก แต่ก็แค่เผื่อไว้น่ะ เพราะฉันเองก็เคยคิดว่าภูมิต้านทานของฉันมากพอจะไม่รู้สึกแย่เท่าเดิมแล้ว (ถ้าคุณเคยอ่านเรื่องที่ฉันเขียน เกี่ยวกับการแตกสลายอะไรนั่น ขายของเลยละกัน: http://storylog.co/story/59aa6bd55086a7360fdb8ffe) แต่เมื่อช่วงเวลานี้ของปีกลับมาอีกครั้งและฉันพบว่าชีวิตไม่เคยปล่อยให้คุณสุขสบายได้ตลอดเวลา เพราะว่าชีวิตก็เป็นของมันแบบนี้อยู่ตลอด ฉันจึงร้องไห้ ให้กับหนังสือเล่มเดิมที่เคยอ่านแล้วหัวเราะตลอดเรื่อง

และประโยคสั้นๆที่ดูเหมือนจะใส่มาให้เท่ๆของนักเขียนที่บอกว่าลอนดอนอายที่ดูไกลๆเหมือนจะไม่ได้กำลังหมุนอยู่ ที่จริงมันคงกำลังหมุนอยู่ ก็ช่วยฉันไว้ได้มากทีเดียว ถึงฉันรู้อยู่แล้วว่าชีวิตมันก็เป็นของมันแบบนี้ แต่บางทีเมื่อคุณนั่งชิงช้าสวรรค์ (ขอเปลี่ยนลอนดอนอายเป็นชิงช้าสวรรค์เพื่อให้มันดูรวดเร็วขึ้น) แล้วลงมาถึงจุดต่ำสุด คุณก็แค่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากคนบังคับข้างล่างและตัวคุณที่อุดอู้อยู่ข้างใน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอุดอู้รออยู่อย่างนั้นจนกว่าชิงช้าสวรรค์จะถูกหมุนขึ้นไปข้างบนใหม่

ในช่วงนี้ของปีคงเป็นแค่ช่วงที่ฉันบังเอิญลงมาถึงจุดต่ำสุดของลอนดอนอาย/ชิงช้าสวรรค์/หรืออะไรก็ช่างเถอะ ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากรอและเชื่อว่าชีวิตของฉันกำลังพยายามหมุนต่อไปอย่างที่มันเป็นตลอด เวลาที่ว้าวุ่นใจฉันก็แค่ต้องมองออกไปให้ไกลจากตรงที่กำลังนั่งอยู่หน่อยและระลึกไว้ว่าภาพบนจุดสูงสุดของชิงช้าสวรรค์มันสวยงามขนาดไหน และที่ฉันกลับมาเขียนบันทึกความรู้สึกในใจได้อีกครั้งก็เพราะว่าฉันกลับมาอยู่ในจุดต่ำสุดนี้นี่เอง

ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ลอนดอนอายก็ยังคงหมุนขึ้นลงถึงแม้ว่ามองไกลๆแล้วจะไม่สามารถบอกได้ก็ตาม

ฉันหวังว่าในครั้งต่อไปที่ฉันกลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง จะเป็นวันที่ฉันยิ้มให้กับพวกเขาแทน และบอกกับพวกเขาว่าฉันเข้าใจ อีกไม่นานมันก็จะผ่านไปเหมือนกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั่นแหละ

SHARE

Comments