ในวันที่พบว่าทั้งแม่และฉันต่างป่วยเป็นซึมเศร้าเหมือนกัน
ในวันที่พบว่าทั้งแม่และฉันต่างป่วยเป็นซึมเศร้าเหมือนกัน 

เรากับแม่มักชอบทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ ค่ะ บ่อยมากจนคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่แม่จะดุ แต่วันหนึ่งมันก็รุนแรงมากขึ้น จนกลายเป็นหินที่ถ่วงอยู่ในหัวใจเรา และเริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกาย อย่างเช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น แพนิค
 
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว เราได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิตกกังวลผสมกับซึมเศร้า และในขณะเดียวกัน แม่เราก็ตรวจพบว่าเป็นโรคซึมเศร้า
 
เมื่อคนป่วยมาเจอกันจะเป็นยังไง? 

เราเองก็ท้อแท้ในชีวิตอยู่แล้ว และต้องมาเจอกับแม่ที่กดดันในชีวิตทุกอย่าง มีอารมณ์ที่ไม่คงที่ บางทีก็เงียบ บางทีก็โกรธเอาง่ายๆ

 
ถ้าจะพูดกันตรงๆ ปัญหาเรื่องครอบครัวก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราป่วยค่ะ และเรามองว่ามันเป็นผลกระทบที่มันแพร่กระจายไปสู่คนในครอบครัวได้ อย่างที่เห็นว่า ทั้งแม่และเราต่างก็เศร้าเหมือนกัน


-----------------


แล้วเราใช้ชีวิตยังไงกับคนที่ป่วยเป็นซึมเศร้า 
ทั้งๆ ที่เราเองก็เศร้าเหมือนกัน ?
 
 
เราพยายามทำความเข้าใจค่ะ มีบ้างที่โมโหแม่มากๆ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ แต่เราก็คิดว่า เราเปลี่ยนแม่ไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้นะ เวลาไหนที่ทะเลาะกับแม่ เราก็จะพยายามใจเย็นๆ หาเรื่องตลกเข้าใส่ คลายความเครียดในครอบครัวลงบ้าง


และต้องคิดให้เป็นค่ะว่า บางทีสิ่งที่แม่ว่าเรา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะแย่ไปทั้งหมด ความกตัญญูกับความดีมันเป็นคนละเรื่องกัน ยิ่งเรามองว่าตัวเองไร้ค่า อาการก็จะยิ่งไปกันใหญ่

-----------------
 
หลายคนมองว่าเราโชคร้ายที่ต้องรับมือกับแม่ที่ป่วย ต้องคอยกลับบ้านทุกวันเพื่อดูแลแม่ ไม่มีโอกาสไปเที่ยวเล่น สนุกสนานกับใครเลย
 
แต่เราไม่มองว่ามันโชคร้ายหรอกค่ะ
เพราะเราดีใจทุกครั้งที่กลับมาบ้าน
แล้วยังมีคนที่รักเรารอเราอยู่
  

อีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดเสมอคือ
ให้นึกถึงตอนเราเด็กๆ ค่ะ
ตอนเด็กๆ ตอนที่เรายังไม่รู้อะไร
ตอนที่เราคอยซักถามแม่ แม่ก็ค่อยตอบทุกคำถาม
เวลาเราร้องไห้ แม่ก็ปลอบใจให้เราหยุดร้อง
ในวันที่เรายังไม่มีเพื่อน
แม่ก็อยู่เป็นเพื่อนเล่นเรา 
เล่นกับเราได้ทุกอย่างเลย
ไม่ว่าจะนั่งเล่นตุ๊กตากระดาษ นั่งระบายสี
ไกวชิงช้า วิ่งไล่จับกัน
 
และในวันนี้ แม่ก็เป็นคนหนึ่งที่แก่ขึ้นทุกวันทุกวัน
ก็ถึงเวลาแล้วเช่นกันที่เราจะดูแลแม่บ้าง


บางทีปัญหามันก็เหมือนเป็นข้อพิสูจน์
ว่า เรารักแม่แค่ไหน
  

แม้บางเวลาจะเจ็บปวด
แต่หนูก็ไม่ถือว่ามันเป็นเรื่องที่แย่หรอกนะ
เรามีแม่ได้แค่คนเดียว
และต้องดูแลให้ดีที่สุด
 
-----------------
 
และอีกหนึ่งผู้ช่วยที่ทำให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้ก็คือ 
"จิตแพทย์" ค่ะ
หมอเองก็รู้ว่าเราต้องเจอกับปัญหานี้
มีช่วงหนึ่งที่หมอพูดแล้วเราแทบจะน้ำตาไหลออกมาเลย
หมอบอกว่า
 
"แม้เราจะโกรธ หรือจะเกลียด ก็ขอให้ใช้ความรักเข้าสู้
ให้มีความรักให้มากกว่าความเกลียด
และอย่าลืมนะ ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน 
ถ้าอยากปิดปากแม่ให้หยุดบ่น
อย่าลืมพูดว่า..."
.

หนูรักแม่นะ 

-----------------
 
อืมมมม แม่เศร้าใช่ไหม
ไม่เป็นไรหรอก 
หนูเองก็เศร้าเหมือนกัน
และวันนี้อาการหนูเริ่มดีขึ้นแล้ว
และสักวัน แม่เองก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ

จนเราสองคนเดินออกจากโลกแห่งความเศร้าได้  

ChaMaNoW
https://www.facebook.com/FailureDiary/  
 
SHARE
Written in this book
บันทึกแย่ๆ เท่าที่นึกได้
ทุกวันนี้มีแต่คนเล่าเรื่องความสำเร็จมากมายจนเริ่มจะเอียน เลยขอถือโอกาสมาเราเรื่องแย่ๆ บ้าง แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่าโลกมันจะไม่ได้น่าอยู่ แม้จะอยู่ยาก แต่อยู่ได้ เพียงแค่อยู่ให้เป็น และเรียนรู้ความไม่สวยจากโลกใบนี้ 
Writer
ChaMaNoW
Ordinary Girl
Love Japanese Drama and writing. ChaMaNow at Sakura Dramas. Ordinary girl who shares mind story to well being life.

Comments

Knitver
2 years ago
เข้มแข็งมากเลยนะครับ ต้องผ่านได้แน่ จริงอยู่มันอาจแย่ที่เป็นแบบนี้ ไม่มีใครรู้ว่าคุณจะอยู่กับแม่คุณได้นานแค่ไหน แต่ปัจจุบันและจากนี้ไป คุณได้ใช้เวลากับแม่คุณมากขึ้น มันอาจจะเป็นสิ่งที่มีค่าในชีวิตมากที่สุดอย่างหนึ่ง คุณและแม่คุณต้องผ่านเรื่องแย่ๆไปได้แน่ 

เป็นกำลังใจให้นะครับ:) 
Reply
ChaMaNoW
2 years ago
ขอบคุณนะคะ ^^
Nattsaki
2 years ago
มาให้กำลังใจผ่านตัวหนังสือนะคะ
Reply
TrustMe
2 years ago
สู้ๆน่ะคะ
Reply