บางความทรงจำอนุญาตให้เรากระทำกับมันได้แค่เพียงคิดถึง
1.
โลกของผมกว้างขึ้นตั้งแต่แม่เริ่มเห็นว่าเติบโตพอจะลากไปไหนมาไหน ใช้แรงกายเพื่อช่วยหิ้วของมาขายที่ร้านได้แล้ว สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นธรรมเนียมของตระกูล อาก๋งเคยพาแม่ไปที่รู้จักกับร้านไหน แม่ก็จะพาผมไปซื้อของและทำความรู้จักกับร้านเดียวกันนั้นเสมอๆ แน่ละ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เจ้าของร้านเป็นคนจีน

ไล่ตั้งแค่เยาวราช คลองถม บ้านหม้อ สะพานผ่านฟ้า ผมจำวันนั้นได้ดี สมัยที่อยู่ ป.5 ระหว่างที่แม่กำลังพาผมไปซื้อของตามปกติ แม่พาผมมารู้จักกับ 'สะพานเหล็ก' ผมว้าวตั้งแต่ก้าวขาลงไปในบันใดไต้สะพานแล้วพบกับร้านขายแผ่นเกมยืนต้อนรับเราเป็นร้านแรกในทางเข้า 

ที่จริง มันควรเป็นวันปกติจนวันหนึ่ง จนรู้ว่าที่แม่พามาสะพานเหล็กในวันนี้ นอกจากจะซื้อของกลับไปขายที่ร้านแล้ว แกยังจะซื้อเครื่องเกมบางอย่างให้อีก เครื่องเกมใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน และเป็นเย็นวันเดียวกันนั้นที่ผมหิ้วกล่อง PS2 กลับบ้านด้วยความอิ่มใจ

ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งเวลาที่แม่บอกว่าจะไปซื้อของที่สะพานเหล็ก หัวใจมักลิงโลดไปโดยอัตโนมัติ ตัดภาพมาอีกหลายๆครั้ง ทั้งPSP, NDS เครื่องเกมทุกเครื่องของผมมีจุดเริ่มต้นจากสถานที่แห่งนี้ ยุคสมัยนั้นสำหรับผม สะพานเหล็กคือยูโทเปียสำหรับเด็กชายที่แท้จริง

จนมาถึงช่วงอายุ 15 ช่วงวัยที่เริ่มรู้สึกรู้สากับโลกมากขึ้นบ้างแล้ว แม่เริ่มประหยัดเวลาด้วยการฝากผมไปซื้อของแทน ส่วนแกจะได้มีเวลาไปซื้อของร้านอื่นที่อื่น ของไม่เท่าไร ใช้เวลาซื้อไม่นานก็เสร็จ แต่กลับเป็นผมเองที่ใช้จังหวะนี้กับเวลามากเกินจำเป็นเพื่อเดินดูนู้นนี่นั้น เขาออกซอยเล็กใหญ่ เดินไปอาคารข้างๆ เดินไปจนเจอกับโซนขายของเล่นมือสอง โซนที่ทำให้ผมติดเหง็กอยู่กับมันนับชั่วโมงๆ

ดรากอนบอล วันพีช นารุโตะ โดเรม่อน ตัวละครในความทรงจำหลายตัวยืนนิ่งด้วยท่าทางต่างกันไปในตู้เหล่านี้ นับเล่นๆ น่าจะร้อยกว่าตัวได้.. ไม่สิ ถ้านับดีๆ เผลอๆมีถึงพัน แต่ละตัวมีป้ายราคาแปะไว้พร้อมชื่อแปลกๆ เดาเอาว่าน่าจะเป็นชื่อคนฝากขาย บางตัวลักษณะคล้ายกันเดะ แต่ราคาที่แปะอยู่กลับต่าง ที่นั่น วันนั้นทำให้ผมพบกับโมเดลโกคูจากเรื่องดรากอนบอล มันสวยมาก สวยจนทำให้เด็กอายุ 15 อยากครอบครองเสียเดี๋ยวนั้น ฝันถึงวันที่จะได้เอาเจ้าหุ่นตัวนี้ใส่ในกระเป๋าเป้ เอาไปอวดเพื่อนๆในวันต่อมา แต่น่าเสียดาย โลกแห่งความจริงตบบ่าบอกเราว่าราคาเลขสี่หลักขนาดนี้ แม่ไม่มีทางซื้อให้เราแน่ๆ

นับแต่นั้น การมาสะพานเหล็กแต่ละครั้งจึงเสมือนการมายังพิพิธพันธ์ของเล่นที่เปลี่ยนหุ่นจัดแสดงเสมอๆ ไม่มีเงินจะครอบครองหรอก แค่การมายืนเกาะหน้าตู้กระจกขายโมเดลมือสอง เพียงชื่นชมด้วยสายตาอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ยืนมองดูและบอกกับตัวเองเสมอๆว่าในวันหนึ่งวันใด เราทำงานเมื่อไร เราจะได้ครอบครองโมเดลเหล่านี้มากเท่าที่ใจจะอยากได้

2.
ผมได้เงินเดือนครั้งแรกตอนอายุ 19 ถึงมันจะเป็นเงินจำนวนหลักหมื่นต้น เหตุผลในการครอบครองทำให้เราสามารถใช้มันได้อย่างอิสระ ประกอบกับชีวิตประจำวันสมัยเริ่มทำงานใหม่ๆไม่มีอะไรมากไปกว่าพยายามตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อไปทำงาน และกลับบ้านหลังหมดเวลาทำการ อาศัยความบ้านใกล้ประหยัดค่ารถในการเดินทางไปกลับ เสียเงินอย่างมากสุดก็แค่ข้าวเช้าและข้าวกลางวัน หรือช่วงเย็นๆบางทีหากมีนัดดื่มกับมิตรสหาย นั่นจึงทำให้แต่ละเดือนพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง

ผมยังคงไปสะพานเหล็กกับแม่เสมอๆ แต่หลังจากเริ่มทำงาน เริ่มมีเงินพอจะหาซื้อโมเดลตัวละครจากมังงะที่อยากได้มาบ้างแล้ว ผมยังคงแวะไปยังพิพิธพันธ์ของเล่นแห่งนั้นสม่ำเสมอ แต่เปล่า ไม่ได้ไปเพื่อซื้อของในตู้โชว์เหล่านั้นหรอก ตลอดเวลาที่เดินสะพานเหล็กมาทำให้รู้ว่าเอาเข้าจริง โมเดลลอกเลียนแบบที่บรรจุในถุงพลาสติกขายไม่ไกลจากกันก็ถือว่าพอใช้ได้ในแง่ของการสะสม 

เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ช่วงอายุ 19 จนถึง 20 ต้นๆ สะสมโมเดลลอกเลียนแบบโดยไม่ได้สนใจว่านี่คือของปลอม ในใจลึกๆก็รู้แหละว่ามันไม่ดีหรอก งานก็หยาบ เก็บรักษาไม่ดีเนื้อยางก็ร่อน สีหลุด แต้มสีก็เลอะมาจากโรงงาน แต่จะทำอย่างไรได้ การมีเงินเดือนใช่ว่าจะทุ่มให้กับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้เสมอไป และสุดท้ายจุดมุ่งหมายของการสะสมมันก็เพียงเพื่อให้เราได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการก็พอแล้วรึเปล่า ซึ่งหากใช้เงินหมดไปกับส่วนนี้มากไปก็จะไม่พอให้เราไปซื้อเกม จับจ่ายสิ่งที่อยากได้อีกมากมายซึ่งเริ่มมากขึ้นมาตามช่วงวัยที่โตขึ้น เครื่องประดับ แกตเจต มือถือใหม่ สำหรับเรา สิ่งเหล่านี้เริ่มน่าสนใจกว่าโมเดลไปเสียแล้ว 

แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสะสมแต่ของปลอมทั้งหมด ในจำนวนมากก็ยังมีส่วนน้อยที่เราเชื่อว่ามันยังเป็นของแท้ (ตัดสินจากราคาตอนซื้อมาล้วนๆ) ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเสกลราวๆ 1 ฟุต และน่าตลกดี โมเดลพวกนี้ผมมักจะหยิบจับมันมาเช็ดๆทำความสะอาดมันเสมอๆ ใช่ ผมชอบโมเดลมากกว่าตุ๊กตา แม้จะกอดไม่ได้ แต่สุขใจมากกว่าที่ได้ครอบครอง

เก็บสะสม ชื่นชม ความน่าเศร้าคือโมเดลหนึ่งตัวสำหรับผม ทำหน้าที่ได้เพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตากับมันอีกแล้ว นานวันผ่าน เก็บสะสมมันมากเข้าจนเริ่มรู้สึกว่ามันมากเกินไป บ้านเริ่มเต็มไปด้วยโมเดลเหล่านี้ จนบางทีซื้อของใหม่มายังไม่มีเวลาแม้แต่จะแกะจากถุงพลาสติก กลายว่าพอมีมากไปก็เป็นภาระ หากแต่พื้นที่มีจำกัด เลยจำเป็นต้องกำจัดบางอย่างทิ้งไป ในการเก็บบ้านแต่ละครั้ง โมเดลจำนวนถูกทิ้งไปโดยไม่เสียดาย หากของบางอย่างที่ได้มาง่าย ก็ไม่แปลกหากตอนทิ้งไปจะไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์ขนาดนั้น

ใช่ว่าชีวิตเราจะแน่นอนและแน่นิ่งเหมือนโมเดลเหล่านั้นเสมอไป หลังจากนั้นไม่กี่ปี ชีวิตได้พาชีวิตไปสู่การทำงานที่ใหม่ ระยะทางไกลจากบ้านมากกว่าสิบกิโลเมตร แลกมาด้วยเงินเดือนที่มากกว่า และโอกาสในการเรียนรู้สังคม เรียนรู้โลกมากขึ้น ซึ่งเรานับว่าคุ้มค่า แม้ช่วงแรกจะไปกลับไหวอยู่ แต่ผ่านไปไม่เท่าไร ผมเริ่มรู้สึกว่าน่าจะดีกว่าถ้าอยู่มันที่ทำงานไปเลย ประจวบเหมาะพอดีกับการหาที่พักได้ แม้ไม่ได้ใหญ่มากเท่าไรแต่สำหรับหนึ่งชีวิต แต่พื้นที่ขนาดเท่านี้ก็เหลือเฟือสำหรับการนอน

วันที่ย้ายของใช้จำเป็นจากบ้านมาห้อง ผมมองโมเดลพวกนั้นด้วยใจคิดว่าหรือเราจะเอามันติดไปด้วยดีนะ แต่ดูจากสัมภาระแล้ว สุดท้ายตัดสินใจให้มันอยู่กับบ้าน รอวันเรากลับมาชื่นชมบ้างเป็นครั้งคราวน่าจะดีกว่า 

3.
ต้นปีที่ผ่านมาผมมีความจำเป็นต้องย้ายที่อยู่อาศัยอีกรอบ

แม้จะห่างจากที่เดิมไม่เท่าไร แต่การขนของเครื่องใช้ส่วนตัวเท่าที่จำเป็นทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วในหนึ่งวันของการใช้ชีวิต บางสิ่งบางอย่างมันไม่มีความจำเป็นอันใดเลย จะสิ่งของหรือเครื่องใช้ บางอย่าง ผมแทบไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยนับแต่ครอบครองวันแรกๆ และไม่มีอะไรการันตีว่าเราจะสถิตอยู่ ณ ที่เดิมได้เสมอไป การเปลี่ยนแปลงให้สัญญาณเราอย่างเงียบๆ และต่อให้เราเตรียมตัวไว้แค่ไหน ในวันที่มาถึงเราก็รู้สึกไม่พร้อมอยู่ดี

ผมขนย้ายข้าวของส่วนตัวไปพร้อมกับรถขนของขนาดใหญ่ ห้องใหม่ดูเล็กกว่าเดิมขึ้นไปอีก แต่ไม่เป็นปัญหา ผมรู้แล้วว่าสิ่งไหนบ้างจะเป็นองค์ประกอบภายในห้อง ตู้เก็บหนังสือขนาดใหญ่ โต๊ะตัวหนึ่ง เตียงหนึ่ง กล่องเก็บเสื้อผ้า ราวแขวนเสื้อขนาดพอดีๆ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่มีของเล่น ไม่มีอุปกรณ์ประดับเพื่อความสวยงามอันใด 

‘อยู่ให้น้อย ครอบครองให้น้อย(ยกเว้นเงิน) แล้วจะขยับตัวได้ง่าย’ เราพยายามใช้ประโยคนี้กับชีวิตเสมอๆ

4.
จากวันที่อายุ 15 จนถึงวันนี้ ผ่านมา 10 ปีพอดี หน้าร้านขายโมเดลมือสอง ซึ่งตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ตามกฏระเบียบของทางรัฐ สะพานเหล็กในความทรงจำของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว สถานที่แห่งความทรงจำยังเปลี่ยนแปลงไปได้ ไม่แปลกที่เราจะเปลี่ยน ระหว่างกำลังเดินดูโมเดลไปเรื่อยๆ (แน่นอนว่าไม่ได้คิดจะซื้อ) สายตาไปสะดุดกับหุ่นโมเดลตัวหนึ่ง หุ่นตัวที่ทำให้รานึกถึงตัวเองตอนอายุ 15 ขึ้นมา

หุ่นโกคูสูงราวๆ 30 เซนในท่าเบ่งกล้ามกำลังแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นแรก

‘นี่ไง ตอนนี้โมเดลตัวที่มึงอยากได้ในตอนนั้นกำลังยืนท้าทายมึงอยู่ตรงหน้านี้แล้วไง ตัวเดียวกันกับที่มึงอยากได้ตอนอายุ 15 ไม่ใช่หรือ เงินเดือนเพิ่งออกหมาดๆ จะรออะไร ราคาเท่านี้แค่งดซื้อเกม งดดื่มซักสองสัปดาห์ก็ได้แล้ว’

เหมือนเสียงในใจพยายามขุดคุ้ยช่วงเวลาในอดีต ภายในใจพยายามเติมความเว้าแหว่งที่หายไปของช่วงวัยนั้น อันที่จริงมันจะจบง่ายมาก แค่เราบอกคนขายว่าอยากได้ตัวนี้ หยิบ และเดินไปจ่ายเงิน

แต่ก็ไม่เสมอไปที่ความอยากได้อยากมีในวัยเด็กจะคงอยู่เสมอไป ความทรงจำอนุญาตให้เรากระทำกับมันได้แค่คิดถึง ซึ่งหากกลับเป็นเด็ก 15 อีกครั้งในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้มีอิทธิพลมากพอให้เรางอแงกับแม่เพื่อการอนุญาตในครอบครองมันอยู่ดี เราเรียนรู้ว่าต่อให้ในวันนั้นเราได้หุ่นตัวนี้ไปอวดเพื่อนๆ ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์มันก็จะกลายเป็นความน่าเบื่อ และท้ายที่สุดเราก็ต้องหาตัวใหม่ต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

หลายต่อหลายครั้งชีวิตก็เป็นแบบนี้ ในวินาทีแรกที่อยากได้ใจจะขาด แต่พอได้ลองปล่อยให้เวลาผ่านไปพักใหญ่ กลับการเป็นว่าแท้ที่จริงแล้วกับบางสิ่ง เราไม่ได้ต้องการมันขนาดนั้นนี่น่า ยิ่งเติบโตเท่าไร กลับกลายเป็นว่าความอยากเริ่มขยายใหญ่ตามอายุที่มากขึ้นๆ เราอาจไม่อยากได้โมเดลนั้นเพื่อมาครอบครองอีกแล้ว กลับกัน เราเริ่มเปิดเว็บไซต์หาข้อมูลโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ อัพเดตว่าวันนี้มีที่ไหนกำลังลดราคาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตั๋วเครื่องบินไหนกำลังมีโปรโมชั่น หมดเงินไปกับความเมามายและความสบายใจในแต่ละวันมากกว่าการเก็บสะสมสิ่งแทนความทรงจำในวัยเด็ก

ข่าวดีคือทุกวันนี้เราไม่จำเป็นต้องพาตัวเองไปยืนดูหน้าพิพิธพันธ์ของเล่นเหล่านั้นอีกแล้ว โลกออนไลน์ดึงของเล่นเหล่านั้นมาหาเราเสียเอง คลิกเลือก จ่ายเงิน ครอบครอง หากไม่อยากเป็นเจ้าของแล้วก็แค่ปล่อยขายต่อไป แสนง่าย สะดวกสบาย แต่ข่าวร้ายคือเมื่อมันมาอยู่ตรงหน้า มีเวลาชื่นชมมันมากขึ้น ยิ่งทำให้เราตัดสินใจครอบครองง่ายเสียเหลือเกิน กดคลิกสองสามที ตัดภาพไปเงินก็ปลิวออกจากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

พอหาเงินง่ายก็ใช้เงินมาก หากของบางอย่างได้มาครอบครองก็ดี แต่หากการมีอยู่ของมันทำให้มานั่งเสียดายเงินที่เสียไป นั่นหมายความว่าลึกๆแล้วเราอาจไม่อยากได้มันขนาดนั้นมั้ง ไม่ใช่แค่ของเล่น กับรองเท้า เสื้อผ้า แม้กระทั่งอาหารมื้อดีๆซักมื้อ บางอย่างตอนเห็นครั้งแรกเราอยากได้มันเสียเหลือเกิน แต่พอได้ลองไปสัมผัส ไปเห็นของจริงเข้า ผมกลับพบว่าอ้าว ความอยากมันไม่ได้มากขนาดนั้นแล้วแฮะ

บางชิ้นกว่าจะทำใจได้ก็นานหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอกหากจะปล่อยให้ช่วงวัยมีรอยรั่วในใจบ้าง และเมื่อเวลาผ่านไป รอยรั่วบางอย่างอาจสมานตัวกลายเป็นเพียงแผลเป็นให้พอได้จับ

ซึ่งอาจไม่ใช่เพียงสิ่งของเสมอไปหรอก กับความสัมพันธ์ บางทีก็มีความรู้สึกคล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

Imalwaysyours
1 year ago
บางความคิดถึงก็ไม่อนุญาตให้แสดงออกมา
Reply
Melady
1 year ago
ตอนที่ยังไม่ได้มาเรามักคิดว่าอยากได้มันมาก พอได้มาแล้วก็รู้ว่าจริงๆเราไม่ได้อยากครอบครองมันขนาดนั้น
Reply
princezpunch
1 year ago
เราจิตนาการตามภาพเลยค่ะ :)
Reply
Annananalism
1 year ago
เป็นสาวกวันพีชเหมือนกันค่ะ และชอบไปเดิน Mega Plaza กับคุณพ่อและพี่ชายอยู่บ่อยๆ ความรู้สึกเวลาเกาะขอบตู้มองโมเดลเหล่านั้น คือมันตื่นเต้นมาก อยากได้ไปหมด 555555555 แต่จริงอย่างที่คุณว่า บางทีเราอาจจะไม่ได้ต้องการมันขนาดนั้น เพียงแค่แวบแรกมันตื่นเต้นเหลือเกิน (แต่มังงะยังไงก็ต้องมีจริงๆ ขาดไม่ได้)
Reply
Ticam
8 months ago
อารมณ์เดียวกัน ตอนเดินสะพานเหล็กครั้งแรกเลยคะ 😁
Reply