alone @siam
เรื่องนี้เป็นบันทึกการเดินทางคนเดียวของฉัน ภาคต่อจากtravel alone ใครยังไม่ได้อ่านก็ย้อนกลับไปอ่านได้ แต่ไม่อ่านก็เข้าใจได้เหมือนกัน

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย:)


การเดินทางคนเดียวของฉันครั้งแรกแบบที่ไม่ใช่เดินไปซื้อมาม่าแล้วกลับมากินที่บ้านมันเริ่มต้นที่สยาม

แหล่งรวมวัยรุ่น แฟชั่น กิจกรรมต่างๆ และของแพง

ก่อนหน้านั้นฉันเคยมาสยามแล้วประมาณสองถึงสามครั้ง เรียกว่าพอจะรู้จักอยู่บ้าง(แม้จะจำไม่ได้เลยว่าที่ไหนเรียกว่าอะไร)

เป้าหมายของฉันในครั้งนั้นคือการไปงานjapanexpo ซึ่งเพื่อความปลอดภัยว่าฉันจะไม่หลงตอนเดินทางไปและกลับ ฉันจึงลากมนุษย์คนหนึ่งมาเป็นคนนำทางให้ฉัน...อันที่จริงคือเขามาเอง ฉันแค่บอกว่าจะออกมาเฉยๆ(ไม่งั้นก็เที่ยวคนเดียวไม่ได้สิ)

ซึ่งหลังจากคุณคนนำทางปล่อยฉันไว้ที่งานjapanexpo ฉันก็เหมือนกับนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง

โอ้เย่ ไปเที่ยววว

แผนมากมายก่ายกองถูกประมวลผลอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวขึ้นBTSแล้วไปตรงนี้ เดินไปตรงนั้น ต่อรถเมล์ไปตรงนี้ อยากไปตรงนั้น โอ๊ย เยอะไปหมด การเรียนยังไม่ขยันเท่านี้เลย

"เดี๋ยวอีกสักพักจะกลับมารับนะ"

....

ฮึก ไอ้คนนำทางใจร้าย;-;

เค้าจะออกไปเที่ยวง่าาาา(ทำได้แค่กรีดร้องในใจ ไอ้ที่ตอบออกไปดันเป็นคำว่ารับทราบ)

การเดินทางครั้งแรกของฉันเลยเป็นการเดินตะลอนไปเรื่อยๆในสยาม เพราะไม่รู้ว่าสักพักคือเมื่อไหร่เลยกะเวลาไม่ได้

แต่ประสบการณ์ที่ฉันจำได้แม่นมากดันไม่ใช่งานjapanexpo(ที่มีแต่คน ฅน คน และฅน อัดกันเป็นปลากระป๋องยังกับเห็นทองลดราคา)

แต่มันเป็นกิจกรรมเล็กๆที่จัดในร้านหนังสือแทน

ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปร่วมกิจกรรมนี้หรอก แต่เพื่อนฉันน่ะ คุณเธออยากได้โปสการ์ดในกิจกรรมค่ะ
ฉันเลยต้องจำใจเดินไปที่สถานที่จัดงานนั้นพร้อมทั้งโทรคุยกับเพื่อนไปด้วย

และแล้วก็มาหยุดยืนที่หน้าเค้าน์เตอร์เล็กๆซึ่งวางโปสการ์ดประมาณห้าหกลาย

คนดูแลอยู่ไหนนะ

ขณะที่ฉันกำลังมองหาผู้ที่ประจำอยู่เค้าน์เตอร์นั้นก็พอดีมีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาในส่วนที่จัด

เขาเดินเข้าไปในเค้าน์เตอร์และทำอะไรบางอย่างอยู่โดยคงไม่ได้สังเกตเห็นฉัน ฉันจึงเรียกเขา

"พี่คะ"
"..." กริบ ไม่มีสัญญาณตอบรับ
"พี่คะๆๆ"
"..." ก็ยังไม่หันแฮะ
ฉันพยายามเรียกจนในที่สุดเขาก็หันมา และพอเห็นฉันชี้ไปที่ป้ายโปรโมตงานกิจกรรมเขาก็ทำท่าตื่นเต้นดีใจและ...

พูดกับฉันด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบน้ำไหลไฟดับ

....

ช็อกสิคะรออะไร ถึงจะชอบมีคนบอกว่าหน้าฉันเหมือนคนญี่ปุ่น แต่โอ้วแม่เจ้าเพิ่งมีคนญี่ปุ่นมาพูดภาษาแม่ใส่ฉันเป็นครั้งแรก ปกติเคยแต่ได้ยินผ่านๆ พอมาเจอของจริงมันอาลาบาเลย์กินเลย์ขับฮาเล่ย์มาก(ภาษาอะไร... ที่จริงก็แค่ฟังไม่ออก)

แต่ในที่สุดฉันก็ได้โปสการ์ดมา แม้จะต้องงัดภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆมาใช้แต่อย่างน้อยฉันก็สื่อสารกับเขารู้เรื่อง!(ตอนได้ยินสำเนียงตัวเองที่หลุดออกมาจากปากนี่ถึงกับอึ้ง โอร้วนี่ฉันกระแดะได้ถึงเพียงนี้เลยรึนี่)

กว่าจะออกมาจากที่จัดกิจกรรม(พร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อนผ่านโทรศัพท์) ฉันรู้สึกเหมือนกับผ่านสงครามมาไม่มีผิด ยังกับซอมบี้เดินได้ชัดๆ

ฉันเลยตัดสินใจลากสังขารตัวเองที่ได้กินแต่อะไรไม่รู้ที่ไม่พอจะเรียกได้ว่าอาหารตั้งแต่เช้าไปที่ร้านคาเฟ่หมาซึ่งเคยได้ยินชื่อมาจากเพื่อน

เดินข้ามสะพานลอยวนไปมาสักสองสามรอบ(จนเจ้าหน้าที่ของBTSเริ่มมอง)(ทำไงได้คนมันหลงgoogle map) สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นฉันแทบจะยังไม่รู้เลยว่าอะไรเรียกสยามพารากอน สยามสแควร์ สยามบลาๆๆๆ โอ้ยปวดหัว! แต่ในที่สุดฉันก็มาถึงร้านจนได้แหละน่า

กริ๊งๆ//เปิดประตูร้าน
"สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ"
"คนเดียวค่ะ"
"....เอ่อ ค่ะ งั้นก่อนจะเข้าไปเล่นกับน้องหมาได้จะต้อง--"

...

เหงาเป็นบ้า

ไม่ได้เหงาแบบอยากหาใครมาเดินด้วยกัน เปล่าเลย เหงาตอนที่พี่พนักงานมองนี่แหละ สายตาเวทนาเด็กน้อยที่มาคาเฟ่หมาคนเดียวมันช่างเจ็บจี๊ดไปถึงทรวง

มองไปรอบๆร้านเจอแต่กลุ่มเพื่อน คู่รัก สามีภรรยา มนุษย์ตัวคนเดียวอย่างฉันที่อยากเล่นกับหมาหายไปไหนกันหมดด

ขนาดหมา(ถ้าไม่มีขนม)มันก็ยังไม่มองฉันเลย

สุดท้ายก็จบวันด้วยการเดินไปนั่งข้างหมาที่หลับอยู่แล้วเกาท้องให้มันแทน...หมาคาเฟ่นี่มันหยิ่งจริงๆ



ปล. พอกลับมาถึงหอ นอนแหมะลงบนเตียงแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากินไปแค่ขนมปังกับไอศกรีม แต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลุกขึ้นไปหยิบอาหารที่ซื้อมาก็เลยช่างมัน วางไว้งั้นพร้อมกับหลับไปโดยไม่สนใจจะทำด๋อยอะไรทั้งสิ้นแม้แต่แปรงฟัน สุดท้ายตื่นเช้ามาตัวเองก็เน่า&อาหารมดขึ้น...เป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสวยงาม

ปล2. สำหรับรูปปก(อีกแล้ว) ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะใช้รูปส่วนไหนของสยามดี แต่จะแปะแผนที่ลงไปก็...นะ งั้นเอาเป็นพารากอนละกันเนอะ(ที่จริงมีรูปคุณชายหมาที่คาเฟ่อยู่นิดหน่อย แต่หน้าไม่ให้กับการขึ้นปก ถ้าใครคลั่งไคล้น้องหมาจะมาขอดูสถานที่กับรูปก็ได้นะ//ขายของให้เขานิดนึง//เขาจ่ายมั้ย//เขาไม่ได้จ่าย)

ปล3. (ชักจะยาวละ) เหมือนเดิม ใครมีอะไรอยากแชร์เขียนได้เลย เราอยากอ่าน

แล้วพบกันใหม่บันทึกหน้า!


SHARE
Written in this book
step alone on street again
บันทึกการเดินทางเรื่อยเปื่อยของเด็กสาวม.ปลายตัวน้อยๆ(หรือไม่น้อย?)ในเมืองกรุงอันใหญ่หลวง
Writer
LemonMelon
Storyteller
Welcome to my memories

Comments