ตัวผมกับสีเทาที่ย้อมไม่ติดของเธอ

เราเป็นเพื่อนกัน จากการแนะนำของเพื่อนอีกทีหนึ่ง 
ฉะนั้นจะเรียกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทได้ไหม มันเรียกได้ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก

"เรียกว่าเป็นเพื่อนปนๆคนรู้จักจะดีกว่า"

เราออก hang out กันเป็นกลุ่มอยู่สองสามครั้ง 
แต่เรื่องมันก็นานมาแล้วแหละ สองปีที่แล้วเห็นจะได้ 
ฉะนั้นมันก็เบาบางในความทรงจำไปบ้างเหมือนกัน

ผมรู้สึกพิเศษกับเพื่อนของเพื่อนคนนี้ตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควร 
เธอเป็นสาวพยาบาลสุดน่ารักในร่างตะแมะแคระ เธอมักปล่อยให้เส้นผมจมอยู่กับสีแดงอมช็อกโกแลต แถมมีนิสัยใจคอกริยามารยาทที่แสนใจดีสมกับอาชีพเธอมาก

เธอเทคแคร์คนรอบๆข้างของเธอเสมอ

ผมมีความนิยมชมชอบส่วนตัวในภาพถ่ายที่เธออัพลงในสื่อออนไลน์ประจำตัวของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น มันออกมาน่ารักน่าเอ็นดูฝันหวานทีเดียวแหละ เรียกว่าเธอเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในการถูกถ่ายภาพอย่างมีชั้นเชิง แม้ช่วงหลังเธอจะหยุดอัพไปสักพักหนึ่ง (พบว่าตอนหลังเธอชอบเล่น ig มากกว่า fb)

หากลองมองแบบผิวเผินเธออาจจะมีลุคดูหมวยๆ แต่ผมว่ามันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ผิวเธอออกจะขาวเหลืองเสียด้วยซ้ำ เรียกว่าเธอมีความน่ารักแบบสาวเหนือสไตล์เอเชียอย่างแท้จริง(ยังไงวะ) 

คือร่างเล็กสมส่วน หน้าตาเหมือนเด็กวัยรุ่นตอนต้น 
ที่สำคัญคือเธอเป็นคนยิ้มได้น่ารักและอ่อนโยนมากๆ
ผมชอบมาก เป็นคนๆหนึ่งบนโลกที่ผมดูไม่เบื่อเลย ให้ตายสิ

กรุณาเปิดเพลง Jazz คลอเบาๆในช่วงเวลาที่เธอยิ้ม นั้นแหละโลกที่ผมอยากจะอยู่ล่ะ 

ถ้านายจะพรรณนามาขนาดนี้ ก็เรียกว่าชอบได้แล้วแหละมั้ง ขี้เว่อชิบหาย...
แต่ด้วยสถานการณ์หลายๆอย่าง เรียกได้ว่าผมก็ทำได้แค่ชอบเพียงในใจเท่านั้นแหละ

เปรียบเปรยมันก็เหมือนกับการที่คุณเห็นดาราคนหนึ่งที่คุณชอบเดินผ่านหน้าคุณไป 
เหมือนเห็นหญิงสาวในสเปคเดินผ่านเข้ามาเซย์ไฮด้วยและก็จากไป
ทำได้แค่จำเอาไว้ในความคิดเท่านั้น

อ้าวเดี๋ยวสิ...แล้วเธอจากไปไหนน่ะเหรอ

ในส่วนของรายละเอียดผมก็ไม่ได้รู้ลึกอะไรมากมายหรอก ก็บอกแล้วเป็นแค่เพื่อนของเพื่อน 
แค่รู้จักกัน ไม่ได้มีความประจักษ์ในชีวประวัติ รู้จริงถึงนิสัยใจคอลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น

แค่รู้ว่าเธอลาออกจากพยาบาล เหมือนว่าเธอจะไม่ชอบในสิ่งที่เธอเป็นอยู่ 

และหันเข้าหาเส้นทางใหม่ 
ก็ไม่พ้นวงการการช่วยเหลือคนหรอก 
เธอจะไปเรียนต่อเป็นหมอฟันที่ดินแดนห่างไกลแห่งหนึ่ง
แถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
(บอกแล้วไงว่าเธอแม่งอ่อนโยนเหี้ยๆ ฉีดยามันยังไม่พอ อยากจัดฟันให้ผู้คนซะงั้น)

ผมได้ไปงานเลี้ยงส่งเธอ ผมทำตัวแย่มากในวันนั้น กินเบียร์เมาเป็นไอสถุลโง่ๆต่อหน้าเธอ ด้วยในตอนนั้นผมโฟกัสเกี่ยวกับเรื่องราวผู้หญิงคนอื่นด้วยในตอนนั้น ผมจึงวางเธอในฐานะเพื่อนร่วมโต๊ะคนหนึ่ง ฉะนั้นมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรถ้าผมจะเมาให้เพื่อนร่วมโต๊ะเห็นจริงไหม?

พอลองมานั่งย้อนความหลังแล้ว ผมสร้างความประทับใจกับการ hang out กับเธอได้ติดลบในทุกครั้ง ยกเว้นวันเลี้ยงส่งเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังจะย้ายไปอยู่ภาคใต้

เป็นงานเลี้ยงที่งี่เง่ามาก คือการที่เจ้าภาพเชิญแฟนเก่าและผู้หญิงที่คุยด้วยในอดีตและปัจจุบันมารวมกันในงานวันนั้นทั้งหมด หรรษาที่สุดเรียกได้ว่าคงไม่มีคนไหนบนโลกจะกล้าทำแบบนั้นแน่
ไม่รู้ไอเพื่อนผมคนนั้นมันคิดบ้าบออะไรอยู่

เรานั่งกันไม่ห่างมากเท่าไหร่ เรียกได้ว่าพอจะพูดคุยกันได้ถนัดเลย
ผมอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอ (สารภาพว่าจงใจเลือกที่นั่งนิดๆ)
จู่ๆเพลงของวง HOZIER ก็ดังขึ้นมา

เป็นเมโลดี้ที่ติดหูเอามากๆ มันเป็นเพลงฮิตในปี 2014 และปัจจุบันก็ยังดังอยู่

เธอถามขึ้นมาว่าเพลงนี้่ชื่อเพลงอะไร แต่โชคร้ายที่ไม่มีใครได้ยินคำถามของเธอเลย

ในโชคร้ายมีโชคดีอยู่อย่าง 
ผมได้ยินประโยคคำถามของเธอ และจำมันได้ขึ้นใจด้วยซะงั้น

ผมฮัมเพลงถามเพื่อนฝรั่งที่นั่งข้างๆและกลับมาแค่เนื้อร้อง ก่อนจะพบกับบทเฉลยในที่สุด

ผมยื่นมือถือให้เธอฟัง 
"ชื่อเพลง Take Me To Church " 
หล่อฉิบหาย พระเจ้าเอาผมใส่เข้าไปในโบสถ์ที!!

เธอเอ่ยขอบคุณ...
ก็นั้นแหละนะเรื่องราวเสี้ยวเล็กๆ ที่ดันจำได้ขึ้นใจ

เวลาผ่านไป เหมือนจะลืมเรื่องราว แต่ความทรงจำก็ยังฝังตัวลึกแน่น

ทุกอย่างไหลผ่านราวกับตัวหนอนที่หลบในใยไหมและกลายเป็นผีเสื้อ

เธอโพสภาพที่ผมไม่ได้เห็นนานอีกครั้ง และบ่นอุบเกี่ยวกับทรงผมของเธอ ผมนั่งมองภาพของเธออยู่ครู่ใหญ่ ปล่อยให้จิตใจหมุนวนไปกับความรู้สึกดีๆที่เกี่ยวกับเธอ เหมือนกับการฟังเสียงเปียโนคีย์ดีๆที่เล่นจากศิลปินไร้ชื่อและห่างไกล

ผมจำเส้นผมสีแดงเพลิงของเธอในรูปโปรไฟล์นั้นได้ และยังคงไม่จางหายกับเส้นผมสีบลอนด์ทองนั้นกับชุดเดรสสีขาว ย้ำเตือนด้วยผมสีดำขลับที่เข้ากับเธอเอามากๆ

ผมอยากให้เธอลองย้อมสีเทาดู ผมอยากเห็นเฉดสีที่หอมฟุ้งมากกว่านี้

มันน่าจะเหมาะกับเธอนะ

"ลองย้อมสีใหม่บ้าง" ผมออกความเห็นให้เธอใต้รูปภาพนั้น

และวิสาสะค้นหาภาพในจินตนาการ ส่งไปให้เธอ

เรามีบทสนทนาที่ไม่ได้เกิดขึ้นในหลายปี..
ผมรู้สึกถึงความสัมพันธ์ของเราที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
และดูเหมือนผมจะคาดหวังถึงช่วงเวลาเช่นนี้มานานแล้ว

จากเพื่อนปนๆคนรู้จัก
กลายเป็นอะไรบางอย่าง
ที่ผมกำลังพยายามให้มันอ่อนโยนและสวยงาม
เหมือนกับรอยยิ้มของเธอ

#4.44 น.




SHARE
Writer
Wingtun
Author
ลูกพ่อเป็ด แม่เดือน และพี่ชายฟ้าใส ศิลปินไส้แห้งในร่างพนักงานเงินเดือน เลือกฟังเพลงด้วยทำนอง รักการดูหนังเครียดแต่เบาสมอง? หลงใหลที่สุดเวลาอ่านหนังสือจบแล้ว ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/iwingtun/

Comments

GALIREO_RIN
5 hours ago
น่ารักดีนะคะ
Reply