เคยทำหนังสือแท้งไป 1 เล่ม
จากควันหลงงานหนังสือ
ทำให้นึกขึ้นได้ว่า เราเองก็เคยทำงานเกี่ยวกับหนังสือเหมือนกัน

เมื่อก่อน เราเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือค่ะ
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 
แต่ก็สอนอะไรหลายๆ ให้กับเรามาก
ถือว่าเป็นสนามฝึกชีวิตจริงที่เข้มข้นที่หนึ่ง

เบื้องหลังความสำเร็จของ Bestseller 
เต็มไปด้วยอุปสรรค พร้อมหยาดน้ำตา

กว่าหนังสือจะออกมาได้แต่ละเล่มไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ไหนจะต้องคิิดเรื่องกลยุทธ์การตลาด
ท่ามกลางตลาดหนังสือที่ไปได้ไม่ค่อยดีนัก

มันก็คงไม่เป็นอะไรมากหรอก
ในเคสของหนังสือที่ทำแล้วลำบาก
แต่ดันขายได้ดี

----------------

จริงๆ เราก็เป็นบ.ก.ที่ไม่ได้เก่งมากหรอกค่ะ
เรามักจะปรากฏตัวพร้อมกับเรื่องวุ่นๆ เสมอด้วย
เพื่อนร่วมงานบางคนก็บอกว่า
เพราะเราต้องรับมือกับงานที่จัดยาก
ทำเล่มยาก งานอาร์ตเยอะ กระบวนการจัดทำยิบย่อยกว่าคนอื่น

แต่...เราก็สามารถผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายไปได้
แถมบางเล่มก็มียอดขายที่ไม่เลวเลย

----------------

แต่เรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างหนึ่งของเราคือ
เราเคยทำให้หนังสือเล่มหนึ่งไม่มีสิทธิ์ได้วางขาย
ซึ่งมันไม่เหมือนเคสของการเสนอต้นฉบับไม่ผ่าน

หากต้นฉบับนั้นไม่ผ่านที่ประชุมตั้งแต่แรก
ก็เท่ากับว่าเรายังไม่มีสัญญาอะไร
ที่เราจะผลักดันหนังสือให้ออกเป็นรูปเป็นร่าง

แต่เรื่องที่เราเจอ ทางทีมมีแพลนจะขายหนังสือเล่มหนึ่ง
และทุกคนลงมือเขียน ลงมือทำกันเกือบจะสุดทางแล้ว
แต่ได้รับคำสั่งสายฟ้าฟาดว่า 
"ขอเลื่อนการตีพิมพ์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด"

แปลแบบภาษาบ้านๆ คือ
ให้หยุดทำ และอย่าได้คิดขายหนังสือเล่มนั้น ยกเลิกไปซะ

ส่วนเหตุผลน่ะเหรอคะ เพราะมันเป็นหนังสือที่ไม่สมควรวางขายจริงๆ นั่นแหละ
มันเป็นหนังสือที่เน้นความสวยงาม แต่งานที่ออกมา มันไม่สวยพอที่จะวางขายได้

ด้วยความที่ยังเป็นบ.ก.มือใหม่
ก็ยังอึนๆ กับสถานการณ์ แต่ก็มาตาสว่างเอาตอนที่
รุ่นพี่กราฟิกที่ทำงานด้วยกันบอกมาว่า
"พวกเราทำหนังสือแท้งไป 1 เล่ม"

----------------

นั่นสินะ...

การทำหนังสือแต่ละเล่ม มันก็เหมือนการคลอดลูกนั่นแหละค่ะ
กว่าจะวางแผง กว่าจะคลอดออกมา ต้องประคมประหงมอย่างดี
ความยากลำบาก มันก็คล้ายๆ กับอาการแพ้ท้อง
ที่คุณแม่ต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้
และในระหว่างนั้นเอง บ.ก.ก็ต้องระวังไม่ให้หนังสือได้รับอันตราย

แต่แล้ว...สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เราทำหนังสือแท้งไป 1 เล่ม

----------------

มันไม่ใช่แค่เราที่เหนื่อย
แต่มันเป็นงานที่ทุกคนในทีม
ลงแรงกาย ลงแรงใจ เสียความรู้สึกกับคำต่อว่าต่างๆ ระหว่างทาง

แต่ผลสุดท้ายสิ่งที่พวกเราตั้งใจ
มันก็สูญเปล่า
หนังสือเล่มนั้น ไม่มีโอกาสที่ออกมาให้นักอ่านได้เห็น
เราทั้งปกป้องหนังสือเล่มนั้นไม่ได้
และปกป้องความรู้สึกของคนในทีมไม่ได้เลย

----------------

รุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันก็ตบบ่า

"แต่ก็ช่างมันเถอะ มันไม่สวยพอจะวางขายได้จริงๆ 
แต่เอาไปขายทั้งๆ ที่มันไม่พร้อมยิ่งจะเป็นปัญหาใหญ่"

ก็อาจจะเป็นคำปลอบใจ
แต่เมื่อพลาดแล้ว ยังไงก็คือความผิดพลาดอย่างหนึ่ง
จะว่าไปมันก็คือความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของการเป็นบ.ก.อย่างหนึ่งค่ะ
เรามีหน้าที่คัดสรรหนังสือ ปรับปรุงต้นฉบับที่ไม่สมบูรณ์
ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และมีโอกาสในการขาย
แต่เรากลับทำให้มันตายก่อนที่จะเสร็จสมบูรณ์

ในวันนั้นเลยคิดกับตัวเองว่า
บางทีเราอาจจะไม่เหมาะกับอาชีพนี้ก็ได้นะ


เราไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง
เลยตัดสินใจลาออกค่ะ

บางทีงานที่ฝัน
ก็ไม่ใช่งานที่เหมาะกับเรา

และตอนนี้ก็ลาออกจากวงการหนังสือมาได้หลายปี
เราเลิกทำหนังสือไม่ใช่เพราะเกลียดหนังสือหรอกนะคะ

แต่เพราะเรารักมันมาก และไม่อยากทำร้ายมันอีกต่อไป...

Failure Diary
https://www.facebook.com/ChamanowDiary/



SHARE
Written in this book
บันทึกแย่ๆ เท่าที่นึกได้
ทุกวันนี้มีแต่คนเล่าเรื่องความสำเร็จมากมายจนเริ่มจะเอียน เลยขอถือโอกาสมาเราเรื่องแย่ๆ บ้าง แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่าโลกมันจะไม่ได้น่าอยู่ แม้จะอยู่ยาก แต่อยู่ได้ เพียงแค่อยู่ให้เป็น และเรียนรู้ความไม่สวยจากโลกใบนี้ 
Writer
ChaMaNoW
Ordinary Girl
Love Japanese Drama and writing. ChaMaNow at Sakura Dramas. Ordinary girl who shares mind story to well being life.

Comments

nananatte
2 years ago
โฮ..... แค่ฟังก็เศร้ามาก มันเจ็บปวดทุกฝ่ายจริงๆ เลยนะคะ T____T
Reply
Kobpat
2 years ago
ความสวยงาม บนความไม่สมบูรณ์แบบ ครับ ผมคิดว่าเป็นแบบนั้น
Reply
BlueGreenTea
2 years ago
ตอนนี้มาทำงานอะไรหรอคะ?
Reply
ChaMaNoW
2 years ago
เป็น Content Marketing ค่ะ
StoryCollector
2 years ago
กำลังอยากทำ Zine Book อยู่เลยค่ะ ขอคำแนะนำได้รึเปล่าคะ
Reply
ChaMaNoW
2 years ago
ได้นะคะ ^^