๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐
         ช่วยงานอาสามาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2560  ไม่ได้นานอะไรหากเทียบกับคนอื่นๆที่อยู่กับมาแรมปี มาด้วยใจ มาด้วยความรัก มาด้วยความเสียใจ  มาเพื่อพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙  ดิฉันมาช่วยเพราะอาจารย์ท่านหนึ่งได้บอกบุญนักศึกษาหลายคนให้ไปช่วยในงานนี้ ซึี่งเราก็สนใจและก็รู้สึกว่ามันดีนะ อยากน้อยมีช่องทางให้เราได้ทำความดี เพื่อถวายพ่อหลวง  เราก็มาช่วยเท่าที่จะทำได้  เช่น  จัดทำระบบรายชื่อ  ทำแผนผังโรงอาหาร ทำเอกสารต่างๆ คือ ทำเท่าที่เราจะช่วยได้ แบบเต็มที่ที่สุด

            ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560  เราเห็นประชาชนส่วนหนึ่ง ท่ามกลางสายฝนระหว่างกลับบ้าน  คือ ไม่รู้ว่าจะอธิบายในความรู้สึกตอนนั้น ทั้งตื้นตัน  สงสารกับความลำบาก เหน็ดหนาวกลางสายฝนแบบนั้น  ทหาร ตำรวจ อาสา ซึ่งพยายามทำให้ทุกอย่างได้รับความสะดวกที่สุด  มันเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้เลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ภาพเหล่านั้น เกิดขึ้นหลายครั้ง และทุกๆครั้ง คือทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน  และครั้งนี้มันสำคัญกับคนไทยทุกๆคนอย่างมาก  
              หลายคนอาจจะเคยไปต่อแถวร้าน ห้างที่ต้องรอซื้อของเซลล์ หรือ รุ่นอลิมิเต็ดอิดิชั่น เป็นวันๆ พอเราแว็บมาว่าก็ไม่ได้สำคัญมากนะ เราไม่น่าจะไหวแล้ว  ถอยกลับบ้านดีกว่า ยิ่งฝนตกเปียกหนาว คงรีบกลับตั้งแต่ฟ้ามืด         
             แต่กับที่นี่  และจุดมุ่งหมายเดียวกันนี้ ไม่เลย ทุกคนมารอเพื่อหวังแค่ได้มีบารมีแสดงความจงรักภักดี  ไม่ได้มีใครเห็นเค้า  แค่เพียงได้เป็นส่วนหนึ่งนั้น คือสิ่งที่เค้าต้องการ การได้แสดงถึงความรักที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมิทนทรมหาภูมิพลอดุลเดช  บรมนาถบพิตร  เราทุกคนรักท่าน
        วันที่ 26 ตุลาคม 2560  วันที่หัวใจคนทั้งประเทศร่ำไห้  วันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ต่อแถวแนวยาวกันตั้งแต่เช้าหลายจุด  จุดที่ข้าพเจ้าทำอาหารแจกนั้น เป็นเต้นท์โรงอาหารพระราชทานในสวนรมนีนาถ เพื่อ ดูแลผู้คนบริเวณลานคนเมือง และส่งอาหารให้คนที่อยู่ในท้องพิธีสนามหลวง  อาหารหลากหลายที่ทุกคนทำเป็นแสนๆกล่อง เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน  และน้ำอีกหลายหมื่นแพ็ค   เราต่างมีหน้าที่เวียนกับ สับเปลี่ยน แจกอาหารบ้าง แพ็คอาหารบ้าง   เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้  เราก็ได้ฟังเสียงจากวิทยุ ที่ถ่ายทอดสดในงาน  ทำเอาใจโศกเสร้าไปตามๆกัน  ถามว่าเหนื่อยมั้ย  เหนื่อย..    แต่มันไม่ได้ครึ่งนึงของพ่อที่ช่วยให้เราทุกคนมีชีวิตที่ดี  ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประเทศเสมอมา  
      เวลาน่าจะ 4 ทุ่มแล้ว เตรียมเก็บของกลับบ้าน  แต่ดิฉันว่าจะไปต่อแถวแต่ว่ามันน่าจะปิดแล้วในเวลานั้น แต่มีท่านหนึ่งพูดขึ้นว่า สิ่งที่หนูทำ มากกว่าการถวายดอกไม้จันทน์แล้วค่ะ  เรารู้สึกปิติอย่างบอกไม่ถูก  แต่ก็แอบเสียดายเล็กน้อย  เรากลับมาถึงบ้าน เห็นว่าเค้าเปิดให้ถึง ตี 5 โถ่ เราเสียดายหนักไปอีกแต่เราก็ถึงบ้านแล้ว  และเราก็รักท่านไม่ต่างจากทุกคนนินา  เราต่างมีการแสดงออกที่ต่างๆกันไป  ก็จึงอาบน้ำพักผ่านและดูการถ่ายทอดสด  และในคืนนั้นบริเวณมลฑลพิธี ถึงดิฉันไม่มีโอกาสได้เห็นการถวายพระเพลิง  แต่ดิฉันรู้ถึงความเสียใจที่คนทั้งประเทศร่ำไห้ ถึงพระองค์  นั่นเป็นสิ่งที่ยากที่อธิบายความรู้สึกของทุกคนได้ มันคือ ความโศกเศร้าของทั้งแผ่นดิน 
       ลูกจะเป็นลูกของพ่อตลอดไป  สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์   น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท   ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดไม่ได้ 
SHARE

Comments