ยายและหลานผู้ติดทีวี
ครอบครัวของเรา หากจะนับว่าเป็นครอบครัวใหญ่ก็ถือว่าใหญ่ เพราะมียาย มีลุงน้าหลานเกือบเต็มบ้าน ถึงตอนนี้พ่อแม่และลุงจะแยกบ้านออกไปสร้างเป็นของตัวเอง แต่บ้านของยายก็ยังอยู่ในละแวกเดียวกัน ตอนนี้น้าที่ได้รับมรดกเป็นบ้านของยายได้ไปทำงานที่กรุงเทพ ทิ้งลูกสาวสองคนให้ยายเลี้ยง คนแรกเป็นลูกสาวตนโตอายุได้เกือบสิบห้าปีแล้วตอนนี้หากจากเราไม่กี่ปี ส่วนคนเล็กเพิ่งได้ห้าปีเรียนชั้นอนุบาล น้องสาวคนโตของเราถือว่าสนิทกันมากในสมัยก่อนและเราก็รักมากเช่นกันแต่มีครั่งหนึ่งที่เราทะเลาะกันด้วยความรุนแรงจึงลงเอยที่ว่าไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไรนักในตอนนี้ ส่วนน้องสาวคนเล็กเราก็รักมากแต่ไม่เท่ากับน้องสาวคนโตแต่ก็ถือว่ารัก น้องสาวคนเล็กเป็นเด็กที่ชอบโวยวาย ร้องไห้เวลาไม่พอใจ แต่ก็ชอบอ้อน มีนิสัยน่ารักมาก

ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา เราได้ออกจากห้องหลังจากที่หมกตัวอานหนังสือดูหนังการ์ตูนเกือบห้าวันเต็ม เพื่อไปหากินข้าวนอกหอ พอหลังกินข้าวเสร็จก็คิดโทรไปหายาย

ยาเล่าว่า ตาที่เป็นญาติห่างๆเราแถวบ้านเขาได้เสียช่วงนี้เลยต้องไปช่วยงานบุญที่บ้านนั้นตลอดไม่ค่อยได้อยู่บ้านและและเล่าเรื่องการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆของแก กับยาที่โฆษณาทางทีวีที่ทำให้แกหาย ยาที่ขายทางทีวีเราไม่ค่อยชอบเท่าไรเพราะเวลาดูทีไรเขาก็โฆษณาเกินจริงทุกครั่งไป เลยบอกยายว่าอย่าไปซื้อกินเลย แต่ก็วายยายตกลงไปซื้อตลอด ช่วงแรกยายกินไป ยายก็บอกว่านี้นะ เดินคล่องปรื้อเลย ไม่ต้องใช้ไม้เท้าด้วย แต่พอไม่ถึงสิบก้าว ก็ได้แต่ทรุดกับไปใช้ไม้เท้าเหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นยายก็ซื้อมากิน ช่วงแรกก็ดี พอนานๆไปกำลังใจแกหมด ยาก็หมดประสิทธิภาพไปด้วย แต่เรื่องที่จะเล่าไม่ใช่เรื่องของยายหรอก แต่เป็นเรื่องของน้องสาวคนเล็กมากกว่า



ช่วงนี้ยายต้องแบกสังขารพาร่างที่เจ็บๆปวดๆไปช่วยบ้านที่ทำงานศพบ่อยๆเพราะยายเปรียบเหมือนผู้ใหญ่ในระแวกนั้นเลยไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนน้องสาวคนโตก็ไปโรงเรียน ยายเลยได้แต่ปล่อยให้น้องสาวคนเล็กนอนดูทีวีอยู่บ้านหากอยากจะไปหายายก็ไปหาที่บ้านที่ทำงานศพเพราะบ้านไม่ได้ห่างอะไรกันมากมาย

ช่วงบ่ายของไม่กี่วันก่อน ยายได้ออกจากบ้านไปช่วยงานเลยทิ้งให้น้องสาวคนเล็กอยู่บ้านคนเดียว ส่วนมากน้องสาวคนเล็กจะชอบดูการ์ตูนไม่ก็ออกไปเล่นกับเพื่อนแถวๆบ้าน แต่วันนี้น้องสาวคนเล็กดูการ์ตูน

พอตกเย็นยายกลับมาบ้าน ในช่วงที่กำลังจะเข้านอน สองยายหลาน หลังจากที่กินข้าวเสร็จก็จะเป็นช่วงเวลาแห่งสงครามของการแย่งรีโมททีวี ยายชอบดูละครตอนเย็นและละครหลังข่าวมาก ส่วนน้องสาวคนเล็กก็จะดูการ์ตูนหากวันไหนใครหารีโมทเจอก่อน คนนั้นก็จะได้ครองทีวีไป บางวันไอ้เจ้าตัวเล็กเจอรีโมทก่อน ก็จะเปิดช่องและแอบเอารีโมทยัดเข้าไปในเสื้อและนอนไม่ยอมให้ยายเปลี่ยนช่อง เรื่องแบบนี้เกิดอยู่ทุกวัน

แตกต่างจากวันนี้ วันนี้หลังจากกินข้าวเสร็จยายได้รีโมทมาครอง และเปิดทีวีดู ปรากฏว่าหลังจากเปิดทีวีไป ภาพที่เคยชัดแจ่วระดับHDสมกับราคาทีวีที่ราคาเกินหมื่น บัดนนี้ได้กลายเป็นภาพลางๆ มองเห็นแค่เส้นบางๆและเสียงระดับHDที่ดังออกมา ยายทั่งตกใจและงง ยายบอกว่าทีวีต้องพังไปแล้วแน่ๆ ส่วนอีกคนหนึ่งที่นอนนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนก็แกล้งนอนข้างยายไป ยายเกิดสงสัยเลยถามกับน้องสาวคนเล็กว่า ทำไมทีวีถึงเป็นอย่างนี้เพราะยายคาดคะเนไว้แล้วว่าสาเหตุที่ทีวีเป็นอย่างนี้คงไม่พ้นจอมหาเรื่องประจำบ้านอย่างน้องสาวคนเล็กอย่างแน่นอน



เจ้าน้องสาวคนเล็กเลยสารภาพบอกด้วยความภาคภมูิใจ ยายจับใจความและเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังจากที่ยายไปช่วยงานและน้องนอนอยู่บ้าน น้องเห็นว่าทีวีสกปรกมาก หน้าจอไม่เต็มไปด้วยคราบต่างๆที่เจ้าตัวกินขนมเสร็จและชอบเอาไปป้ายไว้ น้องเลยได้ใช้ ที่ฉีดน้ำยารีดผ้าของพี่สาวล้างทีวีให้ พอยายกลับมาและเปิดทีวีมันก็เป็นอย่างนี้แล้ว สรุปก็คือ เจ้าน้องสาวตัวเล็กเป็นคนทำ โดยใช้น้ำรีดผ้าของน้องสาวคนโตไปฉีด หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น น้องสาวคนเล็กก็เร่งๆยิกๆให้พี่สาวโทรไปหาพ่อของเรา เพื่อที่จะได้มาซ่อมทีวี เพราะส่วนมากของใช้ส่วนมากที่พังพ่อก็จะเป็นคนมาซ่อมให้ พอหลังจากที่โทรไป พ่อก็มา พ่อก็ได้แต่ส่ายหน้าและบอกว่าไม่ได้หรอก และก็ได้ ว่าให้น้องสาวคนเล็กว่า "สมน้ำหน้าไม่ได้ดูการ์ตูนย์แล้ว"

ยายก็เลยว่า "สมน้ำหน้าใคร สมน้ำหน้ากูนิ คนที่จะดู" ส่วนไอ้คนทำก็ได้แต่หหัวเราะคิกๆสบายใจ พอพ่อซ่อมให้ไม่ได้ ไอ้เจ้าตัวเล็กที่ติดทีวีก็บอกให้โทรไปหาแม่ที่อยู่กรุงเทพ น้องคนเล็กบอกว่า "มันพังก็ซื้อใหม่ซิจ๊ะ เดี่ยวแม่น้องก็ซื้อให้ใหม่"เจ้าตัวเล็กพูดเพราะคิดว่าแม่จะไม่ด่า เพราะส่วนมากได้รับการตามใจมาแต่เด็ก พอยายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง น้าสาวก็ได้แต่ว่ามาให้ เจ้าตัวที่โดนแม่ดุก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย กลิ้งไปกับพื้นเป็นท่าประจำที่ใช้ได้ดี และสุดท้ายน้าสาวก็ยอมเจ้าตัวเล็กอีกตามเคย น้าสาวเลยบอกกับน้องสาวว่า "เลือกเอาระหว่างจักรยานวันเกิดก้บทีวีจะเลือกเอาอะไร"น้องสาวตอบโดยไวว่า เอาจักรยาย ยายก็ได้แต่บ่นว่า "หึ ทีวีกูคงไม่ได้ดูอีกแล้วล่ะ" พอหลังจากที่ได้สมใจ เจ้าตัวเล็กผู้ก่อเรื่อง ก็ได้แต่ถามยายว่า วันไหนถึงจะถึงวันเกิดหนึ่ง เช้ามาถาม เย็นมาก็ถาม ถามทุกวัน จนยายขี้เกียจตอบ

ส่วนเรื่องทีวี ก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้กำลังอยู่ที่ร้านซ่อมและร้านก็ไม่รับประกันว่าจะซ่อมได้ไหม ช่วงนี้สองยายหลานที่ติดทีวีก็ได้ไปอาศัยคนข้างบ้านที่สนิทกันดูแทน ส่วนตัวเราก็ใกล้จะสอบแล้วอีกไม่กี่วันก็คงได้กลับบ้าน กำลังสองจิตสองใจว่าจะกลับดีไหม แต่คิดว่ามีการ์ตูนเรื่องใหม่จะไปดูกับน้องสาวก็อยากกับไปเหมือนกัน ขอให้สอบได้คะแนนดีๆด้วยเถอะนะ
SHARE
Writer
My_Secrets12
Read
Everything

Comments