รักครั้งแรก
แด่ ปู่ที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่า รัก

สำหรับฉันแล้ว บางที คำว่า รัก เพียงคำเดียวอาจเป็นเหตุผลให้เรามีข้อยกเว้นในการทำบางอย่าง

สมัยก่อนฉันไม่ชอบทำกับข้าว ไม่ชอบล้างจาน ไม่ชอบให้ใครถามซ้ำๆ อาจเป็นเพราะฉันยังเด็กมากเลยไม่ชอบนู้นนี่ไปเสียทุกอย่าง จนปู่ของฉันมีอาการอัลไซเมอร์....

แต่เดิมบ้านของฉันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่พอนานวัน ทุกคนเริ่มโต พี่ชายของฉันก็ออกไปอยู่หอนักศึกษา แม่ไปทำงานที่กรุงเทพ กลายเป็นว่า เหลือกันอยู่ สี่คน คือ ปู่ ย่า ฉัน และพ่อ

แต่เรื่องอัลไซเมอร์ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับฉันแม้แต่น้อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร:)

แต่เมื่อกลางปีนี้ ปู่เริ่มมีอาการแปลกๆ เหมือนคอจะบวม ลุงของฉันที่เป็นหมอเห็นท่าไม่ดีจึงส่งไปตรวจที่โรงพยาบาล วันนั้นฉันก็ไปด้วยกันกับปู่ ย่า วันนั้นพี่ชายฉันก็กลับมาจากมหาวิทยาลัยจึงได้พาไปตรวจพร้อมๆกัน

หมอบอกว่า ปู่มีก้อนเนื้อที่คอตรงต่อมน้ำเหลือง
วันนั้นทุกคนหน้าซีดกันไปหมด... ยกเว้น ปู่

(เราปิดเรื่องนี้ไม่ให้ปู่และย่ารู้)

หมอบอกว่า ปู่อาจจะไม่เป็นก็ได้ เดี๋ยวต้องตรวจชิ้นเนื้ออีกที ในตอนนั้นฉันไม่ได้พูดอะไร ในหัวมีความคิดเต็มไปหมด ทั้งเเง่ดีและแง่ลบ ฉันเดินกลับไปที่นั่งแล้วแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันนั่งอยู่ข้างๆปู่ แล้วยิ้มบอกว่า" คอบวมนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็หายเนอะ ไม่เป็นไรนะ:)" ฉันพูดไปมองไปทางอื่นไปเพราะกลัวว่าปู่จะเห็นจมูกแดงๆของฉัน

หลังจากวันนั้น ฉันก็ไปเป็นเพื่อนปู่ไปหาหมอเพื่อตรวจชิ้นเนื้อ 
สรุป ปู่เป็นมะเร็งนะอือ
โอเคดิ ไม่เป็นไร มันต้องมีโอกาสหาย

ฉันพยายามคิดแบบนี้อยู่ในหัวซ้ำๆคนเดียว ความคิดตอนนั้นตีกันไปหมด

เอาจริงๆต้องขอบคุณพระเจ้านะ ที่ทำให้ปู่เป็นอัลไซเมอร์ เพราะปู่จำอะไรไม่ได้เลยว่า ไปหาหมอทำไม หมอทำอะไร

ฉันจะต้องทำทุกอย่างให้เป็นดีและปกติที่สุด

แต่ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ ปู่ผมร่วง ทานข้าวไม่ได้ เหนื่อย ง่วง เพลีย ปู่เริ่มลุกเองไม่ไหวเด็กอย่างฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากดูแลปู่ย่าให้ดีที่สุดเท่าที่เด็กคนนึงจะทำได้ จากคนที่ไม่ทำกะบข้าวกลายเป็นคนทำกับข้าวเพราะ ปู่มีอาการเบื่ออาหาร ล้างจานเองเพราะกลัวล้างไม่สะอาด ป้อนยา และอื่นๆที่ฉันจะพอทำได้ ฉันหวังว่าฉันจะสามารถช่วยให้ปู่หายได้ แต่วันอาทิตย์สัปดาห์หนึ่งฉันเข้ากรุงเทพไปเรียนพิเศษกับแม่ พ่อโทรมาบอกว่า ปู่เข้าโรงพยาบาล

แล้วพ่อก็รับกลับไปหาปู่ที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันนั้นปู่ก็พีกรักษาตัวที่รพ.มาโดยตลอด แต่อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ ฉันได้แต่ไปเยี่ยมตอนเย็นเพราะตอนเช้ามีเรียนต่อทำแบบนี้ทุกวัน

วันยี่สิบกว่าๆของเดือนมิถุนายน ปู่ย้ายเข้าห้องผู้ป่วยอีกห้อง ปู่มีสายติดเต็มตัวทั้งสายน้ำเกลือ สายอาหาร ท่อหายใจ
หมอบอกว่า ปู่อาจจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน

ทำไม ปู่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ

มีแต่ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัว 

ฉันทำทุกนาทีในการอนุญาตให้เฝ้าผู้ป่วยให้มีค่า ฉันกอดปู่ไว้ ฉันพูดคุยทุกอย่าง โดยคิดแค่ว่าถ้าทำงี้ปู่ต้องมีโอกาสหายดิ

นับวันฉันยิ่งกอดปู่ไม่ได้ เพราะสายเยอะขึ้นเรื่อยๆและหมอบอกว่าปู่ติดเชื้อในกระเเสเลือด ห้ามเข้าใกล้เยอะ

ยังโชคดีที่ปู่รู้สึกตัวตลอดเวลาเพียงแต่พูดหรือขยับไม่ได้ เราสื่อสารกันด้วยการกะพริบตา ถ้าถามแล้วปู่ตอบว่าใช่จะพยายามกะพริบตาเเรงๆส่งสัญญาณ

ฉันบอกปู่ว่า ไม่เป็นไรเนอะ เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลเราก็ได้กอดกันเเน่นๆแล้วคิดเจรียมไว้เลยนะว่าปู่อยากทานอะไร เอากุ้งมั้ย เดี๋ยวเสร็จแล้วเราไปวัดหลวงพ่อโสธรกันนะ ปู้ต้องเข้มแข็งนะ  รักปู่นะ ไม่เป็นไรเนอะ ตอนนี้กอดเยอะไม่ได้เนอะมันติดสาย:)

ปู่ก็กะพริบตาแล้วยิ้มๆให้ฉัน

วันที่23สิงหาคม2560

ปู่ไม่รู้สึกตัวเลย วันนี้ปู่ไม่คุยกับฉันเหมือนปกติ 
ปู่ชีพจรต่ำลงเรื่อยๆ

หมอบอกว่า คืนนี้จะถอดท่อช่วยหายใจ ต้องรอ

ฉันผู้ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องปาฏิหารย์ตอนนั้นกลับเป็นคนร้องขอให้มีปาฏิหารย์ ขอให้ปู่ปลอดภัย ความคิดในจอนนั้นทำให้ฉันรู้เลยว่า ฉันอยู่ไม่ได้จริงๆถ้าไม่มีปู่

ความคิดวนอยู่ในหัว ฉันร้องไห้จนหลับไป
โคตรไม่อยากตื่นเลยว่ะ ไม่อยากให้ถึงวันที่24
ตอนเช้าฉันโทรไปถามลุงหมอ ลุงหมอบอกว่า ยังไม่ได้ถอด อาจจะถอดวันนี้

"วันนี้โคตรไม่อยากไปเรียน"

วันนั้นทั้งวันฉันนั่งรอแต่สายโทรศัพท์เรียกเข้า สุดท้ายแชทไลน์แจ้งเตือนขึ้นมาว่า ปู่หยุดหายใจตอน10โมงไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ปั๊มหัวใจแล้วกลับมาเหมือนเดิมแล้วตอนนี้ก็หยุดอีกรอบ 

ตอนนั้นแม่ส่งข้อความมาว่า ไม่เป็นไรลูก หมอกำลังช่วยปู่อยู่

ตอนนั้นฉันโทรไปหาพ่อเพื่อให้มารับไปหาปู่ แต่กว่าจะออกมาจากรร.ได้ ทางรร.ให้เขียนเอกสารนู่นนี่ ฉันบอกว่า ฉันต้องรีบไป ปู่หยุดหายใจ แต่กว่าจะออกมาก็เกือบสิบห้านาทีได้

ฉันไปถึงโรงพยาบาล กดลิฟท์เพื่อหวังจะไปหาปู่ทัน
แต่ไม่ทันว่ะ:)
ประตูลิฟท์เปิดออก โทรศัพท์โทรเข้าที่พ่อฉัน พ่อรับโทรศัพท์แล้วยืนนิ่ง เดินตต่อไปที่ห้องผู้ป่วย

พยายามคิดในแง่ดีว่า ไม่ใช่เรื่องพรรค์นั้นหรอกน่า

พ่อหันมาแล้วบอกว่า ปู่เสียแล้วนะ

ตอนนี้คงคิดว่าใจทุกคนคงพังไม่ต่างกัน ฉันโทรไปหาพี่ที่กำลังนั่งรถตู้มา
ปู่เสียแล้วนะ ไม่เป็นไร
ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร

ตอนนี้กอดปู่ได้แน่นแล้วนะ ไม่มีสายแล้ว พยาบาลถอดให้หมดแล้ว ปู่พักผ่อนเลยนะ เดี๋ยวดูแลย่าเอง ไม่เป็นไรแล้ว หลับเลยนะ ทุกคนอยู่ได้ นี่ดูสิทุกคนสบายดี ไม่ต้องห่วงนะ หลับเลย ไม่เจ็บแล้วเนอะ:)
กอดคนที่อยากกอดไว้แน่นๆนะ 



SHARE
Writer
bbeastx
october
ผมน่ะมันแย่ที่อยู่ข้างใครก็ไม่รอด

Comments