สุขสันต์วันเกิด
5 ธันวาคม 2559

"ไปด้วยกันไหม"
เจ้าของวันเกิดถามถึงการไปกินเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 22 ปี ของเขา ฉันลังเลที่จะตอบข้อความกลับไป "ไปกี่โมงล่ะ" "5 – 6 โมง" "อืม ก็ได้นะ"

ครั้งนี้ฉันไม่ได้ไปกับบอล เพราะบอลไม่มา มีเอ้ก ดา ฉัน ปิง นิ่ม(แฟนของเอ้ก) และดวง มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าในมีตติ้งครั้งนี้ และก็น่าจะเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ฉลองวันเกิดกับเขา ทั้งๆ ที่รู้จักกันมาเกือบ 7 ปี จะแต่งตัวยังไงดี ซื้ออะไรเป็นของขวัญดี คิดเยอะและตื่นเต้นเหมือนเป็นสิ่งสำคัญครั้งแรกๆ ในชีวิต ก่อนถึงเวลานัดฉันแอบแวะไปซื้อของขวัญ เลือกหาอยู่นาน ว่าอะไรที่จะเหมาะกับเขา ของที่เขาอยากได้เขาก็ได้หมดแล้ว 

เรานัดเจอกันที่ป้ายรถเมล์ใกล้ๆ บ้าน เขายื่นหมวกกันน็อกมาให้ ฉันใส่อย่างเก้งก้าง ดูเป็นการเดินทางที่จริงจังมากกว่าปกติ เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยก็พร้อมออกเดินทาง ฉันซ้อนเขาอย่างเคยชิน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ซ้อนเขาจริงๆ จังๆ แบบนี้นานแล้ว ตั้งแต่เกาะล้านคราวก่อนโน้นที่เราจับคู่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ ขี่ไปตามหาดกับเพื่อนๆ เวลาที่ฉันนั่งมอเตอร์ไซด์ซ้อนเขา ลำตัวเราแนบชิดกัน วิวของฉันคือแผ่นหลังของเขา มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ...จนอยากจะหยุดไว้แค่ตอนนั้น

เราขี่ลัดเส้นทางผ่านสนามบิน ไฟสนามบินตอนกลางคืนสวยมาก ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายที่ตาแพ้แสง พอมองไฟเรียงรายพวกนี้แล้วมันเป็นประกายระยิบระยับมากกว่าเดิม แสงสีทองปูตลอดทางเหมือนกำลังต้อนรับเจ้าชายและเจ้าหญิงยังไงอย่างนั้น ลมเย็นปะทะใบหน้าสดชื่น รถม้าเราวิ่งเร็วฉิวจนเกือบเผลอกอดรัดคนขี่ ฉันตะโกนสู้แรงลมไปหาเขาว่า "สวยจังงง" ตั้งใจจะให้เจ้าพวกดวงไฟ และคนที่พามาได้ยิน

ถึงที่หมายเรานัดกับเพื่อนที่ร้านอาหารทานข้าวรองท้องเช่นเคย หลังจากกินอะไรเสร็จ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น สีหน้าดูราบเรียบ แม้ไม่ได้ยินเสียงก็รู้ว่ามีงานเข้า "ปิง เดี๋ยวกูมานะ เอาของไปให้เขาก่อน" แล้วเขาก็ขี่รถออกไป

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือใคร..

เมื่อเจ้าของวันเกิดหนีไป เราเลยไปหาที่นั่งเล่นกันก่อนที่ร้านฮันนี่โทสในระแวก เท่าที่สังเกตการณ์เราเห็นสเตตัสไม่สบอารมณ์ของเขาผ่านทามไลน์ เดาไม่ยากว่าคงทะเลาะกับคนที่ไปหา ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์รู้สึกอะไร แต่มันกลับรู้สึก ฉันควรจะชินได้แล้ว ก็เห็นแบบนี้มาตลอด 6 ปี คงไม่ต้องสงสัยความสัมพันธ์ของเขาและแฟน ถ้ารักกันหวานชื่นเหมือนปีก่อนๆ คงไม่ปล่อยให้เขามาอยู่กับเพื่อนในวันเกิดแบบนี้ ดูก็รู้ว่าระหองระแหงกันสุดๆ เขาเองก็คงเอือมกับความสัมพันธ์นี้เต็มทน แต่ทำยังไงได้ เหตุผลที่เขาไม่ยอมเลิกกันคือ 'เสียดายเวลา'

ถ้าถามว่าฉันรู้ได้ยังไง เพราะครั้งหนึ่ง เคยอยู่ในจุดของที่ปรึกษาส่วนตัวของเขาน่ะสิ

'ช่างเถอะ ใครจะรักใครจะเลิกก็ช่างเขา'

หนึ่งชั่วโมงถัดมา เรามาเจอกันที่ร้านกินเลี้ยง เขาดูร่าเริงเหมือนปกติ แต่ชนแก้วไม่หยุด แฟนของดวงตามมาที่หลังทำให้ที่นั่งเปลี่ยน เขามานั่งข้างฉัน อีกแล้ว ...ช่วงเวลาบังเอิญมันมาอีกแล้ว


บรรยากาศเฮฮากันปกติจนเกือบถึงเที่ยงคืน คนที่เคยคอแข็งสุดๆ วันนี้กระดกไปหลายแก้วจนคอพับคออ่อน ดูไม่ออกว่าอยากเมาในวันเกิดตัวเอง หรือเพราะเพิ่งทะเลาะกับแฟนมากันแน่ คนนั่งใกล้อย่างฉันรับกรรมด้วยการให้ที่พักซบไหล่ ฉันเองก็ไม่ได้โอเคเท่าไหร่ เริ่มตึงๆ เหมือนกัน เที่ยงคืนได้เวลาเป่าเค้กพอดี ดาเสนอตัวไปซื้อเค้กกับปิง และเป็นคนถือเค้กวันเกิดออกมา ละครจริงๆ เราร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์กัน ฉันยื่นของขวัญที่ตั้งใจเลือกอยู่นานสองนานให้ เขาประคองตัวเองไม่ไหวแล้ว แต่ปิงแย่กว่า เพราะดื่มแข่งกันไปหลายแก้ว ฉันออกมาดูปิง ลูบหลังให้มันให้ปุ๋ยต้นไม้ สุดท้ายคุณผู้ชายในกลุ่มเรา 2 คนก็พ่ายแพ้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ปิงให้เพื่อนที่คณะไปส่งที่หอตัวเอง ไม่ถึง 10 นาที คนนั่งข้างๆก็ยกธงขาวขอกลับไปนอนเหมือนกัน เขาขอให้ดาไปส่งเขาที่หอดา 

เหอๆ รู้งี้ฉันหัดขี่รถให้เป็นบ้างก็ดี

เรานั่งกันอยู่ 7 คน นิ่มเป็นเพื่อนคณะปิง ปัจจุบันกำลังคบอยู่กับเอ้ก หลังจากถูกใจกันเมื่อมีตติ้งคราวก่อน นิ่มเมารั่วรู้จักคนนู้นคนนี้ ทักโต๊ะข้างๆ ที่เป็นรุ่นน้องจนเขามาชนแก้วบ่อยๆ หนักเข้าก็ยุรุ่นน้องคนหนึ่งให้จีบฉัน ฉันไม่ค่อยเข้าใจธรรมเนียมการจีบกันในร้านเหล้าเท่าไหร่ เอาจริงๆ คือไม่รู้ด้วยซ้ำเวลาถูกเข้าหา ปกติมีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มก็ไม่ค่อยมีใครเข้ามายุ่ง ยิ่งเขาคนนั้นชอบนั่งใกล้ฉันด้วยและ'ทำแบบนั้น'ด้วย เด็กปี 3 คนนั้นโดนนิ่มยุมากๆ ค่อยๆ ตื๊อฉันมากขึ้น ฉันไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นเป็นรุ่นน้องและเป็นคนเมา ตื่นเช้ามาเขาอาจจะจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่แซวกันเป็นเรื่องสนุกๆ ในวงเหล้าก็เท่านั้น ใจนึกถึงแต่ว่าป่านนี้คนที่นอนอยู่หอจะเป็นยังไง คงหลับปุ๋ยไปแล้ว หรือนอนซมอาเจียนอยู่คนเดียวก็ไม่รู้

นั่งกันจนถึงตี 4 เราก็แยกย้ายกลับ ฉันกับดากลับมาที่หอดา เอ้กไปหอนิ่ม พอ 2 คนนั้นกลับรู้เลยว่าไม่มีใครแบกแน่ๆ ถ้าครั้งนี้ฉันเมาแอ๋อย่างคราวก่อน เลยฟังเพลงในร้านแล้วกระดกแต่น้ำเปล่าแทนจนสร่าง ดาเองก็สติครบถ้วนพากันกลับหอมาจนได้ เห็นคนเมานอนสบายบนเตียงฉันก็สบายใจ ฉันอาสานอนบนพื้น ให้ดานอนกับเขาบนเตียง ฉันไม่อยากทำให้อะไรอึดอัดไปมากกว่านี้ ข้างบนเขาจะทำอะไรก็ช่าง เขาจะกอด จับมือ หรืออยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันก็ช่าง ...คืนนี้ ฉันขอนอนไม่รู้ไม่เห็นอะไรอยู่ข้างล่างก็แล้วกัน

ฉันตื่นราว 8 โมงกว่า ด้วยความที่สว่างและนอนต่อไม่หลับ 2 คนนั้นตื่นมาช้ากว่านั้น เขาถามถึงเมื่อคืนหลังเขากลับไปแล้ว ดาบอกว่ามันเป็นความลับของผู้หญิง เขาโวยวายอยากอัปเดตเหตุการณ์ แต่ไม่มีใครบอก เหอะ สมน้ำหน้า โดนแกล้งซะบ้างก็ดี 

หลังจากอาบน้ำอะไรเรียบร้อย นัดกินข้าวกันก่อนกลับ ฉันออกมากับเขา 2 คนที่หอปิง ดาขอนอนพักต่อที่ห้องตัวเอง ปิงยังแฮงก์อยู่บนเตียง หมดสภาพมากเลยพวกนี้ ระหว่างรอปิงอาบน้ำ เขานอนเล่นบนเตียง ส่วนฉันนั่งข้างๆ ด้วยความที่เนื้อที่ห้องจำกัด สถานการณ์ทำให้เราอยู่ใกล้กันอีกครั้ง เขาเอามือมาจับเอวฉันพร้อมขยำแล้วบอกว่าชอบ "มันนุ่มนิ่ม" เวลาใกล้ชิดเขามันวาบหวามอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สัมผัสของเขามันอิทธิพลกับฉันเสมอ ฉันทำได้เพียง ‘เฉยๆ’ เข้าไว้ เพราะไม่อยากเปิดเผยความรู้สึกอะไรต่อมิอะไรให้เขาหรือใครรู้ ยิ่งพักหลังความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของพวกเรามันแน่นแฟ้นสนิทมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งต้องหักห้ามความรู้สึกที่อยากจะเกินเลยต่างๆ

แผ่นหลังที่อยากจะโอบ ทำได้เพียงกำชายเสื้อเขาไว้

มือที่อยากจะกุม ทำได้เพียงปัดป่ายเฉียดชิดกันไปมา

อ้อมกอดที่อยากจะซุก ทำได้เพียงหันหลังให้
ได้แต่ทำเป็น 'เฉยๆ' กับสิ่งที่เขาทำ 
ฉันในตอนนี้ ไม่สามารถตอบรับอะไรได้เลย เหตุผลแรกคือ เขามีแฟนแล้ว เหตุผลที่สองคือ แฟนเขาเป็นเพื่อนฉัน เหตุผลที่สามคือ เราเป็นเพื่อนสนิทกัน 

เหตุผลสามข้อนี้มันมากพอที่จะทำให้เรื่องของเราไปต่อไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ 
ไม่ว่าฉันจะแอบรักเขามาตลอด 6 ปี 
ไม่ว่าฉันจะแอบรักมาก่อนเขาจะมีแฟน
หรือไม่ว่าก่อนเราจะเป็นเพื่อนสนิทกันก็ตาม

ถ้าให้อวยพรเธอวันเกิดวันนี้ ฉันจะไม่ขอให้เธอมีความสุข 
แต่ฉันจะขอให้เธอเลือกฉันแทนเขา เพราะถ้าเธอเลือกฉัน เธอจะมีความสุขมากกว่านี้ 

น่าเสียดายเนอะ ที่ฉันอวยพรอย่างนั้นไม่ได้ ได้แต่เอาใจช่วยในฐานะเพื่อนคนเดิมที่พยายามตัดใจจากเธอเป็นพันครั้ง แต่สุดท้ายความพยายามนั้นมันก็หายไป 

เพียงแค่เธอเรียกชื่อฉันขึ้นมา


SHARE
Writer
nRm
Author
ความรู้สึกอะไรที่เราไม่สามารถ บรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ‘จงเขียน’

Comments