travel alone
การเดินทางคนเดียว

ถ้าพูดถึงคำนี้ คนส่วนใหญ่คงจะนึกถึงพวกแบ็คแพ็คเกอร์ที่ออกไปท่องเที่ยว เติมเต็มชีวิตที่ขาดหาย แล้วกลับมาเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอเป็นตัวอักษรให้ผู้คนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางที่สนุกสนานของพวกเขาหรือเธอ

แต่สำหรับคำนี้ในสังคมปัจจุบันฉันมองว่ามันเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราอาจจะชาชินและมองข้ามมันไป

ลองยกตัวอย่างเช่น

คุณพนักงานออฟฟิศที่ครองตัวเป็นโสดอยู่ทั้งหลาย อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยโยนตัวเองหลังเสร็จงานขึ้นรถประจำทางสาธารณะแล้วหอบสังขารไปแผ่แหมะอยู่บนเตียงจากนั้นก็หลับเป็นตายไปยันเช้า

คิดว่าอย่างน้อยสัก50%น่าจะต้องมีชีวิตแบบนี้ในวันธรรมดาแน่นอน

ซึ่งการเดินทางคนเดียวในที่นี้ ถ้าเอามาเขียนมันอาจจะเป็น'บันทึกป่วยๆของพนักงานออฟฟิศ'หรือ'ไดอารี่หลังเลิกงานของคนโสด'ก็ออกจะน่าสนใจไม่น้อย

เห็นไหม ว่าชีวิตการเดินทางของเราในสังคมตอนนี้มันต้องอยู่กับตัวเองมากแค่ไหน

ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบเดินทางคนเดียว

เปล่า ฉันไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ เป็นแค่เด็กมัธยมปลายธรรมดา

เปล่าไม่ใช่เพื่อนไม่คบ แต่เพื่อนหนีกลับบ้านหมดทิ้งให้ตรูอยู่หอคนเดียว(กระซิกๆ)

ว่างเหรอ ก็เปล่าเลย แค่อยากออกไปข้างนอก

บางทีก็สงสัยตัวเองนะที่เป็นคนคิดอะไรก็ทำเลย ไม่ได้มองหน้าหลังก่อนสักนิด แต่ทำไงได้ การที่จะก้าวออกมาแบบนี้ สำหรับผู้หญิงในช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่คู่ควรกับการอยู่กับเพื่อนหรือแฟนมากที่สุด มันเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่พอออกมาแล้วก็ดันรู้สึกติดใจขึ้นมาซะได้

เพราะการเดินทางในแบบฉบับของตัวเอง มันมีเสน่ห์ต่างจากการเดินทางกับคนอื่น

การก้าวออกจากsafe zoneมันไม่ได้อยากอย่างที่ใครๆคิดหรอกนะ ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว การเดินทางคนเดียวในตอนกลางวันมันปลอดภัยและไม่ได้ยากเลย(ดีกว่าไปเดินเที่ยวผับละกัน)

แค่หยิบกระเป๋าแล้วก้าวออกมาจากบ้านหรือsafe zoneของคุณ สองเท้าพาตัวเองขึ้นยานพาหนะที่จะพาคุณออกไปสู่โลกกว้างใบใหม่ในแบบที่คุณมองเห็นได้คนเดียว

สำหรับฉันทุกๆครั้งที่ออกไปมันจะเหมือนนกที่เคยแต่กระพือปีกบินแล้วลองหันมาติดไอพ่นบ้าง อาจจะมีฟิลลิ่งแบบเฮ้ย ออกมาแล้วๆๆๆ ออกมาแล้วโว้ยย วู้ววว นี่มันดีงามมาก อิสระที่แท้ทรู ได้สัมผัสแล้วว(เว่อร์) และแน่นอนว่ามันจะรู้สึกแรร์มาก เพราะโอกาสแบบนี้นั้นหาได้ไม่บ่อยนัก(เหมือนกับเครื่องไอพ่นที่โคตรแพงโอกาสที่จะได้แตะมีเท่าประชากรกะเพราในข้าวผัดกะเพรา)

แต่แน่นอนว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ได้อิสระไปมึงก็จงแลกมากับความเอ๋อๆเด๋อๆแบบไม่มีคนข้างกายให้อุ่นใจซะ!

เกริ่นมาซะยาวก็พาเข้าเรื่องได้สักที(ฟู่ว ตอนแรกนึกว่าต้องลบเขียนใหม่อีกละ) เพราะฉันกำลังจะบอกว่าฉันจะเขียนบันทึกละ(แม้จะไม่มีคนอ่านก็ตาม)

ในบันทึกนี่จะเป็นประสบการณ์การเดินทางคนเดียวแบบเอ๋อๆของฉัน ที่อาจจะรั่วๆฮาๆ หลงทางบ้าง เดินจนขาจะพันกันบ้าง ขึ้นรถไฟฟ้าผิดขบวนบ้าง แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่าซึ่งหาไม่ได้ที่ไหนอีก

ปล. ใครมีอะไรมาแชร์ก็ลองเขียนมาได้เลยนะ อยากจะลองอ่านของคนอื่นบ้าง:)
ปล2. ไปคนเดียวมันจะมีรูปตัวเองได้ไงฟะ หาจากเน็ตละกัน
SHARE
Written in this book
step alone on street again
บันทึกการเดินทางเรื่อยเปื่อยของเด็กสาวม.ปลายตัวน้อยๆ(หรือไม่น้อย?)ในเมืองกรุงอันใหญ่หลวง
Writer
LemonMelon
Storyteller
Welcome to my memories

Comments

subtleman
2 years ago
อยากไปเที่ยวบ้างจัง แต่ติดตรงทีี่พ่อแม่ห่วง ทั้งๆที่เป็นผชแท้ๆ
Reply
LemonMelon
2 years ago
เดี๋ยวเมื่อถึงเวลาท่านก็จะปล่อยเราไปเองแหละค่ะ แต่ยังไงเขาก็คงจะอดห่วงเราไม่ได้อยู่ดี เราเองถ้าไม่ได้อยู่หอพ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยปล่อยเหมือนกัน
Blackmirror
2 years ago
อยากเที่ยว
Reply
LemonMelon
2 years ago
หาเวลาว่างแล้วออกไปเที่ยว:)
HEINZE
2 years ago
รู้สึกได้ว่ามันต้องสนุกมากแน่ๆ รออ่านอยู่นะ :)
Reply
LemonMelon
2 years ago
ขอบคุณค่ะ(≧∇≦)
HEINZE
2 years ago
ถ้าเป็นไปได้ อยากร่วมทางไปด้วยนะ :D
LemonMelon
2 years ago
อยากมีเพื่อนร่วมทางใหม่ๆเหมือนกันค่ะ ถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้เดินทางร่วมกันนะคะ:)
pooklook
2 years ago
จะรอบันทึกฉบับต่อไปนะ
Reply
LemonMelon
2 years ago
รับทราบค่า จะรีบพิมพ์เลย>__<
Shortyy
2 years ago
รออ่านนะคะ
Reply
LemonMelon
2 years ago
ใกล้เขียนเสร็จแล้วค่า อีกไม่กี่วันรออ่านได้เลยยย