A Girl Who Afraid The Rain (หญิงสาวผู้กลัวฝน)
ฉันจ้องมองเข็มวินาทีของนาฬิกาเคลื่อนไหวมาราวครึ่งชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาตีห้ากว่าและฉันไม่มีท่าทีว่าจะข่มตาหลับได้ลง ก็เพราะใครบางคนเพิ่งสารภาพรักกับฉัน สิ่งนั้นยังติดค้างอยู่ในใจ ไม่มีท่าทีว่ามันจะลืมเลือนลงได้ง่ายดาย

วินาทีแรกฉันรู้สึกยินดีที่ได้ยินอย่างนั้น มันดีใช่มั้ยหากคุณรู้ว่าคุณมีคนคอยห่วงใย คอยพูดคุย เข้าใจคุณ มีคนที่คุณสามารถคุยกับเขาได้ทุกเรื่องอย่างนั้น เพราะสุดท้ายแล้วการมีใครสักคนชื่นชอบคุณในสิ่งที่คุณเป็น ย่อมดีกว่ามีคนรักคุณในสิ่งที่คุณไม่ได้เป็น

เขาทำฉันรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนภายในท้อง ฉันลืมคำว่าความสุขแบบนี้ไปแล้ว นับตั้งแต่ชีวิตจมดิ่งกับความทรมาน การทรยศหักหลัง ความไม่เชื่อใจ ฉันมองทุกอย่างจากโลกสีขาวกลายเป็นสีดำ ฉันตระหนักว่าความดีและความพยายามไม่อาจช่วยอะไรเลยในความสัมพันธ์ และแม้จะเจอกับความผิดหวังซัดซาดมากแค่ไหนก็ไม่เคยชินกับมันสักที...

ไม่หรอก ไม่มีใครมีวันชินกับความเจ็บช้ำแบบนั้น  


เราต่างเอ่ยปากร้องขอว่าพอแล้ว แต่สุดท้ายก็เป็นตัวเองใช่มั้ยที่กระเสือกกระสนเดินเข้าไปในใจกลางกองไฟที่พร้อมหลอมละลายเราให้เหลือแค่เถ้าถ่าน เราก็แค่แมงเม่าหน้าโง่ที่บินเข้าหากองไฟ ทั้งที่รู้ว่ามันจะทำให้เราต่างตายทั้งเป็น หรืออาจเพราะความสวยงามของกองไฟที่ล่อลวงให้แมงเม่าเหล่านั้นบินเข้าหามัน

ฉันเลือกบอกเขาว่าขอให้คุยกันไปก่อน ฉันไม่อยากรีบร้อนตัดสินใจอะไร แท้จริงในใจลึกๆ ฉันหวาดกลัว... ฉันกลัวความสัมพันธ์ที่เรากำลังเริ่มต้นขึ้น ความกลัวนั้นเกาะกินในใจฉันทุกครั้งที่ความสุขกำลังถามหา ฉันไม่เชื่อเรื่องความสุขเลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่มีความสุข มันทำให้เราไม่เคยได้ระวังเลยว่าสักวันมันจะจากเราไป สุดท้ายทุกความสัมพันธ์จะจบลงและนั่นคือสิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุด

เป็นไปได้ ฉันอยากเป็นคนเดินจากมาหากว่าความสัมพันธ์จะต้องจบลง... เป็นไปได้ อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ไม่มีใครต้องเสียน้ำตา เสียความรู้สึก แค่เราต่างทำทุกอย่างจนสุดความสามารถแล้ว แต่ประสบการณ์ที่ผ่าน ทำให้ฉันรู้ดีว่าทุกตอนจบไม่เคยสวยงามอย่างนั้น  

มันอาจเหมือนใครหลายคนพูดเอาไว้ ‘ในเรื่องของความสัมพันธ์ ใครรู้สึกก่อน คนนั้นคือคนที่แพ้
 
คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันเกลียดสายฝน?

ไม่ใช่เพราะมันทำให้พื้นถนนลื่น เปียกเฉอะแฉะน่ารำคาญ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้หรอก ไม่ใช่เพราะมันทำให้ฉันไม่สามารถตากเสื้อผ้าได้ หรืออกไปไหนไม่ได้เลย แท้จริงฉันเกลียดสายฝน เพราะฉันไม่เคยรู้เลยว่าระหว่างน้ำหนักของสายฝนที่ซัดสาดกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่น สิ่งใดเล่าที่มีน้ำหนักมากกว่ากัน....

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันเองกลับเชื่อว่าชีวิตคนเราแสนสั้นเหลือเกิน คุณหลับตาลงแค่เพียงเสี้ยววินาที ทุกสิ่งก็แปรผัน และด้วยเหตุผลนั้นฉันจึงอยากซึมซับช่วงเวลาปัจจุบันเอาไว้ ดีกว่าจะคาดหวังกับอนาคตที่ไม่แน่นอน... 

ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าจะมานั่งเสียใจในสิ่งที่เป็นอดีตและกังวลกับอนาคตที่เราไม่อาจล่วงรู้ คุณอาจคิดว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่รับรู้ความเป็นจริง แต่การใช้ชีวิตด้วยความคาดหวังของคนอื่น ทำให้ฉันตระหนักว่าถึงเวลาที่ต้องหาสิ่งที่เป็นความสุขตอนเอง และเลิกสนใจสิ่งที่ผู้อื่นคิด และสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเสียที 

แต่ทุกครั้งที่เงยหน้ามองสายฝนที่ร่วงหล่น ฉันยังคงหวาดกลัวว่าสักวันสายฝนจะชะล้างหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นจางหายออกไปพร้อมกัน  
SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

Viczorr
3 years ago
จบท้ายด้วยความดิ่งเหมือนเดิม ชอบจัง 💚
Reply
DeathTrap
3 years ago
เขียนดีมากเลยครับ
Reply