ฉันสุขที่เป็นโสด (บทเรียนจากความรักที่ล้มเหลว)
         ถึงเวลาที่เราได้มองย้อนกลับไปยังอดีต ความทรงจำอันโหดร้ายต่างๆนานากับ “เขา” คนนั้น ก็เริ่มคลิ่คลาย จากความเจ็บช้ำ เกลียดขัง กล่ายมาเป็นการยอมรับสภาพ และความเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันจบลงเอยไปแล้ว “ด้วยดี” ที่เราคิดว่ามันดีแล้ว ก็เพราะว่าความผิดหวัง ช้ำใจ แม้ตอนแรกจะทำให้รู้สึกปวดร้าวเจียนตาย ท้ายที่สุดมันก็ทำให้เรากลายเป็นคนที่เข้มแข็ง อดทนกับชีวิตจริงได้มากขึ้น ทำให้เราหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง และคนรอบข้างมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าความรักจากครอบครัว และมิตรที่แท้นั้่น มีหน้าตาเป็นเช่นไร 

         ตอนแรกที่ความรักบังตา เราละเลยที่จะมองไปยังจุดบกพร่องต่างๆ เราเห็นแต่ด้านดี (แม้จะน้อยนิด) ของเขา เรายื้อและทนความเจ็บปวดต่างๆ เพียงเพราะเชื่อว่าความรักจะเปลี่ยนเขาได้ แต่ในความเป็นจริงความสัมพันธ์ที่ดีควรจะมีคนสองคนคอยอยู่เคียงข้างกัน คอยเกื้อหนุนกันและกันมากกว่าคบกันอย่างกล้ำกลืนฝืนทน เพียงเพราะหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นในวันข้างหน้า (ซึ่งอาจจะมาไม่ถึงเลยก็ได้) 

         เพราะฉะนั้นการอยู่กับปัจจุบัน มีความสุขกับการทำสิ่งที่ตัวเองรัก ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น หรือที่เรียกกันว่า “เป็นโสด” ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่คิด อย่างน้อยมันทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเฝ้าคอยว่าใครจะมาเติมเต็มช่องว่างนั้นให้เรา เพราะเราได้เติมเต็มมันไปหมดแล้ว 

        บทเรียนจากความล้มเหลวครังนี้สอนให้รู้ว่า อยู่ตัวคนเดียวก็ไม่เลวนะ หรือที่จริงแล้ว มันดียิ่งเสียกว่าการทนคบคนที่ไม่ใช่ เพียงเพราะกลัวความเหงาจะเข้ามาแทนที่ แต่ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่าความสุขที่แท้ควรจะออกมาจากข้างใน เราไม่ควรคาดหวังให้อีกคนหนึ่งต้องมาเป็นตัวแปรหลักทำให้เรารู้สีกดี เราควรจะรักตัวเองให้เต็มที่ก่อนที่เราคิดอยากจะไปรักใคร

You can’t give what you don’t have, in this case, love. Thus love yourself, be kind to yourself, forgive yourself, before you commit to anyone <3

SHARE
Writer
Merideth_Roma
Writer, dreamer
a restless nomad in a journey called "life"...

Comments