คลาสเรียนที่หยุดนิ่งและรองเท้าติดดาวของเธอ

มันเป็นเรื่องราวช่วงที่สองของชั้นปี
ผมเรียนภาษาอังกฤษ
จะเรียกว่าเรียนได้ไหม ดูเหมือนจะไกลจากมาตรฐานความต้ังใจนิดหน่อย

มันเป็นวิชา ENG 2 ตามระบบบังคับตามที่สถาบันศึกษา ยัดมาว่าเราต้องเรียนนะ ถึงจะจบได้
ฉะนั้นเราจะเรียกว่าการถูกจับมือจำใจให้ไปเรียนมากกว่า "อยากจะไปเรียนจริงๆ"

ระบบอิงกลุ่ม ทำให้การเลือกคอร์สการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง 

ด้วยความที่สมองน้อยๆของกลุ่มผม(รวมถึงมึงด้วยนะอย่าลืม) 
อยู่ในสถานะค่อนไปทางกลางถึงต่ำ (แม้ว่าจะมีฝรั่งลูกครึ่งอเมริกาม้งอยู่ในทีมด้วยก็ตาม)

เราต้องเช็คข่าว ดูความเป็นไปของสภาพอากาศ 
ว่าแล้วก็กลางแผนที่ของ sec เรียน ENG 2 ทั้งหมดออกมา

sec พยาบาล NO! 
sec วิศวะ NO!! 
sec หมอ NO!!!

อ้าวแม่เยอะ! ไล่ๆไปๆมาๆ สรุป sec ที่เหลือเต็มหมด ทำไงดีล่ะ ฯพณฯท่าน

ก็เหลือบไปเห็น sec เหลืออยู่่ sec หนึ่ง  พวกผมตกลง ลงกันทันทีดูจากสถานกาณ์เหมือนจะเป็น sec เปิดเพิ่มเข้ามาใหม่พอดี ดูจากรหัสคนเรียน 
ก็จะเป็นกลุ่มนักศึกษาคละเคล้ากันไปหลายคณะด้วย(เข้าทาง)
และถ้าช้าไปกว่านี้มึงจะไม่ได้เรียนกันเอานะครับ

เวรี่กู้ด! ตกลง เข้า Spec 

**

เป็นเช้าอีกวันหนึ่งที่ผมเข้ามาเรียน ENG2  ตามเวลาทำการ และดูเหมือนว่าการเรียนการสอนของห้อง เราจะช้ากว่าห้องอื่นไปสองถึงสามช่วงตัว

จากข่าวสารช่วงเช้าในทุกวัน
เหมือนว่าห้องอื่นๆจะผ่านประสบการณ์สอบย่อยในคาบไปหลายตัวแล้ว

ยกเว้นห้องของเรา....

เหตุผลที่ทุกอย่างมันช้าลงขนาดนี้ เป็นเพราะ...

อาจารย์แพนด้าที่รักของผมนี้แหละ

อาจารย์แพนด้าอยู่ในร่างของหญิงชราขอบตาดำคล้ำลึกคนหนึ่ง
ที่เคลื่อนไหวได้ช้ามากไปจนถึงไม่ได้เลย

ช่วงแรกๆเราจะเห็นแกเคลื่อนไหวด้วยเครื่องช่วยพยุงเดิน 
หน้าตาของมันจะเป็นลักษณะเหมือนราวตากผ้าตัวเล็กๆ มีสี่ขา
บางรุ่นมีการติดล้อ ติดตะกร้าเข้าไป เป็น gadget เสริมเก๋ๆ
แต่ของอาจารย์แพนด้า เหมือนจะเป็นรุ่น Classic เพราะจะเรียบๆไม่มีอะไรประกอบเลย

แกจะค่อยๆเดินด้วยความตั้งใจตามแนวทางเดินของห้องเรียนชั้น 1
ขยับด้วยสมาธิแน่วแน่ โดยปราศจากความต้องการการช่วยเหลือ

ซึ่งทำให้กว่าที่แกจะเข้าห้องมาในห้องเรียนและสอนได้ก็หมดเวลาไป 30% ของคาบไปแล้ว
และหมดไปอีก 50% หลังจากที่บุรุษพยาบาลเริ่มต้องอุ้มอาจารย์ลงจากรถและเข็นมาด้วยรถแทน

ง่ายๆว่าแกป่วยนั้นแหละ

และที่แย่ไปกว่านั้น คือ พอแกได้เริ่มสอน แกก็จะหลุดไปกับการพูดเรื่องอาการป่วยของแกกับความหลังฝังใจสมัยยังเป็นอาจารย์สาวๆอยู่

เวรี่กู้ด! ตกลง ไม่ได้เรียน!

***

เป็นเช้าที่แอร์หนาวมาก รวมถึงการเรียนการสอนที่ทำให้หนาวมากขึ้นไปอีก
สายตาของเหล่าชายหนุ่มจึงต้องหันหาไออุ่น

หญิงสาวคนแรกมัดผมจุก เธอรวบมันไว้จนเห็นรูปหน้าทั้งหมด ผิวเธอออกเหลืองมากกว่าจะขาว ดูเหมือนเธอจะเรียนสัตวแพทย์ 
(ไม่แน่ใจถึงความถูกต้องของรายละเอียด เพราะไม่ได้สนใจมากนัก) 
เธอคนนี้นั่งอยู่ขวามือของโต๊ะตรงข้าม อยู่ในชุดนักศึกษาเต็มรูปแบบ โดดเด่นด้วยโบว์ขนาดใหญ่

เพื่อนลูกครึ่งผมดูจะสนใจไปพิเศษ รวมถึงเพื่อนสนิทจมูกโตอีกคน

แต่แล้ว...
หญิงสาวคนสำคัญ(กว่า) คนที่สองก็ปรากฎตัวออกมาด้านซ้ายมือสุดของโต๊ะ
ผมยาวขลับด้วยสีดำ เส้นผมตรงทรงเสน่ห์ เสริมเข้ากับหน้าม้าและหน้าผากกว้างๆของเธอ
การกรีดอายสีเข้มส่งเสริมให้ดวงตาหมวยๆของเธอดูโดดเด่นขึ้นมา เสื้อลายสก๊อตสีแดงถูกสวมทับบนลงเสื้อนักศึกษา กางเกงยีนส์เข้ารูปของเธอ ชวนแตะสายตาด้วยรอยขาดเป็นริ้วๆเล็กน้อย

เธอนั่งคนเดียว ด้วยท่านั่งไขว้ห้าง โดดเด่นด้วยรองเท้าผ้าใบมีสไตล์เฉพาะตัว

ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจและหนาวกับคลาสเรียนเหมือนกับผม

เวรี่กู้ด! เข้า spec (เว้ย)เห้ย 

*****

เราถกเถียงกันเรื่องความงามของหญิงสาวสองคน ซึ่งผมออกตัวให้เทคะแนนให้ฝั่งซ้ายไปอย่างไม่ต้องสงสัย 

โชคดีที่พลทหารอีกสองนาย จะเทใจให้ไปทางสัตว์แพทย์มากกว่า

ผมเอ่ยบอกเพื่อนชายทั้งสองคนว่า 
"มันคือทางกูว่ะ"
เป็นอาการของคนกดโดนเส้น พอเจอทางที่ใช่ มันก็จะเป็นทางที่ชอบ

******

ผมเดินเข้ามารอคลาสเรียนตามปกติ 
เป็นเช้าหนาวๆในฤดูกาลของภาคเหนือและมหาวิทยาลัยกึ่งป่ากึ่งตึก
เป็นวันที่ทุกอย่างดูช้าไปหมด หรือจะเพราะการเดินของอาจารย์ประจำคลาสก็ไม่ทราบได้

ตามแนวทางเดิน เดิมๆที่อาจารย์แพนด้าจะชอบเดินผ่านด้วยเครื่องช่วยพยุงเดิน เธอคงเจ็บปวดมากที่ไม่สามารถเดินมาสอนได้เหมือน 20 ปีก่อน และคงมีความสุขมากถ้ายังสามารถสอนนักเรียนได้จนถึงวันที่เกษียณอายุ

ผมเข้าใจอาจารย์นะ แต่เหมือนอาจารย์จะไม่เข้าใจร่างกายตัวเองเอาซะเลย

ที่นั่งริมระเบียบถูกวางไว้ตามเสาอยู่เป็นระยะๆ เสาเหล่านั้นจะบดบังผู้นั่งเอาไว้เห็นไว้เพียงแค่ขาเท่านั้น มันคั้นกลางระหว่างห้องเรียน และสวนหย่อมปนต้นสน

ผมเห็นหมอกอยู่จางๆ หายใจเข้าออกมีไอน้ำ ให้เห็นเป็นความสวยงามของความอบอุ่น 

เป็นวันที่ผมมาถึงเช้าเร็วกว่าปกติ

รองเท้าหุ้มข้อสีดำ พร้อมดวงดาวที่แกว่งไปมา ณ ริมระเบียงหน้าห้องเรียน
ดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผม
เธออยู่ในแพทเทิร์นเดิมของเธอ เสื้อผ้า หน้าผม
สวมหูฟังสีขาว มันยาวจนไปจบใน I Phone ในกระเป๋าเสื้อสก๊อตแดง

จนถึงทุกวันนี้ผมยังจำได้ถึงการเคลื่อนไหว มุมระยะ แสง การลำดับภาพของสายตา

ผมรู้แล้วแหละเหตุผลที่ทุกอย่างมันช้าลงขนาดนี้ เพราะ...
รองเท้าติดดาวของเธอเนี้ยแหละ
*******

ปล. เรื่องราวส่งท้ายด้วยว่าเพื่อนจมูกโตของผม ได้ facebook ของเธอผ่านเพื่อนที่คุณอาจจะรู้จัก
และผมก็ได้รู้จักเธอจริงๆหลังจากนั้น
ปล.2 อาจารย์แพนด้ามาสอนต่อไม่ไหว เธอพักและให้อาจารย์ที่สาวกว่าเข้ามาสอนแทน มีการ Makeup ย้อนหลังหลายคาบ เพราะเราแทบจะไม่ได้หนีออกจากบทแรกหรือบทสองเลย
ปล.3 สาวสัตวแพทย์หายจากสารบบ ยกเว้นเพื่อนลูกครึ่งที่เหมือนจะออกหาข้อมูลบางส่วนมาได้

*******



SHARE
Writer
Wingtun
Author
ลูกพ่อเป็ด แม่เดือน และพี่ชายฟ้าใส ศิลปินไส้แห้งในร่างพนักงานเงินเดือน เลือกฟังเพลงด้วยทำนอง รักการดูหนังเครียดแต่เบาสมอง? หลงใหลที่สุดเวลาอ่านหนังสือจบแล้ว

Comments