มองตัวเองในแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง
 -เจ้าจะเหงาบ้างไหม ? จะเศร้าเสียใจบ้างหรือเปล่า ?-   

บางครั้ง.. การตั้งคำถามของเราก็กลายเป็นการคิดแทนผู้อื่น
ในความจริงนั้นเราแทบไม่มีสิทธิ์
ดังนั้น.. ได้โปรดอย่าคิดแทนดอกไม้  เพราะดอกไม้ก็คือดอกไม้ และยังคงเป็นดอกไม้   ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจความเป็นดอกไม้
คุณไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาให้ดอกไม้ได้ หากจิตใจคุณไม่งดงามพอ...
 
คุณเคยพบเจอกับปัญหาที่แก้ไม่ตกหรือไม่ ?
ปัญหาที่ครุ่นคิดอยู่นาน ก็แก้ไม่ตกเสียที
แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามาช่วยมอง ช่วยแนะนำแนวทางแก้ปัญหา
มันกลับผ่านไปอย่างง่ายดาย เพราะสิ่งที่มุมมองที่สามมองเห็นคือปัญหาในมุมกว้าง 
จึงทำให้หาเหตุปัจจัยของปัญหาได้ชัดเจนกว่า ..

จึงได้มีอาชีพ Consultant เกิดขึ้น ..
เป็นอาชีพที่ความจริงก็ไม่ได้รู้อะไรมาก แค่รู้วิธีดึงภูมิความรู้ของผู้ที่ทำงาน
หรือผู้ที่ประสบปัญหา แล้วเอามาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยอาศัยพื้นฐานทางทฤษฎีมากำกับ 
ไม่นาน Consultant ก็กลายเป็นฮีโร่ภายในพริบตา และเราก็ยกย่องเขาเหล่านั้นเป็นการใหญ่ 
 


แต่จะดีแค่ไหนหากเราสามารถเป็น Consultant หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับตัวเอง ?

อาจจะเกิดคำถามว่า แล้วจะทำได้อย่างไร ? ทำได้จริงหรือเปล่า ?  
 
ความจริงแล้วไม่ยากเลย มันคือเรื่อง (ที่ดูเหมือน) ง่ายๆ 
เพียงแค่อย่าสนใจคนอื่น หรือเลิกยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
 ให้สนใจตัวเอง มองตัวเองเป็นหลัก
ตัวเองคือจิต คือความคิด ความรู้สึก เช่น ลมเย็นมากระทบให้รู้ว่าร่างกายเย็น ไม่ใช่ลมเย็น
หรือ รถยนต์ตัดหน้าแล้วมีความโกรธ ให้รู้ว่าตากำลังเห็นรถยนต์และจิตกำลังโกรธ

เพียงแค่มองเห็นตัวเอง และให้ดูจนรู้ตัวเองว่ากำลังคิดอะไร
กำลังรู้สึกอะไร ให้จิตเป็นผู้แสดง ให้เราเป็นคนดู
อย่าปรุงแต่งจิตให้คิดแบบนั้น คิดแบบนี้ เห็นว่าจิตโกรธ ก็อย่าไปโกรธตามจิต
ให้ปล่อยผ่านไป เดี๋ยวจิตก็ละอายไปเอง หยุดไปเอง ..

จิตจะละอายที่เรารู้ทัน..
โกรธก็รู้ทัน ทุกข์ก็รู้ทัน เหงาก็รู้ทัน ให้รู้ทันจิต ไม่ไปต่ออายุให้มัน
เพียงเท่านี้ เราก็จะเห็นตัวเอง ในมุมมองที่ไม่ใช่ตัวเอง 
แท้จริงแล้ว .. ผู้กำหนดหลักการหรือทฤษฎีนี้
คือมหาบุรุษผู้เดียวในโลกที่สามารถทำได้
นั่นคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สรณะเพียงหนึ่งเดียวนั่นเอง..
 
 -คณปตฤณ-


SHARE
Writer
Sirynn
Writher
บทกวี ดนตรี ภาพถ่าย

Comments