คำสอนของ'พ่อ'
อย่าตีอะไรเป็น'ตัวเลข'ตั้งแต่เล็กจนโต มักจะได้ยินคำพูดนี้เสมอจากปากของชายอายุเกือบ 60 ปี ที่มีวิธีการเลี้ยงลูกที่แนวที่สุดเท่าที่เคยพบเคยเจอ อาจจะเพราะความเป็นศิลปินและความติสอะไรบางอย่างในตัว เขาจึงไม่เคยตีค่าสิ่งรอบข้างเป็น'ตัวเลข'

เขาจูงมือเด็กหญิงตัวเล็กๆสองคนไปรับสมุดพกของโรงเรียนเพื่อดูผลการเรียนครั้งแรก สิ่งที่อยู่ในนั้นเขาไม่เคยคิดจะเปิดดู เพียงแต่รับมาแล้วโยนเก็บใส่หลังรถ ไม่รู้ว่าเป็นการสอนหรืออะไร แต่ทุกวันนี้ การกระทำนั้นก็ส่งผลให้เด็กทั้งสองคนไม่เคยต้องแข่งขันกับใคร ไม่เคยต้องพยายามเกินตัว ไม่เคยต้องเหนื่อยเพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่า เกรด 4 หรือ ที่ 1 เพราะจะได้ที่เท่าไรหรือได้เกรดอะไร ชายคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังคงยิ้มรับสมุดมาโยนใส่หลังรถรอวันนำไปส่งคืนเช่นเดิม

หากว่ามีใครถาม ว่าลูกสอบได้ที่เท่าไรหรือได้เกรดอะไร เขาก็เพียงแต่ส่ายหน้ายิ้มๆตอบว่า
ไม่รู้สิ ผมไม่ได้ตีความรู้ของลูกเป็นตัวเลขตอนเด็กๆ ไม่เคยเข้าใจหรอกว่าหมายถึงอะไร จนถึงวันนี้ สิ่งที่เขาพูดมาตลอดส่งผลต่อจิตใจและการตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างในชีวิต ไม่ว่าเราจะเรียนจบด้วยคณะอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไร ได้เกรียตินิยมหรือไม่ จบสูงแค่ไหน ทำงานอะไร เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปจากชายที่เดินจูงมือเด็กหญิงสองคนไปโรงเรียนรับสมุดพกครั้งแรก เราเป็นคน มีความรู้สึก มีอารมณ์ มีความคิด อย่าตีค่าทุกอย่างเป็นตัวเลขหลักการเลือกซื้อของ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องปริมาณหรือราคา เขาคำนึงถึงแค่คุณภาพว่าดีมากแค่ไหน อะไรที่เขาคิดว่าดี จะถูกจะแพง เขาก็เพียงแค่หิ้วมันกลับเอามาที่บ้าน

หลักการทำงาน แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานมากี่ครั้ง เขาก็แค่ลุกขึ้นสู้โดยที่ไม่เคยนับว่าตัวเองนั้นต้องตั้งตัวขึ้นมาใหม่กี่ครั้ง เขาแค่ยิ้มแล้วบอกว่า
ก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่ ไม่เห็นต้องนับว่ากี่ครั้งมันอาจจะขัดกับเรื่องของธุรกิจ ที่มองทุกอย่างเป็นตัวเลข หรือเปอร์เซ็น การลงทุน กำไรที่จะได้ ขาดทุนเท่าไร จะแก้ไขตัวเลขอย่างไร แต่นั่นคงไม่เหมาะกับชายคนนี้ที่ไม่เคยตีอะไรเป็นตัวเลข จนในบางครั้งก็เป็นจุดอ่อนทำให้ล้มอยู่บ่อยๆ เพียงแต่ก็ไม่เคยเข็ด
อย่าให้ใครมาตีสิ่งที่เราทำเป็นตัวเลข ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม พ่อรู้ว่าหนูทำมันด้วยใจ มีอารมณ์ก็ทำ ไม่มีก็ไม่ทำ หนูเป็นศิลปิน พี่สาวหนูเป็นศิลปิน เราโตมาแบบชิลๆ ไม่เคยมีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามในหลักการดำเนินชีวิต ดังนั้น หากมีใครตีค่าบางอย่างที่หนูทำเป็นตัวเลข ไม่ว่าอะไรก็ตามที่หนูทำแต่ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงิน แล้วเขายังตีค่าเป็นตัวเลข หนูจงถอยออกมาซะ พ่อรู้ว่าหนูจะต้องอึดอัดและทนไม่ได้เข้าสักวัน
หนูจะไม่ตีค่าสิ่งที่หนูรักเป็นตัวเลข ไม่ว่าจะมากจะน้อย แต่ผลงานทุกชิ้นที่ทำ ทำออกมาด้วยใจและเมื่อย้อนกลับมา จะไม่เสียใจที่ได้ทำมัน เพราะหนูทำมันด้วยใจที่รัก ไม่ใช่ให้ตัวเลขมาการันตี ว่าสิ่งที่เราทำดีหรือไม่ หรือให้ใครมาตัดสินสิ่งที่เราทำด้วยตัวเลขของเขาและชี้ชัดว่าเรานั้นไม่เหมาะที่จะทำ?
รัก.....พ่อของฉัน
ป.ล.ถ้าจะมีตัวเลขไหนที่ทำให้เขาสนใจก็คงจะเป็นตัวเลขที่ออกในวันที่ 1 กับ 16 นั่นแหละ ที่ทำให้ชายคนนี้พอจะตื่นเต้นกับเขาบ้าง 55555555
SHARE
Writer
Homegirldiary
Freelance,writer
Homegirldiary : ชะนีติดบ้านที่ไม่ไปไหนไกลกว่าประตูหน้าบ้านตัวเองจะมาบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรและมุมมองที่อาจจะเชิงสวนทางกับโลกยุคปัจจุบัน เพราะทุกการเดินทางต้องใช้'เวลา' ความรัก ความเศร้า ความเหงา ความสุข....ก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน Postcard เป็นตัวแทนของการรอคอย....ในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็ว

Comments

LonelyShadow
7 days ago
ยอดเยี่ยมมาก ทั้งคุณพ่อ และคุณลูก
Reply