ของเล่นที่ดีที่สุด
มันก็แค่วันหนึ่งที่... ผมลงมาสูดอากาศที่ใต้ถุนคอนโด มองลงไปที่พื้นและท่อน้ำทิ้งข้างๆ
ก็นึกถึงอะไรบางอย่าง

สมัยเด็กๆ ทุกช่วงปิดเทอม ผมและชาวแก๊งค์ประจำคอนโดหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ ป.1 จนถึงรุ่นพี่ ม6. ทั้งหญิงและชาย จะมารวมพลอยู่ตรงลานจอดรถใต้ถุนคอนโด หาอะไรเล่นกัน
การละเล่นก็ไม่ได้มีอะไรมาก วิ่งไล่จับ กระต่ายขาเดียว บอลลูนด่าน จระเข้ขึ้นบก
และที่ผมยกให้เป็นที่หนึ่งในใจ ก็คือ

ซ่อนแอบ (โป้ง...แปะ...)

ด้วยสถานที่ที่เป็นลานจอดรถของคอนโด ไม่ว่าจะเป็นใต้ท้องรถ หลังกระบะ หลังเสา
การแอบ และการค้นหา บอกเลยว่ามันระห่ำยิ่งกว่าหนังล่าจารชนอะไรทำนองนั้น
เหล่าผู้แอบจะสามัคคีกันมาก ต้องทำการวางแผน ทำให้ผู้หา ต้องเป็นผู้หาทุกตาให้ได้
ส่วนผู้หา ก็เก่งไม่แพ้กัน เขาจะทำการซ่อนตัวใส่ผู้ซ่อนอีกที เราแอบอยู่ดีๆ ก็โดนโป้งจากข้างหลังซะอย่างงั้น
แถมยังมีกติกาประจำคอนโดที่ไม่เหมือนใคร เช่น ห้ามโป้งผ่านกระจกรถ ห้ามโป้งใต้ท้องรถ ห้ามแปะซ้ำ
ต่างคนต่างแอบ วิ่งหลบวิ่งล่า จู่โจมหมู่ ซุ่มโจมตี

ซึ่งพอตกเย็นสัก 2-3 ทุ่ม เราก็เปลี่ยนสถานที่ ขึ้นมาเล่นบนคอนโดซะ และก็ตั้งกติกาไว้ว่าห้ามแอบเกินชั้นไหนถึงชั้นไหน บวกบรรยากาศมืดๆ เพิ่มความตื่นเต้นไปอีกขั้น

แต่พอเปิดเทอม จ-ศ ก็มีไม่กี่คนที่มาเล่นกับเราได้ ติดการบ้านบ้างอะไรบ้าง เราเลยต้องหาอะไรที่มันสโคปเล็กลงมาตามจำนวนคน
การ์ดยูกิ - โชคดีที่น้องผู้หญิงที่เล่นด้วยเป็นคนค่อนข้างห้าวๆ เลยเล่นกับเราได้
หมากเก็บ - วันไหนผู้หญิงเยอะกว่า ก็ยอมเล่นด้วยขำๆ
กระโดดยาง - อันนี้ขอบาย ยืนถือยางให้อย่างเดียวก็พอ

แต่สิ่งที่ทำให้วัน จ-ศ ก็ยังมีคนมาเล่นกับผมไม่ขาดเลย ก็คือ

เกมกระดาษ

อธิบายง่ายๆ ก็คือ หยิบโมเดลเกมเก็บเลเวลในทุกวันนี้ ไปใส่ลงสมุด การสร้างตัวละคร ไอเทม แผนที่ สุ่มของชิงโชค ตีบอสแสนกวนตีน เราทำให้ได้หมด (อันที่จริงก็แค่ เป่ายิงชุป ให้ชนะ และลบขีดพลัง ก็แค่นั้น)

จะพูดอีกแง่คือ ตอนนั้นผมไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรดีเหมือนคนอื่นเขาเท่าไหร่ ไม่มีคอม ไม่มี PS2 ไม่มีเกมบอย ก็เลยยังคงเล่นอะไรแบบนี้ และเพื่อนๆ ในคอนโด ก็มารวมตัวแบบไม่ต้องนัดหมาย
จนเวลาผ่านไป ผมโตขึ้น และมีร้านเกมมาตั้งอยู่หน้าคอนโด ทุกอย่างก็เป็นไปตามช่วงเวลาและยุคสมัย

โอเคพอ กลับมาที่ปัจจุบัน ที่มีแค่ผม พื้นใต้ถุนคอนโด และ ท่อน้ำทิ้ง
ไม่อยากจะเชื่อ ว่าท่อน้ำทิ้งที่อยู่ข้างๆ มีช่องเป็นซี่ๆ มันเคยเป็นบก ให้ผมขึ้นหนีจระเข้
หินปูนที่ติดอยู่ตามพื้น เราเคยเอาหินไปวาดมันเป็นรูปเป็นร่าง จินตนาการว่ามันไม่ใช่ก้อนหินอีกต่อไป และก็เอามาเล่นหมากเก็บได้อีก
เส้นตีกรอบพื้นลานจอดรถ ก็เป็นที่ให้เราเล่นบอลลูนด่านกัน
กระบะสีน้ำเงินใส่หลังคาเป็นสองแถวของชาวบ้านที่ไหนไม่รู้ กลายเป็นสุดยอดฐานทัพของการเล่นซ่อนแอบ

ทุกสิ่งในวัยเด็ก เราต่างหยิบจับมันมาเป็นของเล่นได้ ใส่กติกา และสมมุติว่ามันเป็นอะไรสักอย่าง ก็สนุกกันได้แล้ว

นี่แหละมั้ง ความสำคัญของจิตนาการในวัยเด็ก ที่พอโตขึ้น เราก็จะมองท่อน้ำว่าเป็นท่อน้ำ ไม่ใช่เกมจระเข้ขึ้นบกแต่อย่างใด
บางทีไอเดียดีๆ ก็เกิดจากการใส่ความเป็นนามธรรมไปในรูปธรรม ให้มันสร้างประโยชน์ สร้างความสุข สนุกสนานกับคนอื่นๆ ได้

แต่ไอเดียนี้ คงใช้ได้แค่กับการทำงาน อย่าไปใช้กับความรู้สึกของใครหละ เพราะทั้งเราและเขา ไม่ใช่ของเล่น

ก็เพราะการเติบโตอีกนั่นแหละ มันมีอะไรหลายอย่างที่เราได้พบเจอ และต้องพบเจอ
เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้อารมณ์และความรู้สึก
แม้แต่ตอนเราเด็กๆ ทุกครั้งที่เราเล่นของเล่นด้วยกัน ไม่นานก็ต้องมีทะเลาะกันและใส่อารมณ์กันสักวันใดวันหนึ่ง

ชีวิตจริง สนุกเหมือนของเล่น แต่ไม่ใช่ของเล่น ช่างน่าเศร้า
SHARE

Comments