ขอบคุณความหม่นหมอง
ฉันกับเขารู้จักกันผ่านความหม่นหมองที่อยู่ในใจของฉัน


   ฉันนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ม้านั่งหน้าตึกคณะ สักพักมีชายหนุ่มรูปร่างสูงเดินเข้ามานั่งที่ว่างข้างๆ ฉันหันไปมองเขา เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ฉันจะถามเขา

  "มีอะไรรึเปล่า"

 เขาไม่ตอบคำถามฉันเพียงแต่หันมายิ้มให้เล็กน้อย

หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาอะไรระหว่างเราเลย สักพักเขาก็ทำลายความเงียบโดยถามฉันกลับ

 "เป็นอะไร ทำไมดูไม่ร่าเริงเลยช่วงนี้"

ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะตอบคำถามที่เขาถามด้วยประโยคที่ใครๆ ก็เคยใช้

 "เห้ย เราไม่เป็นไรสักหน่อย"

ทั้งที่ในใจกำลังตะโกนว่าฉันเป็น

"โกหกไม่เนียนว่ะ ตาแกอ่านง่ายจะตาย"

เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ต่างคนต่างก้มหน้าทำเป็นเล่นมือตัวเองแก้เขิน

 "จริงอ่ะ ดูง่ายขนาดนั้นเลยหรอ"

ฉันหันไปถามเขาและยกมือลูบท้ายทอยแก้เขินอีกครั้ง

"อาจเป็นเพราะเราใส่ใจด้วยมั้ง"

เขาพูดกวนๆ แล้วยักคิ้วให้ ฉันยิ้มก่อนจะถามกวนๆ กลับไป

"นี่กวนตีนเราหรอ"

ฉันถามแล้วยกมือทำท่าจะต่อยเขา เราแกล้งกันไปแกล้งกันมาเหมือนเด็กน้อยห้าขวบสองคนกำลังตีกัน เสียงหัวเราะคึกคักจนเป็นจุดสนใจของคนที่เดินผ่าน ฉันจึงนึกขึ้นได้ว่าเราควรอายจึงพูดเพื่อหยุดสงครามครั้งนี้

  "พอๆ อายคนอื่นเขาว่ะ"

เราหัวเราะกันอีกเล็กน้อยด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเมื่อกี้ แล้วกลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้ง  เงียบจนฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงและเสียงที่ดังตุบๆ   เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนี้เกิดจากอะไรกันนะเพราะเราแกล้งกันจนเหนื่อยหอบหรือเพราะคนที่เราอยู่ด้วยตอนนี้เป็นเขากันแน่   ในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรไปเรื่อยนั้น เขาจึงเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบลงอีกครั้ง

  "สบายใจขึ้นยัง"

เขามองฉัน เราสบตากัันก่อนที่ฉันจะยิ้มให้แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น

  "อือดีขึ้นเยอะเลย ขอบใจนะ"

ฉันตอบและหันกลับมายิ้มให้เขาอีกเล็กน้อย

  "เออดีแล้ว"

เขาเว้นระยะแล้วพูดต่อ

  "วันหลังมีเรื่องไม่สบายใจหรืออึดอัดใจถ้าไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังมาเล่าให้เราฟังก็ได้นะ พร้อมรับฟังเสมอ"

เขาพูดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังกว่าบทสนทนาก่อนหน้านี้ เราสบตากันอีกครั้งฉันทำหน้ามึนกลบเกลื่อนความเขิน

  "งั้นเราไปก่อนนะ แกก็กลับหอได้แล้วนะเย็นมากแล้ว"

เขาพูดก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูงและเอามือมาลูบหัวฉันเบาๆ เขาเอามือออกจากหัวของฉันก่อนจะบอกลาฉันอีกครั้ง

  "ไปละนะ"

  "คร้าบบบ"

ฉันลากเสียงยาวตอบเขา เขายิ้มและหันหลังเดินจากไป ร่างสูงๆ ของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปจากสายตาฉัน

 ถ้ารู้จักเขาแบบทั่วๆ ไปเขาก็เป็นแค่วัยรุ่นที่ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นชายหนุ่มที่อบอุ่นที่สุดคนนึงเลยแหละ


      "ฉัน ไม่ได้เล่าความอึดอัดใจและความไม่สบายใจที่อยู่ในใจของฉันให้เขาฟัง แต่เขาก็ทำให้ฉันลืมความอึดอัดใจและความไม่่สบายใจทุกครั้งที่ฉันอยู่กับเขา"

ขอบคุณความหม่นหมองที่ส่งเขาเข้ามาในชีวิตฉัน และทำให้เราได้กระชับมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น



ภาพจาก we heart it / marry is happy




SHARE
Writer
Imawhale
‪ฉันคือวาฬเหงา‬
คนที่ตกอยู่ในหลุมแห่งความว่างเปล่า

Comments