ชีวิตก็งี้

"ทำไมเราต้องมาเจอกันในเวลาแบบนี้ทุกที"

"เวลาแบบนี้คือแบบไหน?"

"เวลาห่าเหว"

เธอหัวเราะหึ เหยียดยิ้ม กระดกสเมอร์นอฟมิดไนท์แบบกระป๋องเข้าปาก

"แล้วเวลาอื่นมีเหตุผลให้เจอหรือไง?"

ทิ้งท้ายด้วยประโยคคำถาม เธอมักจะทำแบบนั้นเสมอ ไม่รู้สิ เธอเป็นพวกนิสัยเสียอยู่หน่อยๆ แบบว่าชอบทำให้คนอื่นรู้สึกเป็นไอ้โง่ ถึงฉันจะเป็นไอ้โง่จริงๆก็เถอะ  

"ชีวิตก็งี้"

ว่าเสร็จก็ถอนหายใจยาวยืด ฉันหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเธอ มองใบหูที่ผ่านการทารุณกรรมมานับได้แปดครั้งถ้วน ไม่สิ คราวนี้นับได้เก้า 

"ไปเจาะหูมาอีกละ"

ตั้งใจบ่นให้ได้ยิน เธอยกนิ้วขึ้นมาแตะจิวดาวจิ๋วสีดำอันล่าสุด

"งี้แหละ เป็นพวกเสพติดความเจ็บปวด" 

ยักไหล่ด้วยท่าทีไม่แยแส พฤติกรรมน่าหมั่นไส้สามัญประจำตัว

"ใครเป็นคนแรกที่วาดดาวเป็นห้าแฉก"

"จะไปรู้หรอ"

"ที่ยังคบกับเค้าเพราะชอบความเจ็บปวดหรือเปล่า"

"ไม่ เรารักมัน"

"รักมันกินไม่ได้นะ สาวน้อย"

"แต่มันทำให้กินไข่ดาวหยอดแม็กกี้อร่อยขึ้น อ้อ ทำให้มองทะเลสวยขึ้นด้วย"

"พวกโรแมนติกนี่เห็นไม่ตายดีสักคน"

เธอระเบิดหัวเราะ ส่งมือมาตบหลังขณะเอ่ยปรามไม่จริงจังนัก

"เฮ้ น้อยๆหน่อย นังหนู"

ถึงคราวฉันที่ต้องหัวเราะหับสรรพนามที่เธอใช้เรียกบ้าง

"บอกแล้วว่าอย่าไปรักนักร้อง"

"จริง มือกลองเด็ดกว่าเยอะ น่าจะเจอเพื่อนมันก่อน"

สุดท้ายก็พากันหัวเราะเป็นคนบ้า เสียงดังจนคู่รักนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านต้องหันมามอง เราถึงได้หยุดการกระทำนั้นลงเพราะรู้สึกอายขึ้นมา ที่จริงก็รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจขนาดนั้นหรอก นักท่องเที่ยวที่นี่ไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นอยู่แล้ว

"อยากไปพายคายัคจัง"

"อะไรวะ ไม่เบื่อบ้างหรอ อยู่นี่มาตั้งกี่ปี"

"ก็นัทมันไม่เคยพาไปอะ วันหยุดก็นอนทั้งวัน"

"ไปจริงปะ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน"

"ไปจริง คืนนี้ค้างนี่ดิ จะเมาก็เมาไปเลย"

"เมาแล้วอ้วกอะ เกรงใจเธออีก"

"เกรงใจทำไม ก็เคยดูแลมาแล้วครั้งนึง ตอนปีหนึ่ง"

"นั่นแหละ โคตรหมดสภาพ ไม่เอาแบบนั้นอีกแล้ว ตอนนั้นโคตรรู้สึกผิดเลย"

"รู้ เธอขอโทษเราทั้งคืน ขอโทษไปอ้วกไป ตลกดี"

"เราหยุดอ้วกไม่ได้ โคตรเกลียดตัวเอง"

"เกลียดทำไม เราไม่ได้โกรธเธอหรือเห็นเธอเป็นภาระสักนิด"

"ทำไมตอนนั้นเธอดีกับเราจังวะ?"

ฉันถาม หันไปประสานสายตากับเธอ รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่มันเต้นแรงมากจนกลัวว่าเสียงคลื่นจะดังกลบเสียงนั้นได้ไม่มิด

"ก็ตอนนั้น" 

เธอเม้มปาก เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงท่าทางไม่มั่นใจให้เห็น แต่เป็นแค่แว๊ปเดียว แค่ชั่วครู่สั้นๆเหมือนลมพัดผ่านกระจกรถที่กำลังแล่นฉิว

"ตอนนั้นเราชอบเธอ"

ฉันยิ้ม

"เหมือนกัน"

"ห้ะ"

เธอเลิกคิ้ว ดูจะตกใจจริงๆ

"เราชอบเธอ ตอนนั้นเธอใจดีกับเรามากเลย น้ำเสียงที่เธอพูด บอกเรา นอนนะๆ พอเราขอโทษเธอก็บอก ไม่เป็นไร นอนนะๆ"

"..."

"เรา...เราไม่รู้ว่าเธอทำอย่างนั้นได้ยังไง ปกติเราไม่เคยมีคนมาดูแลแบบนั้นเลย ขอบใจมากจริงๆนะ"

"ฮ่าๆ กลายเป็นนัดมาสารภาพรักกันซะงั้น"

"เออนั่นสิ"   

บทสนทนาเริ่มต่อไม่ติด ตัวฉันเองรู้สึกขัดเขินไม่น้อยที่ต้องมาพูดเรื่องแบบนี้ เธอเองก็ไม่ต่าง เธอจะถูจมูกเวลารู้สึกเขินอาย อย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้

"เออ ทำงานที่นี่ดีไหม ที่ทำงานเป็นไงบ้าง"

ฉันเปลี่ยนไปคุยเรื่องงานของเธอแทน 

"ก็ดีนะ มีอิสระดี เลิกงานแล้วไปเที่ยวได้เรื่อย ตื่นสายได้ ฮ่าๆ ที่ทำงานก็ดี เงินเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเลย เสียดายอยู่เหมือนกัน ปีหน้าว่าจะลาออกละ"

"อ๋อ แล้วจะเลิกกับเค้าด้วยไหม?

เธอหันขวับมามองหน้าฉัน ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม

"งานน่ะไม่รักไง แต่คนน่ะรัก"

"เสียดาย" 

ฉันแกล้งแหย่เธอต่อเพราะอยากเห็นหน้าเหวอๆนั่นอีกสักครั้ง
 
"ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะ"

เรื่องมันแน่อยู่แล้ว เธอเคยแพ้ให้ใครที่ไหน

"แขกประเทศไหนเรื่องเยอะสุด?"

"ไม่ค่อยเจอนะ แขกที่นี่ส่วนใหญ่มารยาทดี เพราะค่าห้องมันแพงด้วยมั้งเลยแบบว่าค่อนข้าง...ยังไงดีวะ"

"เข้าใจๆ"

"อ๋อ แต่ที่เคยเจอก็ยิว บางคนหัวหมอ แต่ก็ไม่ทุกคนหรอก ไม่ได้จะ stereotype นะ แค่อ้างอิงจากประสบการณ์ที่...เอาจริงๆก็ไม่มากหรอก ฮ่าๆ"

"รู้แล้ว เราเข้าใจ ที่จริงก็ไม่ควรคุยเนอะเรื่องแบบนี้ เรื่องอ่อนไหว"

"ไม่หรอก ก็คุยได้ แค่ต้องระวัง"

"นั่นดิ"

ยกกระป๋องที่สองขึ้นจิบก่อนจะเอนหลังแนบเก้าอี้ชายหาด หลับตาลงฟังเสียงคลื่นกระทบหาดทาย บทสนทนาของนักท่องเที่ยวที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงเพลงแมสๆของเอ็ดชีแรนดังแว่วมาจากร้านอาหารใกล้ๆ 

"สีเขียวๆนั่นอะไร" 

ฉันชี้นิ้วไปที่ไฟสีเขียวกว่าสิบดวงในพื้นทะเลสีดำมืด

"เรือไดหมึก"

"สวยจัง"

"เธอ"

"หือ"

"ถ้าตอนนั้นเราคบกันจะเป็นยังไง?"

ฉันหยุดคิด นั่นสิ ถ้าเราสองคนคบกันจะเป็นยังไง แน่นอนว่าคงมีความสุขมาก แต่ว่า...

"คงเลิกกันไปนานละ"

"ยังไม่เคยลองเลย"

"ไปเลิกกับเค้าก่อนเห้ออ"

"ไม่เลิก"

"นี่ไง"

"แกมาทำอะไรเอาตอนนี้"

เธอล้อเลียนภาพยนตร์เรื่องดัง

"อะไร ยังไม่ทันได้บอกรักเลย คุณดากานดา"

"พูดดักไว้ก่อน พอดีว่ารอบคอบ"

"เอาจริง..."

"หือ?"

"เราว่าเราเป็นความสุขให้ใครไม่ได้หรอก คือเราไม่ใช่คนประเภทยิ้มแล้วโลกสดใส พูดเชียร์ใครก็ไม่เป็น ที่ทำได้ดีแค่ปลอบใจคนอื่น"

"เพราะงี้ เราถึงชอบคุยกับเธอไง"

"..."

"เธอไม่ต้องเป็นคนแบบเพ้นท์หรอก คนแบบเธอจำเป็นต้องมีอยู่บ้าง"

" 'จำเป็นต้องมีอยู่บ้าง' ฟังดูจำใจไปนิดนะ"

"ไม่นะ เราหมายความตามนั้นจริงๆ อีกอย่าง ไอ้เรื่องเป็นความสุขให้ใครเนี่ยไกลตัวไปมาก ทุกวันนี้แค่ทำให้ตัวเองมีความสุขยังยากเลย แล้วใครจะไปทำได้"

"ก็จริง"

"ชีวิตก็งี้"

"เออ ชีวิตก็งี้"



SHARE
Writer
Valiya
Partaker
“I desire the things that will destroy me in the end.” ― Sylvia Plath

Comments

dDemonsb
6 days ago
จริงค่ะชีวิตก็งี้แหละ ไม่รู้จะคอมเม้นอะไรแต่รู้สึกว่ามันโดนใจมากๆ อยากจะชั่งแม่ง แต่มันก็ทำไม่ได้ซะทุกเรื่องเพราะชีวิตแม่งก็งี้ 555555
Reply
Sunflower38
5 days ago
คิดถึงงงง หายไปนานเลยย
Reply
Hiroku
5 days ago
ชีวิตก็งู้
Reply
Chakhawhom
2 days ago
อ่านล่ะยิ้มตาม
Reply