เรื้องสั้นรัญจวน l ครึ่งแรก
กลุ่มควันบุหรี่พวยพุ่งออกมาจากเรียวปากของใครบางคนที่กำลังทอดกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง เสียงออดๆ แอดๆ ของพัดลมเพดานดังออกมาทําลายความเงียบภายในห้อง มันหมุนเคว้งคว้างอย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเพดาน แสงรําไรของภายนอกลามเลียเข้ามาทางกระจกสีตัดกันซึ่งนําเข้ามาจากอิตาลี เตียงไม้พยุงถูกเช็ดถูมันแพล็บตั้งอยู่ชิดหน้าต่าง ปลายเตียงตั้งอยู่ใกล้รัศมีของพัดลมเพดาน พื้นห้องเป็นพื้นหินขัดแบบโบราณ สีเขียวสลับกับสีน้ำตาลเข้ากันได้ดีกับกําแพงปูนสีเขียวอ่อนภายในห้อง ผ้าปูที่นอนสีขาวขุ่นยับยี่ตามรอยของบุ่มของคนที่นอนอยู่บนเตียง ถึงแม้ผ้าปูจะมองออกด้วยสายตาแวบเดียวว่าเก่าแสนเก่า แต่มันก็ถูกทําความสะอาดอย่างดีเยี่ยมพร้อมพรมสเปรย์ดับกลิ่นจนส่งกลิ่นหอมอย่างชื่นใจทุกครั้งที่มีคนเข้ามาภายในห้องนี้
 
หญิงสาววัยกระดังงาลนไฟนอนเปลือยกายโดยมีเพียงผ้าห่มคลุมกายท่อนล่างเอาไว้ ท่าทางของหล่อนไม่รีบร้อนหรือมีความรู้สึกรู้สาต่อสิ่งใดภายในโลกนี้ เสียงจอแจของตลาดเบื้องล่างซึ่งดังขึ้นมาถึงห้องพักของเธอไม่ ได้สร้างความรําคาญอะไรให้หล่อนเลย ราวกับเป็นเสียงประกอบฉากในภาพยนตร์บทหนึ่งเท่านั้น และหล่อนก็คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดีราวกับเป็นเพื่อนสนิท เสื้อผ้าอาภรณ์ของหล่อนกองอยู่ที่พื้นหินขัดข้างๆ เตียง ผ้าถุงสีบานเย็นกับเสื้อยืดปาดไหล่วางระเกะระกะอยู่ใกล้กับเสื้อผ้าของผู้ชายชุดหนึ่ง หล่อนไม่ได้สนใจจะหยิบมันขึ้นมาจัดแจงพับหรือแขวนไว้ในราวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หล่อนยังคงนอนเอนหลังพิงหัวเตียงอย่างทอดอารมณ์ ระบายควันบุหรี่ออกมาอย่างแช่มช้า เฝ้ามองมองดูมันก่อตัวเป็นรูปร่างต่างๆ ก่อนจะสลายและอันตรธานหายไปในมวลอากาศรอบตัว ไฟแดงวาบวามจากปลายบุหรี่ตัวแล้วตัวเล่า จนกระทั่งเสียงน้ำไหลจากภายในห้องน้ำหยุดลง และใครบางคนเปิดประตูเดินออกมา 

ฉกาจหนุ่มใหญ่ร่างสูงหกฟุตก้าวออกมาจากห้องน้ําอย่างสบายอารมณ์ผิวสีดำแดงยังคงมีละอองน้ําเกาะอยู่ตามตัวลําตัว ผิวกร้านจากการกรํางานหนักขับกับกล้ามเป็นมัดๆ อย่างชายชาตรี ผมสั้นหยักโศกติดกับหนังหัวเป็นเกลียวหอย หน้าตาคมเหลี่ยมดูอ่อนกว่าอายุจริงราวห้าหกปี เขาใช้ผ้าเช็ดตัว ผืนเล็กเช็ดถูตามผมให้แห้งเร็วขึ้น ส่งยิ้มมาให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงและเดินมานั่งขอบเตียงเพื่อเช็ดเนื้อเช็ดตัว

ชายหนุ่มทําลายบรรยากาศเงียบภายในห้องขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีว่า 
ขอบุหรี่พี่สักตัวได้ไหมรัญจวน
พลางหันหน้าไปมองหญิงสาวด้วยแววตาเสน่หา รัญจวนขยับเขยื้อนเรือนร่างอันอรชรอ้อนแอ้นเอื้อมมือไปหยิบซองบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียง แล้วเคาะก้นซองให้บุหรี่หลุดลงมา ก่อนยื่นให้ชายหนุ่มพร้อมกับส่งไลท์เตอร์ไปให้ด้วย สายตาของหล่อนสบตาเข้ากับชายหนุ่มเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ เป็นสายตาว่างเปล่า เลื่อนลอยเหมือนกับร่างที่ไม่มีแววตา มีเพียงเนื้อหนังมังสาทอดอยู่ตรงหน้า ก่อนที่หล่อนจะเบือนสายตากลับไปจดจ้องอยู่ที่เพดานอย่างไม่ยินดียินร้ายต่อชายหนุ่มที่นั่งอยู่ห่างเพียงแค่ศอกเดียว

ฉกาจหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ไม่ได้ถือสาอะไรกับท่าทางหรือแววตาเย็น เฉียบของหล่อนที่เขาสัมผัสได้เขากลับรู้สึกหลงใหลเพ้อฝันไปกับทุกๆอิริยาบถท่วงท่าของหล่อนผิวขาวนวลผ่องตัดกับผมสีดําขลับสยายลงมาคลอเคลียระเรี่ยอยู่บนเนินอกสองข้าง ปทุมถันเต่งตึงสีเดียวกับริมฝีปากของหล่อน เอวบางคอด สะโพกพายบั้นท้ายกลมกลึงตามแบบหญิงไทยแท้โบราณ กลิ่นหอมออกมาจากผิวกายราวกับมีมนต์สะกดชวนให้เขาเพ้อคลั่ง แววตาเมินเฉยแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยคู่นั้นนําพาเขากลับมาที่นี่ทุกคืนวันที่มีโอกาส หากไม่รู้จักกันดีอยู่แล้วเขาก็คงคิดว่าหญิงสาวผู้นี้มีอายุราวยี่สิบปลายๆ เท่านั้น ทั้งๆ ที่ความจริง หล่อนอายุห่างเขาเพียงแค่ห้าหกปี

นักเลงมือขวาของนักการเมืองประจําจังหวัด เขาทําหน้าที่คุมบ่อนให้กับเจ้านาย มีลูกน้องอยู่ใน สังกัดอย่างกว้างขวาง คนแถวนี้ไม่มีใครอยากจะมีเรื่องกับอันธพาลกลุ่มนี้ นิสัยแข็งกร้าวและดุดันเป็นลักษณะประจําตัวภายนอกของเขา มีเพียงเทพีในห้องนี้เท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นความอ่อนโยนและอ่อนไหวระทวยของหนุ่มใหญ่อกสามศอกผู้นี้ เสียงสั่นสะท้านยามเมื่อเขาถึงจุดกระสันแหบพร่าอยู่แนบหูของหล่อน ถ้อยคําอ่อนหวานปานน้ําผึ้งพรั่งพรูออกมาจากปากของเขาทุกครั้งที่มาสยบอยู่บนเนินเขาสองลูกของหล่อน ฝ่ามือใหญ่ตะครุบอยู่ที่คอยาวระหงษ์ของร่างที่ถูกคร่อมอยู่ รัญจวนคงจะรักเขาได้ ถ้าหากหล่อนยังคงศรัทธากับความรักอยู่บ้าง 

หนุ่มหัวหน้านักเลงกล่าวขึ้นขณะก้มตัวไปหยิบกางเกงยีนส์กองอยู่ที่พื้นมาสอดใส่ขาทีละข้างอย่าง อารมณ์ดีเป็นพิเศษ พลางมุมปากก็เม้มบุหรี่ปล่อยลมไปด้วยเป็นเกลียวควัน เมื่อไรรัญจวนจะเห็นใจพี่ เอ็งก็รู้ว่าพี่รักเอ็งขนาดไหน หญิงอื่นมาให้ท่าพี่ถึงบ่อน พี่ยังไม่เล่นด้วยเลย ตั้งแต่หลงรักรัญจวนหญิงสาวเอามือม้วนปอยผมเล่นไปมาอย่างไม่ใยดีต่อถ้อยคําหวานหูเหล่านั้น ก่อนจะหลุดปากเป็น คําพูดแรกออกมาว่า 
พี่อยากมาหาฉันเมื่อไร พี่ก็มาสิ ฉันไม่ได้ไปห้ามอะไรพี่สักหน่อย ห้องนี้ก็เปิดต้อนรับพี่ เสมอเท่าเทียมกับทุกคนนั่นแหละ
ราวกับมีดกรีดเข้าไปกลางหัวใจของหนุ่มนักรักผู้ได้ยินถ้อยคําของหญิงสาวที่ตนเฝ้ารักเฝ้าถนอม หากแม้นเป็นหญิงอื่นเขาจะไม่แยแสเหลียวหลังมองให้เสียเวลาแม้แตวินาทีเดียวหลังจากสมอารมณ์หมาย เขาหยาบกระด้างกับสตรีนารอื่นราวกับคนไร้หัวใจ แต่บัดนี้ใยต้องมาสยบอยู่แถบเท้าของสตรีนางนี้ด้วยหนอ ไม่มีถ้อยคํารักษาน้ําใจหรือคําหวานใดๆ พอจะประโลมหล่อเลี้ยงหัวใจของเขา แต่ก็นั่นแหละ ความแตกต่างของหล่อนผู้นี้ที่ทําให้เขาอยากจะชนะและครอบครองหัวใจของหล่อนเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

ฉกาจพูดต่อด้วยน้ําเสียงอ่อนโยนเจือด้วยเว้าวอน ซ่อนประกายตาปวดร้าวไว้ภายใต้อกสามศอกแห่งชายชาตินักเลง 
เอ็งก็รู้ว่าพี่ไม่อยากให้เอ็งอยู่ที่นี่ ไปอยู่กับพี่เถอะ พี่จะเลี้ยงดูรัญจวนเอง
รัญจวนถอนหายใจออกมากับประโยคซ้ําซากที่เขาพูดทุกครั้งที่มาหาหล่อนแต่ก็ด้วยน้ําเสียงแฝงไป ด้วยความวิงวอนของชายหนุ่มบึกบึนซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าก็ทําให้รู้สึกสงสารและเอ็นดูเขาแทบทุกครั้งไป หล่อนค่อยๆ คืบคลานเข้าไปโอบกอดเขาจากด้านหลัง นิ้วมือเรียวงามได้รูปเลื้อยไปตามกล้ามเนื้อแข็งแรงของเขา พลางกระซิบอ้อดอ้อนอยู่ที่แผ่นหลังของเขาออกมาว่า พี่รังเกียจกะหรี่อย่างรัญจวนรึ ถึงไม่อยากให้รัญจวนอยู่ที่นี่น้ําเสียงตัดพ้อน้อยเนื้อต่ําใจในโชคชะตา พลางซบหน้าอยู่บนแผ่นหลังกว้างใหญ่ของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยี่หระต่อการตีรันฟันแทงกับใครหน้าไหนมาก่อน เขากุมมือของนางในดวงใจมาวางที่หัวใจของเขาและปลอบหล่อนว่ารัญจวนก็รู้ว่าพี่ไม่เคยรังเกียจรัญจวนเลย มีแต่เอ็งมากกว่าที่คอยขับไสไล่สงพี่ราวกับคนไม่มีหัวใจเขาพูดด้วยน้ําเสียงมั่นคงแต่ปนไปด้วยความปวดร้าว รัญจวนได้ทีรู้ว่าเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่ารีบช่วงชิงพูดต่อไปว่า  เราพบกันอย่างนี้ไม่ดีตรงไหน พี่อยากมาหาฉันพี่ก็มา ฉันก็คอยอยู่ที่นี่แหละแต่พี่ไม่อยากให้รัญจวนรับแขก เงินที่พี่ให้เอ็งแต่ละคราวก็มากพอจะอยู่สบายได้ รัญจวนเป็นของพี่คนเดียวได้ไหม เสียงเขาวิงวอนอย่างนุ่มนวล

โธ่! พี่ฉกาจ เงินที่พี่ให้ฉัน ฉันก็ต้องส่งไปให้แม่กับน้องๆ ที่บ้านนอก พี่อย่างบังคับฉันเลยนะจ้ะ ฉันรู้ว่าพี่ดีต่อฉัน แต่ถึงยังไงฉันก็มีภาระต้องใช้จ่าย ลําพังพี่ทํางานคุมบ่อนให้นายเขาก็เสี่ยงตีรันฟันแทงกันทุกวัน ฉันไปอยู่กับพี่ไม่ต้องชะเง้อคอยพี่ทุกวันรึ ฉันอยู่นี้มีเพื่อนฝูงพอคุยให้หายเหงา แขกก็ใช่ว่าจะมีทุกวันเหมือนสมัยสาวรุ่นๆ ทุกวันนี้ให้มีแขกวันละคนยังลําบากเลยพี่ ยิ่งได้ข่าวว่าจะมีโรงแรมเปิดใหม่อีก กะหรี่คงมาสิงกันเพียบ ตัวฉันขี้คร้านจะไม่มีใครเอา
กะหรี่สาวใหญ่บ่นพึมพํา

ฉกาจจับจ้องมาที่รัญจวนบรรจงยิ้มให้หล่อนอย่างเสน่หา กวาดสายตาไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงที่หมายปองและจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานซึ้งคู่นั้น พูดต่อไปว่าใครหน้าไหนมันว่ารัญจวนของพี่แก่ก็ช่างหัวมัน รัญจวนยังสวยและหวานหยดย้อยในสายตาพี่เสมอ ถ้าไม่มีใครเอารัญจวนก็ยิ่งดี เอ็งจะได้ไปอยู่กับพี่เขาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้หญิงสาว แต่หล่อนกับค้อนพลางพูด ตัดพ้อกลับมาว่า
ถ้าไม่มีใครเอาฉันก็จะไปใหพี่เลี้ยง ถึงวันนั้นพี่ยังจะอยากเลี้ยงฉันอยู่หรือเปล่างั้นก็ต้องขอคิดดูก่อนเขาแหย่หล่อนเล่นอย่างได้ที หลังจากนั้นฉกาจก็แยกตัวกลับไปทํางาน เขาวางเงินปึกหนึ่งไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอน 

รัญจวนล้มตัวกลับไปนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง หล่อนใคร่ครวญถึงเรื่องราวที่เขาพูดกับหล่อน ฉกาจเป็นคนเอาการเอางานถึงแม้จะเป็นงานสุ่มเสี่ยงกับอันตรายอยู่เสมอ แต่เขาก็ไม่เคยขัดสนเรื่องเงิน ด้วยความเป็นคนโพ่งพ่างและนักเลงจึงทําให้เสี่ยใหญ่ชื่นชอบและเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ ความซื่อสัตย์และสม่ําเสมอที่เขามีต่อหล่อนก็เป็นอีกประการหนึ่งซึ่งทําให้หล่อนหนักใจ ในชีวิตโสเภณีอย่างหล่อนจะหาผู้ชายหน้าไหนมารักชอบพอจริงจังอย่างนี้อีก ถึงหล่อนจะเป็นคนสวยชนิดที่ผู้ชายทุกคนต้องหันมองตาม แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยสังขารย่อมไม่จีรัง มีแต่จะเหี่ยวย่นหย่อนยานจนไม่น่ามอง ยิ่งทุกวันนี้วงจรนี้ดูจะยิ่งลดอายุผู้ร่วมอาชีพลงไปเรื่อยๆ เด็กอายุสิบสี่ สิบห้าก็ พากันมาหาเงินแล้ว ผู้ชายก็หันไปนิยมเด็กๆ กันมากขึ้นเพราะเนื้อหนังยังสดใหม่หอมหวานกว่ามะพร้าวแก่อย่างหล่อน

หล่อนนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก ภายในใจกระสับกระส่ายเมื่อคิดถึงชะตาชีวิตข้างหน้า เหล้าคือเพื่อนแท้ของหล่อนยามนี้ หล่อนเดินแก้ผ้าไปผสมเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นบรั่นดีเตะเข้าโสตประสาท ทําให้หล่อนรู้สึกกระชุ่มกระช่วยขึ้นมาเล็กน้อย หล่อนหยิบน้ําแข็งใส่สองก้อน ตามด้วยบรั่นดีครึ่งแก้ว แล้วตบด้วยโซดาเพียงเล็กน้อย ใช่นิ้วชี้คนสองสามที ก่อนยกขึ้นจิบขณะเดินไปยืนที่ริมหน้าต่าง พลางมองลงมายังภาพตลาดสดเบื้องล่าง พ่อค้าแม่ค้าตั้งร้านเรียงรายขายทั้งอาหารสดและอาหารคาวอยู่สองฝั่งของตรอกนี้ มีร่มผ้าใบหลากสีสันกางออกติดๆ กันบังฟ้าฝนชาวบ้านเดินจับจ่ายใช้สอยกันอย่างบางตาไม่หนาแน่นเหมือนในช่วงเช้าตรู่ พ่อค้าแม่ค้าก็เป็นคนที่หล่อนสนิทสนมกันเป็นอย่างดี หล่อนเฝ้ามองชีวิตเบื้องล่างที่ขับเคลื่อนไปในทิศทางอันเแสนจะเรียบง่าย ประกอบอาชีพทํามาหากินอย่างสุจริต แต่งงานมีครอบครัวและมีลูกหลานออกมาเป็นโขยง เฝ้ามองดูลูกหลานเติบโตและตายไปอย่างมีผู้คนห้อมล้อม แตกต่างกับเส้นทางของเธอโดยสิ้นเชิง ราวฟ้ากับเหวนรกอเวจีขุมไหนก็ไม่ปาน

รัญจวนกระดกเหล้าในมือจนเหลือเพียงก้อนน้ําแข็ง ยกท่อนแขนขึ้นเช็ดปากอย่างหมดอาลัยใน
ชีวิต หล่อนทอดสายตาไปตามตึกรามบ้านช่องในตรอกจนลับสุดสายตาอย่างหาความหมายมิได้ และก็ย้อนกลับมาตามทิศทางของแม่ลูกคู่หนึ่งซึ่งกําลังเดินออกมาจากตลาด พวกเขาจูงมือกันมาตลอดทาง ชวนกันดูโน่นดูนี่ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งๆ ที่ความจริงพวกเขาก็น่าจะอาศัยอยู่ละแวกนี้ หล่อนมองตามส่งจนกระทั่งถึงปากทางตลาดซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม ก่อนที่พวกเขาจะเลี้ยวตัดหัวโค้งหายไปในมุมตึก รัญจวนยืนอยู่บนชั้นสามของโรงแรมเก่าแก่ประจําจังหวัด ที่นี่เป็นโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดนี้ เคยเป็นสถานที่โอ่อ่าและ โก้หรูที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านธุรกิจค้าขาย ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์ซึ่งถูกดัดแปลงให้กลาย เป็นโรงแรมทันสมัยที่สุดในยุคนั้น เจ้าของเป็นชาวจีนซึ่งอพยพมาจากดินแดนจีนใหญ่ การตกแต่งข้าวของที่เลือกใช้ในโรงแรมส่วนใหญ่จึงออกสไตล์จีนผสมกับความเจริญของชาวตะวันตกซึ่งกําลังแพร่กระจายเข้ามาใน เมืองไทยสมัยล่าอาณานิคม โรงแรมมีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งแต่เดิมมีเพียง 4 ชั้นและเคยเปิดบริการเป็นห้องพัก สําหรับแขกที่เดินทางมาพักทั้ง 4 ชั้น แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป โรงแรมใหม่ก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ทําให้ทางเจ้าของต้องมีการปรับนโยบายโดยแบ่งให้ชั้น 1,2,และ3 ยังคงเป็นพ้องพักรายวันอยู่ ส่วนชั้น 4และชั้น 5 ซึ่งถูก ต่อเติมภายหลังให้เช่าเป็นรายเดือนหรือรายปีเพื่อหารายได้ประจําให้กับทางโรงแรมอีกทางหนึ่ง

ตั้งแต่หันเหกลับมาเป็นโสเภณีในต่างจังหวัด หล่อนก็อาศัยโรงแรมแห่งนี้เป็นแหล่งพักพิง เสมือนบ้านหลังที่สองของหล่อน เมื่อเริ่มย่างเข้ายี่สิบหล่อนก็โผบินออกจากบ้านเข้าไปแสวงหาเงินทองในเมืองหลวง จากการชักนําของพี่สาวรุ่นๆ ที่อยู่บ้านนอกด้วยกันก็ชักชวนหล่อนเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งท้องถนนยามราตรี ด้วยความสวยและสาวของรัญจวนในตอนนั้นทําให้หล่อนกลายเป็นนัมเบอร์วันของคาเฟ่และสถานอาบอบนวดหลายแห่งได้อย่างหลงระเริง ความตื่นตาเต้นใจของเมืองศิวิไลซ์แห่งบางกอก บวกกับแรงขับเคลื่อนของวัยสาวแรกรุ่นอย่างรัญจวน หลงระเริงในรักที่จอมปลอมของชายหนุ่มมากหน้าหลายตา อํานาจเงินตราก็ช่างแสนหอมหวลกว่ากลิ่นโคลนสาปควายของบ้านนอกเป็นไหนๆ หล่อนลืมคําที่เคยสัญญากับพ่อแม่ไว้ว่าจะส่งเสียเงินทองกลับมาบ้าน ผ่านไปปีแล้วปีเล่า หล่อนก็มุ่งหน้าเข้าสู่หนทางแห่งอเวจีอย่างเต็มตัว เหล่าผู้ชายแห่งบางกอกปรนเปรอหล่อนด้วยน้ําเงินและน้ําเหล้ายาสารพัดชนิด จนไม่เป็นผู้เป็นคน จนกระทั่งข่าวการเสียชีวิตของบิดาผู้เป็นที่รักกของหล่อนได้แว่วมาถึงหูหล่อน ราวกับฟ้าผ่ากลางหัวใจ รัญจวน หล่อนรีบรุดเดินทางกลับบ้านหวังจะไปขออโหสิกรรมแก่บิดาผู้ให้กําเนิดหล่อนมา แต่ทว่าก็ถูกกีดกัน และสั่งห้ามจากมารดาผู้เปรียบประดุจลมหายใจของหล่อน ข่าวคราวการขายตัวของหล่อนล่องลอยสายน้ํามาไกลจากเจ้าพระยาจนถึงแม่น้ําแม่กลอง แม่ของหล่อนอยู่ในอาการเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งและโกรธเขืองที่ หล่อนลูกสาวคนโตของบ้านไม่เคยมาสนใจใยดีต่อครอบครัวเลย แถมยังมีเรื่องราวให้ชาวบ้านต้องดถูกดูแคลนถึงบันไดบ้าน รัญจวนน้อยเนื้อต่ําใจและสํานึกในความผิดของตนและตั้งหมั่นสัญญาว่าจะไม่กลับเข้าเมืองกรุงและหมดสิ้นศรัทธาต่อความรัก เงินทองที่มีติดตัวมาก็ฝากให้น้องๆ หมด เหลือเพียงค่ารถโดยสารเดินทางเข้าตัวจังหวัด หล่อนซัดเซพเนจร หาเงินทําอยู่นาน รับจ้างตามร้านขายของคนจีน จากคนที่เคยใช้เงินทองอย่างมือเติบกลายมาเป็นหาพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ประทังเป็นวันๆ หล่อนจึงโผเข้าสู่อ้อมกอดของมัจจุราชอีกครั้งและโรงแรมแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานพํานักของหล่อน

รัญจวนอาศัยเช่าห้องพักอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรม อาแป๊ะเจ้าของโรงแรมแบ่งให้หล่อนเช่า ในราคาไม่แพงเป็นรายเดือน หากเดือนไหนขัดสนก็ทบไว้จ่ายเดือนหน้า บริเวณชั้น 5 เป็นชั้นดาดฟ้าที่ถูกต่อเติมจากห้องเก็บของให้เป็นห้องพักขนาดห้องเล็กพอซุกหัวนอนได้ มีห้องอยู่บนชั้นนี้เพียงแค่ 2 ห้อง แต่ไม่ค่อยมีคนขึ้นมาเช่าอยู่เนื่องจากอากาศร้อนระอุของดวงอาทิตย์ที่แผดเผาลงมาในตอนกลางวัน นานทีๆ จะมีคนมาเช่าอาศัยอยู่อีกห้องหนึ่ง แต่พอหาที่อื่นได้หรือว่าชั้น 4 ว่างลงพวกเขาก็ขอย้ายกันหมด เพราะทนอากาศร้อนไม่ไหว จึงเหลือเพียงรัญจวนคนเดียวที่ครอบครองชั้นนี้อยู่อย่างสมปราถนา ถึงแม้อากาศในตอนกลางวันจะร้อนแสนร้อนแทบทะลุหลังคาลงมาจนแสบเนื้อแสบตัวไปหมด แต่แลกกับวิวของที่นี่แล้วก็ถือว่าคุ้มค่าสําหรับหล่อน ฝั่งตรงข้ามมองเห็นสายน้ําแม่กลองสีขุ่นไหลละเลียดไปกับสองฝั่งอย่างอ่อนโยน ตึกรามบ้านช่องเรียงแถวสูงต่ําสลับฟัน ปลากันอย่างน่ามอง ยอดอุโบสถสูงตะหง่านแตะฟ้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของโรงแรมราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาของผู้คนในละแวกนี้ 

หล่อนจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของวันข้างหน้า ไม่ต่างอะไรเลยกับคนที่ฝังวิญญาณตัวเองไว้ในอดีต แล้วปล่อยให้ชีวิตเลื่อนไหลไปตามยถากรรม หากหล่อนไม่ก้าวเข้าสู่วงการอาบอบนวดในวันนั้น หล่อนอาจจะคิดภาพตนเองเดินจูงมือลูกน้อยออกได้บ้าง แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยมาถึงเพียงนี้หล่อนมองไม่เห็นภาพครอบครัวสุขสันต์เหมือนกับคนธรรมดาๆ ทั่วไป ใครจะมาเอื้ออาทรกะหรี่อย่างหล่อน ใครจะเปิดประตูต้อนรับและให้อภัยต่ออดีตอันแสนยับเยินของผู้หญิงคนนี้ หล่อนนึกหัวเราะเยอะให้กับชะตากรรมของตนเอง คงไม่มีเทวดาหน้าไหน หรอกที่จะพร้อมชําระบาปให้หล่อน ถ้าจะมีก็คงมีแค่ซาตานที่ชื่อว่าฉกาจ

เงากระจกสะท้อนหน้าของหญิงสาว ร่างอันร่วงโรยกว่าวันวาน ดวงตาแสนเศร้า คงไม่มีดวงตาผู้ใดใน โลกโศกเศร้าได้เท่าหล่อนอีกแล้ว จมูกเชิดเล็กน้อยบ่งบอกถึงความดื้อดึงเอาแต่ใจ ริมฝีปากเรียวงามได้รูปแฝงสีคล้ําจากควันบุหรี่ รูปหน้าเป็นวงรีรับกับผมยาวสีดําขลับแลดูอ่อนหวานเศร้าสร้อย หล่อนพิจารณารูปสังขารของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์ราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน นึกไว้อาลัยให้กับความสาวของตัวเอง บทสนทนาระหว่างตนกับฉกาจยังคงวิ่งวนเวียนอยู่ในหัว ความจงรักภักดีที่เขามอบให้หล่อนตลอดมาเท่านี้ยังไม่เพียงพออีกหรือ หล่อนถามตัวเอง ไม่มีเหตุผลอันใดสนับสนุนให้หล่อนไม่เลือกเขา นอกจากเสียงของหัวใจ แต่นั้นก็คงไม่ใข่เรื่องใหญ่อีกต่อไปในเมื่อหล่อนไม่ใช่เด็กสาวแรกรุ่นที่ต้องบูชาความรักอีกต่อไปหล่อนเจ็บปวดและบอบช้ํามาจากความรักอย่างแสนสาหัสแล้วเหตุไฉนจึงต้องภักดีต่อมันอีก หล่อนตัดสินใจรีบแต่งเนื้อแต่งตัว แล้ววิ่งออกมาจากห้อง ลงมายังชั้นล่างความรีบร้อนจนวิ่งชนกะหรี่รุ่นพี่ซึ่งกําลังเดินเกี้ยวพาราสีขึ้นห้องมากับแขก หล่อนรีบขอโทษขอโพดแล้วรีบวิ่งต่อเสียงรุ่นพี่ตะโกนด่าตามหลังลอยลงมาอย่างหงุดหงิด มึงจะรีบไปตายที่ไหนวะอีรัญจวนขอโทษจ้ะพี่ ฉันรีบ รัญจวนตอบอย่างนึกขําขันให้กับตัวเองซึ่งกําลังรีบร้อนราวกับเด็กสาวที่กําลังมีความรัก
อาแป๊ะกําลังนั่งคิดเลขอยู่ในล็อบบี้มองตามเสียงอึกทึกของบันไดไม้จากชั้นบนซึ่งกําลังดังใกลเ้ข้ามาเรื่อยๆ ภายในโถงทางเดินมีเก้าอี้ไม้สักยาวตัวหนึ่งวางอยู่ มีชั้นวางหนังสือพิมพ์วางอยู่ข้างๆ สําหรับอ่านฆ่าเวลา ผนังฝั่งตรงข้ามเหนือช่องล๊อบบี้ซึ่งอาแป๊ะเปิดไว้คุยกับลูกค้าของโรงแรมติดเรียงรายรูปถ่ายขาวดําของบรรพบุรุษอาเป๊ะ หล่อนมักจะชอบมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์และคุยกับอาแป๊ะเสมอเมื่อไม่มีแขก หรือขณะกําลังรอแขกอยู่ แต่ ณ วินาทีนี้ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของหล่อน ชีวิตของอีรัญจวนจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สถานแห่งนี้จะเป็นเพียงแค่อดีตอันข่มขื่นที่หล่อนอยากจะลบทิ้งออกไปจากสารบบ หล่อนวิ่งผ่านทุกอย่างอันคุ้นเคยไปอย่างไม่แยแสราวกับดอกบัวกําลังจะโผล่พ้นน้ํา ราวกับผีห่าจากขุมนรกกําลังจะสํานึกบาปต่อหน้าเทวทูตอันศักสิทธิ์ ราวกับจะไม่มีรัญจวนคนนี้อีกแล้ว ความหวังทอดแสงรําไรรออยู่แค่เอื้อมคว้า หัวใจของหล่อน เต้นระทึกไม่ได้จังหวะความปิติตื้นตันเอ่อล้นเบ้าตา ผู้คนสัญจรผ่านหน้าโรงแรมไปอย่างเชื่องช้าเกินกว่าความเร็วในใจของหล่อน ทุกอย่างแลดูคล้ายฉากสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์ โลกทั้งใบอันตรธานหายไปต่อหน้า หล่อนวิ่งตรงไปยังตู้โทรศัพท์สาธารณะตรงหน้าโรงแรม คว้าหูโทรศัพท์แล้วกดเลขตามสมุดจดรายชื่อแขกของหล่อน ภายในสมุดมีเบอร์โทรศัพท์ของคนสําคัญต่างๆ ในชีวิต และก็รวมถึงฉกาจซึ่งเขาเป็นคนบรรจงเขียนทิ้งเอาไว้ให้หล่อนเอง สโสมรสําราษเกษมยินดีรับใช้คะเสียงใสแจ๋วตอบมาจากปลายทางเอออ......ขอสายพี่ฉกาจจ๊ะรัญจวนพูดออกไปอย่างลังเล เพราะครั้งนี้จุดประสงค์ในการโทรหาชายหนุ่ม ผู้นี้ไม่หมือนครั้งที่ผ่านมา ปลายทางกระชากหางเสียงขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ 
พี่ฉกาจติดคุยกับเสี่ยอยู่ มีอะไรฝากไว้ที่ฉันก็ได้ เดี๋ยวฉันจะบอกพี่เขาให้เอง
รัญจวนอึกอักในใจ หล่อนต้องการคุยกับเขาเองเพราะมันเป็นเรื่องสําคัญที่ไม่ใช่จะฝากไว้ที่ใครก็ได้ หล่อนกระอักกระอ่วนในใจ ก่อนจะปฎิเสธไปว่า 
ไม่เป็นไรจ๊ะ ยังไงรบกวนฝากบอกแค่ว่ารัญจวนโทรมานะจ๊ะ
ได้ ถ้าพี่ฉกาจเสร็จธุระฉันจะบอกให้
เสียงพนักงานต้อนรับแห่งสโมสรสําราษเกษมรีบตัดบททันที แต่ทันใดนั้นเอง เสียงเข้มคุ้นหูก็ลอยแทรกเข้ามาให้รัญจวนได้ยิน หล่อนจําได้และมั่นใจว่านั่นเป็นเสียงของบุคคลที่หล่อนต้องการพูดด้วย แต่จะด้วยเหตุผลประการใดที่หล่อนถูกกีดกันไม่ให้คุยกับเขา รัญจวนรีบแย้งขึ้นมาว่า นั่นเสียงพี่ฉกาจไม่ใช่เหรอจ๊ะ ฉันได้ยินแว่วๆ สงสัยจะคุยกับเสี่ยเสร็จแล้ว ยังไงขอฉันคุยกับพี่เขา หน่อยนะ ฉันมีธุระสําคัญถึงแม้รัญจวนจะรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งจากอีกฝ่าย แต่หล่อนก็ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิง หากจะพูดจากระแทกกระทันใส่ก็คงจะไม่ได้คุยกับฉกาจแน่วันนี้ หล่อนจึงเล่นบทไร้เดียงสาใส่อีกฝ่าย
พนักงานต้อนรับสาวตอบเสียงขุ่น 
พี่เขาคงเพิ่งเสร็จมั้ง ฉันไม่เห็น เดี๋ยวจะเรียกให้ แต่จะมาไม่มา ฉันไม่รับรองนะ
รอยยิ้มปรากฎที่ใบหน้าของรัญจวน หล่อนรู้ว่าฉกาจจะไม่มีวันปฎิเสธหล่อน เสียงคนรับสายเปล่งออกมาด้วยความนุ่มนวลแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นลมอะไรหอบเสียงรัญจวนมาถึงพี่น่า นักเลงคุมบ่อนกระเซ้าแหย่หญิงสาวปลายทาง
ลมคิดถึงมั้ง แล้วทําไมพี่มารับสายฉันช้าจัง
หล่อนรู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกในการที่จะพูดความรู้สึกของตัวเอง มันไม่ง่ายเหมือนตอนทํางาน เพราะคําพูดเหล่านั้นเป็นเพียงบทบาทหนึ่งเท่านั้นในการเอาใจฝ่ายตรงข้ามเพื่อแลกกับเงินตราในการเลี้ยงชีพ แต่สําหรับครั้งนี้มันเป็นเรื่องของความรู้สึกซึ่งคนอย่างหล่อนกดมันจมดิ่งไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจมานานแสนนานราวกับมันได้อันตรธานหายไปในความดำมืดของความคิดเสียแล้ว 
ฉันนึกว่ามั่วแต่จู้จี้อยู่กับพนักงานสาวเสียงใสคนเมื่อกี้
หล่อนต่อว่า “โธ่ พี่ก็นั่งอยู่แถวนี้แหล่ะ นั่งคุยกับเสี่ยอยู่ แต่สายสมรซิ ทําไมไปเรียกช้าจัง ถึงยังไงก็ช่างเถอะ พอพี่รู้ว่าเป็นรัญจวนพี่ก็รีบแจ้นมาเลยว่าแต่รัญจวนเถอะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงโทรมาหาพี่เขารีบแก้ตัว
ถ้าฉันไม่มีเรื่องก็โทรมาไม่ได้รึหล่อนยังเฉไฉออกนอกเรื่องตามประสา 
ฉกาจรีบง้องอน 
“ได้ซิจ้ะ รัญจวนจะโทรมาหาพี่วันละสิบครั้งก็ยังได้
รัญจวนกระอักกระอ่วนใจ หล่อนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เหมือนมีอะไรติดอยู่ในลําคอ เกิดอาการอ้ําอึ้งอยู่เป็นนานสองนาน หล่อนได้ยินเสียงความคิดของตัวเองวิ่งวนไปเวียนมา ความผิดหวังในเรื่องความรักในอดีตทําให้หล่อนกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในเรื่องนี้ บาดแผลถูกเปิดอ้าไว้นานเกินกว่าจะเยียวยา หล่อนเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตัดสินใจไม่พูดออกไป เพราะกลัวความผิดหวังทั้งๆ ที่หล่อนก็รู้อยู่แก่ใจว่าฝ่ายชายนั้น ทั้งรักทั้งหลงหล่อนขนาดไหน ความเงียบเข้าครอบงําระหว่างต้นสายถึงปลายสาย จนกระทั่งฉกาจตัดสินใจฝ่ากําแพงความเงียบนั้นออกมาก่อน หรือรัญจวนใจอ่อน ยอมมาอยู่กับพี่แล้วเขาถามทีเล่นทีจริงเพื่อทําลายความเงียบ หล่อนสะดุ้งตกใจในถ้อยคําของเขาราวกับว่าฉกาจจะอ่านใจหล่อนออก หล่อนกําลังตัดสินใจว่าจะเก็บมันไว้ก่อนแล้วค่อยรอให้เขาไปหาหล่อนที่โรงแรมเหมือนอย่างเคย พอเขาเอ่ยปากชวนหล่อนอีก หล่อนจึงจะตอบตกลงในตอนนั้น อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าเป็นฝ่ายพูดก่อน หากเขาไม่ยินดีรับหล่อนเป็นเมียจริงๆ เหมือนตอนที่ไปหาหล่อน เพราะช่วงเวลาเช่นนั้นคําพูดหอมหวานเพียงใด บรรดาเหล่าผู้ชายทั้งหลายแหล่ก็ขุดสรรหากันออกมาพูดเพื่อเอาใจอีกฝ่าย แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาเมื่อกี้ช่างเข้าทางหล่อนเสียจริงๆ หล่อนรีบ ตอบกลับไปว่า ถ้าฉันยอมไปอยู่กับพี่ แล้วพี่จะดีกับฉันไหมฉกาจไม่แน่ใจในประโยคที่หล่อนพูดว่าเป็นความจริงหรือแค่เพียงวาจากระเซ้าเย้าแหย่เขาเล่นเหมือนเช่นเคยปกติ แต่เขาก็รู้สึกถึงน้ําเสียงอันจริงจังของอีกฝ่าย ความตื่นเต้นยินดีแล่นเข้ามาที่หัวใจหนุ่มนักเลงอกสามศอกผู้นี้ เขารีบชิงตอบว่า 
“แม้แต่ชีวิตพี่ก็ให้รัญจวนได้ อย่าว่าแต่แค่ดีเลย เอ็งก็รู้นี่
เหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อได้ยินประโยคนี้จากอีกฝ่าย เลือดในกายสาววัยสามสิบต้นๆ สูบฉีดไปทั่วร่างกาย ใบหน้าร้อนแดงฉ่าด้วยความรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก หัวใจตีบตั้นน้ําตาคล้อเบ้าด้วยความปิติ หล่อนไม่คิดว่าในชีวิตของผู้หญิงอย่างหล่อนจะยังเป็นที่ต้องการของชายใดอยู่ ร่างกายของหล่อนเป็นเพียงแค่เครื่องมือระบายความใคร่ของใครต่อใคร แต่มาบัดนี้หล่อนพบผู้ชายคนนั้นแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่ใช่เทพบุตรเหมือนในความฝันแต่เขาเป็นความจริงที่ตั้งอยู่ตรงหน้าหล่อนมานานหลายปีไม่มีเหตุผลอันใดที่หล่อนจะวิ่งหนีเขาอีกต่อไป รัญจวนเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ําเสียงอ่อนหวานแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง 
ถ้ายังงั้นพี่พร้อมเมื่อไรก็มารับฉันแล้วกันนี่รัญจวนหลอกพี่เล่นหรือเปล่า
น้ําเสียงฉกาจตื่นเต้นออกหน้าออกตา 
“หรือพี่อยากให้ฉันหลอกเล่น
หล่อนยอกย้อนไม่จ๊ะๆ พี่รอวันนี้มานานแล้ว พี่อยากจะไปรับรัญจวนมาเสียเลยวันนี้ แต่ติดต้องเข้าไปทํางานกับเสี่ยในพระนครคืนนี้ อีกสามสี่วันถึงจะได้กลับ รัญจวนรอพี่หน่อยนะ เสร็จธุระเมื่อไรพี่จะรีบไปรับ 
จ๊ะพี่ ฉันจะรอพี่นะจ้ะ อย่าไปแล้วไปลับล่ะ

SHARE
Written in this book
รัญจวน
เรื่องสั้น

Comments