พี่สาว

1.
“ มึงยังไม่เลิกเลี้ยงต้อยเด็กคนนั้นอีกเหรอ “
“ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้คำว่าเลี้ยงต้อย กูไม่ชอบ “
“ มึงจะจริงจังกะเด็กคนนี้จริงเหรอวะ อ่อนกว่ามึง 8 ปีเลยนะโว้ย มึงจะเสียเงินเพื่อเด็กคนนี้อีกเป็นหมื่นๆ เพื่อความสัมพันธ์แบบ ‘พี่น้องที่สนิทกัน’ แบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ เอาจริงๆนะ มึง คนรอบตัวมึงก็ดูออกทั้งนั้น ว่าน้องเขาไม่ได้คิดจะจริงจังกะมึง น้องเขาพึ่งปี 3 เอง มันต้องเจอคนอีกมาก สักวันที่มันหาเงินได้เอง ไม่ต้องการเงินจากมึง เขาก็จะทิ้งมึงไป ไปหาเด็กวัยเดียวกะเขา “
ฉันไม่ตอบอะไร ฉันได้ยินคำเตือนเหล่านี้มาเป็นครั้งที่ร้อยได้แล้วมั้ง แต่ฉันก็ไม่ได้รำคาญอะไร ฉันรู้ว่าเพื่อนฉันเตือนด้วยความหวังดี

2.

ฉันยังจำวันแรกที่เจอกับเขาได้ ฉันนั่งอยู่ในสตาร์บั๊คที่สยาม นั่งปวดหัวกับตัวเลขของยอดสินค้าที่อยู่ตรงหน้า และในวินาทีที่ฉันเกือบเส้นเลือดในสมองแตก Notification ในโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา มีคนกด Super like ฉันใน Tinder ฉันประหลาดใจนิดหน่อย จึงแอบเปิดดู แล้วฉันก็เจอเขา เด็กหนุ่มคนนั้น วัย 20 ปี ยิ้มของเขาในรูปแรกที่เขาเลือกมานั้นทำให้ฉันยิ้มตามออกมา ใครจะรู้ว่าการ Swipe ครั้งนั้นจะทำให้ฉันกลายเป็นคนเปราะบางขนาดนี้

3.

“ ผมชอบมีอะไรกะพี่ที่สุดเลย “ หนุ่มน้อยคนนั้นสอดแขนมากอดฉันจากด้านหลัง หลังจากที่เขามีอะไรกับฉันไปรอบที่ 3 ในคืนนั้น ฉันหันไปมองหน้าเขา เด็กหนุ่มคนนี้ช่างงดงาม หน้าตาที่สะอาดสะอ้านของเขา ผิวที่ขาวราวกับไม่เคยโดนแดดมาก่อน ลอนซิกแพคที่หน้าท้องของเขา ฉันย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วก็อยากจะร้องไห้ ตีนกาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไขมันที่ย้อยน่าเกลียดจากหน้าท้อง แขน และขาของฉัน ฉันเกลียดเวลาเหลือเกิน มันทำให้ฉันน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆ แตกต่างจากเขาที่มันจะทำให้เขาดูดีขึ้นเรื่อยๆ
“ ที่เธอพูดแบบนี้ เพราะเธอไม่เคยมีอะไรกับเด็กสาวรุ่นราววัยเดียวกับเธอตังหาก “
“ ไม่เกี่ยวหรอกพี่ พี่เป็นคนที่ผมชอบที่สุดเลยนะ ผมอยากอยู่กับพี่ตลอดไปเลย “
ฉันเดาว่าเขาคงไม่เข้าใจความหมายของคำว่าตลอดไปสักเท่าไหร่
“ รีบนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปไม่ทัน Quiz ตอนเช้าหรอก “
เขายิ้มก่อนจะหันหลังให้ฉันไปกอดหมอนข้างที่เขาติดงอมแงมยิ่งกว่าอะไร ฉันมองไปที่แผ่นหลังของเขา ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะตกหลุมรักเด็กคนนี้ ฉันรักกับเขาไม่ได้หรอก ที่บ้านฉันจะว่ายังไง เพื่อนของเขาจะมองฉันยังไง ฉันมองแผ่นหลังเขาอีกครั้ง ยื่นมือออกไปเขียนว่า i love you ที่แผ่นหลังเขาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาจริงๆ

4.

เราไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่ก็มีบ้างที่เราไปคอนเสิร์ตด้วยกัน นัดกินข้าวกันบ้างตอนที่เขาไม่ได้ใกล้สอบ บางครั้งเราก็แค่เช่าหนังดูยากๆ แล้วนอนกอดกันบนเตียง ดูหนัง ปาป็อบคอร์นใส่กัน นานๆที ฉันจะชวนเขาขับรถออกต่างจังหวัด ไปปูเต็นท์นอนชมดาวไกลๆ ที่ที่ฉันจะกอดเขาได้โดยที่ไม่ต้องแคร์สายตาใคร ที่ๆฉันจะควงแขนเขาได้โดยไม่ต้องสนใจโลกภายนอก ก็จริงที่ส่วนใหญ่ฉันจะเป็นคนออกเงินค่าใช้จ่ายเหล่านั้น แต่มันก็เป็นเพราะฉันขอออกเอง ส่วนหนึ่งเพราะเขาก็ยังไม่มีรายได้ หลายๆครั้งที่ฉันซื้อเสื้อผ้าดีๆให้เขา เพราะอยากให้เขาได้แต่งตัวดีๆเวลาเดินกับฉัน ถึงแม้เพื่อนจะเตือนฉันเรื่องเงินเหล่านั้น แต่ฉันมองว่าเขาไม่เคยร้องขออะไรจากฉัน ทุกอย่างคือสิ่งที่ฉันตัดสินใจมอบให้เขาเอง และฉันมีความสุขที่ได้เสียเงินเหล่านั้น เพื่อให้เขา และฉันเองได้มีเวลาที่มีความสุขด้วยกัน

5.

“ พี่ออกมาเจอกันหน่อยได้ป่ะ ผมมีเรื่องจะคุยด้วยนะครับ “ เขาโทรหาฉันครั้งแรกในรอบหลายๆเดือน หลังจากที่เราห่างๆกันมาสักระยะ เราเจอกันน้อยลงเรื่อยๆเพราะเขาใกล้จะเรียนจบแล้ว ต้องไปฝึกงานต่างจังหวัด ทำโปรเจ็คจบ ส่วนฉันก็ต้องขยันทำงาน เพื่อที่จะได้เลื่อนตำแหน่งสักที เราคุยกันน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนี้
“ เรื่องสำคัญเหรอ ทำไมคุยกันในไลน์ไม่ได้ “
“ คล้ายๆแบบนั้น “ ฉันจับบางอย่างในน้ำเสียงเขาได้
“ โอเค เดี๋ยวพี่จะออกไป “
ฉันถอนหายใจ ฟังจากน้ำเสียงแล้วฉันก็พอจะเดาออกว่าจะคุยเรื่องอะไร สุดท้ายเวลานี้ก็มาถึง แม้ว่าฉันจะทำใจมานานแล้วก็ตาม แต่ก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี

6.

“ ผมกำลังจะขอเขาเป็นแฟนแล้วนะพี่ “
“ โหย เรื่องแค่นี้เอง บอกในไลน์ก็ได้ “
เราเดินกันอยู่บนถนนกลับบ้านของฉัน เขาพยายามหลบสายตาฉัน ส่วนฉันก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดิน
“ ผมอยากบอกพี่ตรงๆต่อหน้ามากกว่า “ เขาสูดหายใจเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ “ ผมคงจะไม่ได้เจอพี่อีก เขาไม่ค่อยอยากให้ผมเจอพี่อีกแล้ว “
“ อ้อ เห้ย ไม่เป็นไร พี่เห็นล่ะละ ใน Facebook รูปคู่ที่ทะเลใช่ป่ะ น้องเขาน่ารักดีนะ ขาวๆหมวยๆดีนะ สเป็คเธอเลยนี่ แต่ดูเด็กมากเลยนะ นี่อายุเท่าไหร่นะ ไปเจอกันได้ยังไง “
“ น้องเขาอ่อนกว่าผมปีครึ่งน่ะพี่ แต่ก็รุ่นเดียวกันเนี้ยแหละ เขาเรียนเร็ว เจอกันตอนไปฝึกงาน “
“ อ้อ ดีแล้วๆ เหมาะกับแกดีนะ “
“ ขอโทษนะพี่ พี่โอเคป่าว “
“ เห้ย โอเคดิ พี่เข้าใจเราน่ะ “
“ ผมคงคิดถึงพี่ มากๆ ทั้งๆที่ไม่ควร “
“ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวสักพักแกก็ลืม มันไม่ได้ลืมได้ยากเย็นอะไรมากมายแบบนั้นหรอก “
สำหรับวินาทีนั้น ฉันว่าฉันประคับประคองสถานการณ์นั้นได้ดี ไม่ฟูมฟาย ออกจะตลกๆขำๆด้วยซ้ำ ฉันเล่นมุกไปตลอดทาง ที่เดินกลับคอนโดกัน ฉันกอดลาเขาใต้คอนโดของฉัน และมองแผ่นหลังของเขาค่อยๆเดินจากฉันไป
ถ้าเป็นหนัง ฉากนี้ก็คงถูกแคปไปลงในเพจ Rom-Com ไปแล้ว
จริงๆฉันไม่ควรเสียดายความสัมพันธ์นี้เลยด้วยซ้ำ ผิวเผินและบอบบาง เหมือนจะเต็มไปด้วยความโรแมนติก แต่จริงๆแทบจะไม่ต่างอะไรจากหนังโป๊ที่มันมีเนื้อเรื่องก็เท่านั้น ฉันปลอบตัวเองแบบนั้น ก่อนจะเดินขึ้นคอนโดไป

7.

ฉันตื่นขึ้นมาเช้าอีกวัน แอบเข้าไปดู Facebook เด็กชายที่เคยเป็นของฉัน เขาขึ้น in a relationship แล้วกับหญิงสาวคนนั้น ฉันวางโทรศัพท์ลง
แล้วฉันก็ร้องไห้
วินาทีนั้นฉันก็รู้ว่าความเจ็บปวดมันไม่ได้อยู่ ณ วินาทีที่กำลังบอกลาแล้วเห็นเขาเดินจากไป แต่เป็นวินาทีที่ฉันต้องยอมรับ ว่าฉันจะไม่มีเขาในชีวิตอีกแล้ว เขาจะมีทางเดินของเขา และฉันก็จะมีชีวิตของฉัน ที่เหมือนเดิม แต่ไม่เคยเป็นเหมือนเดิมอีกเลย
มีคนเคยบอกฉันว่า การได้ปล่อยคนที่เรารักได้เจอในสิ่งที่ดี แค่นั้นมันก็มีความสุขแล้ว ฉันทำแล้ว นี่ไง แต่แล้วทำไม หัวใจฉันมันก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
SHARE
Writer
iamyourbear
Writer,Dentist
Relationship

Comments

GALIREO_RIN
2 years ago
ชอบค่ะ^^ 
Reply
Saimaru
2 years ago
ทำไมต้องทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไรด้วย งื้อออ T^T
Reply
Janiva
2 years ago
จุกอะ สถานะนี้เคยเป็น อ่านแล้วอยากร้องไห้ งอแง
Reply
monkwinez
2 years ago
บางฉากนี่เหมือนชีวิตเราเลย อ่านแล้วจุกเลย
Reply
mayzx
2 years ago
เฮ้อๆ เศร้ามากเลยคะ
Reply