เศร้า l เปล่า l สุข
- เดอะ ฮาเบอร์ เชียงใหม่, 2559 -

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ภายในร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอล 
มือของเธอกุมแก้วน้ำที่อยู่ตรงหน้าไว้แน่น 
เธอจำไม่ได้แล้วว่าบทสนทนาเริ่มต้นด้วยอะไร แล้วดำเนินมายังไง
รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เธอเริ่มขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกแย่กับบทสนทนาที่เกิดขึ้น

"มีคนอื่นแย่กว่าเธอตั้งเยอะ เขายังอยู่ได้ แล้วเธอจะคิดฆ่าตัวตายทำไม บ้าหรือเปล่า"
ผู้ชายที่นั่งข้างเธอเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา 
ผู้ชายที่ตอนนี้เธอจำชื่อของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ 
ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ก็ตัดสินเธอจากมุมมองของตัวเองไปแล้ว
หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองก่อนจะตอบกลับไป
"รู้ได้ยังไงว่าเราไม่แย่ รู้ได้ยังไงว่าคนอื่นแย่กว่าเรา"
"รู้ก็แล้วกัน"
"เธอไม่ใช่เรา เธอจะรู้ได้ยังไง"
"มีอีกตั้งหลายคนที่เศร้ากว่าเธอ"
"เธอรู้ได้ยังไงว่าเราเศร้ามากเศร้าน้อยแค่ไหน"
"เธอยังมีข้าวกิน เธอยังมีที่นอน มีคนอีกตั้งเยอะที่เขาไม่มีเหมือนเธอ ทำไมเขายังอยู่ได้"
"ก็เขาไม่ใช่เรา แล้วเราก็ไม่ใช่เขา"
"ทำไมเธอไม่อดทนล่ะ ทำไมเธอไม่สู้ ทำไมเธอไม่เข้มแข็ง"

มือที่กุมแก้วน้ำเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอตะโกนออกไป
"รู้ได้ยังไงว่าเราไม่อดทน!"
"รู้ก็แล้วกัน"
เขายังคงยืนยันคำเดิม ทั้งที่เขาไม่รู้อะไรเลย
"เธอรู้ได้ยังไงว่าเราไม่อดทน! เธอเอาอะไรมาตัดสินเรา!!"
หญิงสาวตะโกนลั่นร้าน เธอรู้ตัวว่ามีหลายคนในร้านที่หันมามอง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ
"เธอจะมารู้ดีกว่าเราได้ยังไง! เธอจะมารู้ได้ยังไงว่าเรารู้สึกแย่แค่ไหน! เธอจะมารู้ได้ยังไงว่าเราต้องอดทนมากแค่ไหน! เธอจะมารู้ได้ยังไงว่าเราไม่เศร้า! เธอจะรู้ได้ยังไง!!"
"เรารู้ก็แล้วกัน"
"เธอรู้ได้ยังไงว่าคนอื่นแย่กว่าเรา!!!"
"เรารู้ก็แล้วกัน"
"เธอจะรู้ได้ยังไง!"
ยิ่งตะโกนมากเท่าไหร่ หญิงสาวก็ยิ่งร้องไห้มากเท่านั้น เธอร้องไห้จนน้ำตาเลอะเต็มใบหน้า
แต่เขาก็ยังคงตอบแค่ว่า "รู้ก็แล้วกัน"

มีคนอื่นแย่กว่าเธอตั้งเยอะ
มีอีกตั้งหลายคนที่เศร้ากว่าเธอ
ทำไมเธอไม่อดทนล่ะ 
ทำไมเธอไม่สู้ 
ทำไมเธอไม่เข้มแข็ง

จนในที่สุด ความเครียดผสมกับความโกรธ ความกดดัน ความเศร้า และอะไรอีกหลายๆ อย่าง
ทำให้เธอตะโกนประโยคสุดท้ายออกมา
"ได้! เราไม่เศร้าใช่ไหม ที่เธอเห็นคือเรายังเศร้าไม่พอใช่ไหม... แล้วถ้าเราฆ่าตัวตายนี่จะเศร้าพอหรือยัง!!!"
ท้ายประโยคนั้น หญิงสาวตะโกนดังมากจนมันกลายเป็นเสียงกรี๊ด

พอรู้ตัวอีกทีก็มีคนมากอดเธอไว้ เธอไม่รู้หรอกว่านั่นคือใคร
เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ ส่วนเขาก็ยืนอยู่ 
เขารวบเธอเข้าไปไว้ในอ้อมกอด ทำให้เธอมองไม่เห็นว่าเขาเป็นใคร
เธอรู้แค่ว่าเธอร้องไห้หนักมาก ตัวสั่นไปหมด ในหัวเธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากฆ่าตัวตาย
เธอพยายามดึงตัวเองออกมาจากคนที่กอดเธอไว้ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย

ตอนนั้นเองที่เธอได้ยินเสียงเขา เขาพูดพลางลูบหัวเธอ
"ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องร้องนะ นี่พี่ตูนเอง"
เขาคือรุ่นพี่ที่เธอรู้จักเพียงผ่านๆ เธอไม่ได้รู้สึกสนิทสนมอะไรกับเขาเลย
แต่คนที่เข้ามาปลอบเธอคนแรก ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มาที่นี่ด้วยกัน แต่กลับเป็นเขา...
"ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร พี่อยู่นี่แล้วนะ"

เธอเริ่มเงียบและหยุดร้องไห้
แต่ไม่ใช่เพราะเขา...
เธอดึงตัวเองออกมาอีกครั้ง
"จะไปไหน ยังตัวสั่นอยู่เลย จะไปไหนก็บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปส่ง"
"ไม่ต้องค่ะ"
"จะไปฆ่าตัวตายใช่ไหม อย่าทำอะไรแบบนั้นนะ"
เธอเงียบ เพราะเขาพูดถูก
"อย่าทำเลยนะ พี่ขอร้อง ให้พี่คุกเข่าก็ได้"
พอพูดจบเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าเธอตามที่เขาว่า หญิงสาวนิ่งไปด้วยความตกใจ
เขาเอื้อมมือมากุมมือเธอเอาไว้
"แพรวายังมีพี่ตูนนะ พี่แตงกวาก็อยู่นี่ เปรี้ยวก็อยู่ ทุกคนรักแพรวานะ"

น่าเสียดายที่คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ผ่านเข้าไปในหัวเธอเลย
เธอคิดเพียงแต่ว่าเธอจะต้องฆ่าตัวตาย
แต่ถ้าเธอยังร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ ก็จะไม่มีใครไว้ใจให้เธออยู่คนเดียว
และเธอก็จะฆ่าตัวตายไม่ได้...
ใช่ เธอจะต้องทำให้คนอื่นวางใจ

พอคิดแบบนั้น เธอจึงหยุดร้อง
หลังจากควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เธอก็พูดขึ้น
"พี่ตูน เดี๋ยวเค้าจะกลับแล้วนะ"
"ให้พี่ไปส่งนะ"
"ไม่เป็นไร เค้าเอารถมา ไม่อยากจอดทิ้งไว้"
"ไปคนเดียวได้แน่นะ"
"อืม"

หญิงสาวลุกขึ้นยืน เธอโบกมือแล้วยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินออกมานอกร้าน
เธอเดินไปที่รถ สตาร์ทเครื่อง แล้วขับกลับไปที่หอพัก
ทุกอย่างดูปกติดี
ไม่มีใครรู้
ไม่มีใครเอะใจ
หญิงสาวหยิบกล่องยาขึ้นมาอ่านฉลาก

                     - ห้ามรับประทานเกินกว่าที่แพทย์สั่ง หากได้รับยาเกินขนาด 
              อาจส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้หยุดหายใจ และอาจเสียชีวิตได้ -

นี่แหละที่เธอต้องการ
เธอหยิบยาหลายสิบเม็ดใส่ปาก ดื่มน้ำตาม แล้วล้มตัวลงนอน
ก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์ เธอภาวนาเพียงว่า ขอให้พรุ่งนี้เธอไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก


ได้โปรดอย่าตัดสินคนอื่นจากมุมมองของตัวเองอีกเลย

คุณไม่มีทางรู้ว่าเขาต้องพบเจออะไรมาบ้าง
คุณไม่มีทางรู้ว่าเขาต้องอดทนแค่ไหน
คุณไม่มีทางรู้ว่าเขาต้องพยายามมากเท่าไหร่

คุณเคยอ่านเรื่องของก้อนหินกับกระดาษไหม...?
From: Depression is not just a Windblow

เรื่องของก้อนหินกับกระดาษ 

ณ ชายหาดริมทะเล ก้อนหินและกระดาษถูกวางทิ้งไว้ โดยมีลมทะเลพัดผ่านไปมาตลอดวัน 

ก้อนหิน : เลิกทำท่าทางเหนื่อยแบบนั้นสักที แล้วก็เลิกทำตัวยุกยิกปลิวไปปลิวมาด้วย
กระดาษ : ก็พายุมันแรง จะให้เราทำยังไง
ก้อนหิน : อดทนสิ แค่ลมพัดเอง อย่าทำตัวอ่อนแอได้ไหม
กระดาษ : มันไม่ใช่แค่ลมพัด เธอไม่เห็นเหรอว่าเราต้องอดทนแค่ไหนกว่าจะอยู่กับที่ได้ เราเป็นกระดาษนะ 
ก้อนหิน : แต่เราก็อยู่ที่เดียวกับเธอ เราก็เจอลมแรงเท่าเธอ ทำไมเรายังทนได้

กระดาษ : งั้นลองไปแข่งกันลอยน้ำดูไหม ดูว่าใครจะลอยได้นานกว่า
ก้อนหิน : ...
กระดาษ : ถ้าเรากระโดดลงทะเลพร้อมกัน เป็นเธอหรือเปล่าที่จะจมลงก้นทะเล 
ก้อนหิน : ...
กระดาษ : เป็นเธอหรือเปล่าที่จะทนลอยน้ำอยู่นานไม่ได้ 
ก้อนหิน : ...
กระดาษ : เลิกตัดสินว่าพายุของเราเป็นลมพัดเสียที เพราะเราไม่ใช่ก้อนหิน และเธอก็ไม่ใช่กระดาษ

กระดาษไม่ได้อ่อนแอ
และก้อนหินไม่ได้เข้มแข็ง

เราแค่ต่างกัน
แม้อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็ใช่ว่าจะทนได้เท่ากัน

ในชีวิตจริง ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่สามารถเดินไปบอกทุกคนบนโลกนี้ได้ว่าฉันคือกระดาษ 
ฉันอยู่ในสภาวะอ่อนไหว 
หลายครั้งที่เราถูกปฏิบัติเหมือนก้อนหินและคิดว่าเราจะทนลมพัดได้ 
เพราะเขามองไม่เห็นความบอบช้ำในจิตใจของเรา

อย่าตัดสินพายุของใครอีกเลยนะ 

เพราะคำพูดและการตัดสินของคุณ อาจทำให้เขาลงเอยด้วยการทำร้ายตัวเอง 
หรือเลวร้ายสุดคือเลือกที่จะจากโลกนี้ไป 
SHARE
Writer
21JAN
hopeless girl
"ฉันฆ่าตัวตายในความคิดเสมอ"

Comments