การหารความสุข คือความเท่าเทียมทางเพศ??
เมื่อเร็วๆนี้ เราได้อ่านกระทู้หนึ่ง เป็นผู้หญิงตั้งคำถามว่า แฟนหารทุกอย่าง ทำอย่างไรดี

กระทู้แบบนี้ไม่ได้มีครั้งแรก แต่ก็จะเห็นบ่อยๆ และคอมเม้นท์ที่เรามักเจอคือ “ผู้หญิงเรียกร้องความเท่าเทียมกันทางเพศแล้วนี่ จะเอาอะไรอีก”

คำถามในหัวคือ คนที่ตอบแบบนี้ เขาหารทุกอย่างกับแฟนหรือเปล่า หรือเก็บกด หมั่นไส้ อคติ ต่อการเรียกสิทธิของสตรี หรืออย่างไร

เราไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อบอกว่า คุณผู้ชายคะ ช่วยดูแลผู้หญิงหน่อยเถอะ ช่วยซื้อของให้แฟนสาวด้วยนะคะ เปล่าเลย ปกติแล้วเรารำคาญจะตาย เวลามีผู้หญิงบ่นว่าผู้ชายไม่ออกค่านู้นค่านี้ให้ ผู้ชายไม่ซื้อของให้ ทำไมๆ เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องอยากได้ของจากคนอื่น ในเมื่อผู้หญิงมีมือ มีเท้า มีมันสมองไม่ต่างกัน ทำไมเราจะหาเงินเองแล้วเอาเงินมาบำเรอตัวเองไม่ได้
สิ่งที่เราสนใจคือข้อความที่เปรียบว่า การหารทุกอย่างในชีวิต คือความเท่าเทียมกันทางเพศ

ดังนั้น การหารทุกอย่าง คือความรักที่เท่าเทียมกันจริงๆเหรอ มันคือการแสดงให้เห็นถึงมาตรปริมาณความรักที่เท่ากันเป๊ะใช่หรือไม่ คุณโอเคจริงๆเหรอที่ต้องหารทุกเศษสตางค์กับคนรัก

เรากลับมองว่า ถ้าใช้คำว่าหาร มันไม่ใช่ความรัก มันเป็นความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แม้แต่ความสัมพันธ์แบบมิตรภาพ เรายังไม่หารกับเพื่อนขนาดนี้เลย จริงๆแล้ว เราควรใช้คำว่า “ร่วมกันแบ่งปัน” ดีกว่าหรือไม่ คำนี้ควรอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า แฟนหรือสามีภรรยาหรือไม่ หรือแม้แต่เวลาเราคบเพื่อน ใช้เวลาด้วยกัน หลายครั้งที่การหารไม่ลงตัว ก็จะมีคำพูดออกจากปากว่า “เออ แค่นี้เองแก เกินมานิดหน่อย เราออกเอง” หรือ “มื้อนี้ของฉัน มื้อหน้าของแก” อะไรแบบนี้ แต่เราคงไม่มานั่งคำนวณว่าค่าใช้จ่ายต้องเท่ากันไม่ใช่เหรอ เราคงไม่มาหารเศษกับเพื่อนหรอกจริงไหม

บางคนมักมองว่า ในเมื่อผู้หญิงเรียกร้องสิทธิเสรีภาพแล้ว จะมาคร่ำครวญเรื่องหารทำไม เราขอบอกก่อนเลยว่า การตีความคำว่าหาร หมายถึงการเฉลี่ยทุกอย่าง อย่างที่กล่าวไว้แต่แรก เราไม่ได้สนับสนุนให้ผู้หญิงงอมืองอเท้า แต่ในความสัมพันธ์ คำว่าหาร ควรแทนที่ด้วยคำว่า แบ่งปันและร่วมกันมากกว่า เราไม่ได้หารความสุข เราแบ่งปันความสุขและร่วมกันใช้ความสุขต่างหาก
หากคุณหารความสุข นั่นหมายความว่า ถ้าระดับความสุขอยู่ที่เก้า คุณต้องแบ่งคู่ของคุณไปสี่จุดห้า และความสุขของคุณจะลดเหลือที่ระดับสี่จุดห้าเท่ากัน นี่คือการหารความสุขแบบเท่าเทียมจริงเหรอ คำถาม: ทำไมเราไม่มีความสุขในระดับเก้าด้วยกันทั้งคู่?

ทำไมคู่รักมีความสุขในระดับเก้าด้วยกันไม่ได้ ถ้าการยกเอาเรื่องสิทธิเท่าเทียมมาใช้กับเหตุผลเพื่อหารทุกอย่างกับคู่รัก เราคงต้องจัดแจงแบ่งสันปันส่วนทุกอย่างในชีวิต ความสัมพันธ์ที่มีแต่ตัวเลข คิดเล็กคิดน้อย คิดๆดูแล้ว ถอนหายใจรัวๆ

เรานึกถึงการ์ตูนโดราเอมอนตอนหนึ่ง จำชื่อตอนไม่ได้แล้ว ในตอนนั้น โนบิตะอยากกินขนมมาก แต่เพราะที่บ้านกำลังประหยัด คุณแม่จึงไม่ได้ทำขนมของว่างมาให้ นอกจากแกะถั่ว โดราเอมอนเลยให้หมากฝรั่ง พอโนบิตะแบ่งให้เพื่อนกินหมากฝรั่งอันเดียวกัน เวลาที่พวกเพื่อนๆทานขนมอะไรเข้าไป รสชาติแสนอร่อยจะถูกแบ่งมาที่โนบิตะด้วย ดังนั้น เมื่อซึเนโอะทานเมล่อนเขาไป เขากลับรู้สึกว่า มันไม่อร่อยเหมือนเคย มันอร่อยในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้อร่อยแบบเต็มคำ เพราะความอร่อยถูกแบ่งออกไปให้โนบิตะแล้ว เราว่าคงคล้ายๆกับกรณีคู่รักแนวๆนี้ ที่หารทุกอย่าง ทั้งๆที่ ถ้าทานเมล่อนด้วยกัน ก็ได้รับรสชาติหวานนุ่มลิ้นเต็มคำด้วยกันทั้งคู่ หากเปรียบเมล่อนเป็นความรัก
แต่ละฝ่ายก็จะได้สัมผัสความรักในระดับทะลุสเกลไปด้วยกันทั้งคู่

จะว่าไป การเขียนเรื่องนี้ก็เหมือนทบทวนตัวเองไปด้วย เพราะถ้าให้ไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบหารทุกอย่าง คงอึดอัดใจตายกันพอดี โดยส่วนตัวแล้ว เราเชื่อว่าการคบกันควรอยู่บนพื้นฐานความสบายใจมากกว่าอึดอัดใจ ตอนนี้ก็ยังคงสงสัยว่า เรื่องนี้ เอามาโยงกับการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงได้อย่างไร
SHARE
Writer
Jesjournal
Author
https://www.facebook.com/jesjournal90/ https://fictionlog.co/Jes

Comments

Pachara_Y
2 years ago
เคยเห็นเหมือนกัน คนที่ช่วยกันหารทุกอย่าง เรามองว่ามันแล้วแต่คู่ เห็นหลายคู่เค้าก็อยู่กันได้ อาจจะมีมุมมองตรงกัน ก็เลยมีความสุขในแบบของเค้าล่ะมั้ง 
แต่พวกที่ออกมาคอมเมนต์ในทำนองโยงเรื่องสิทธิส่วนบุคคล อาจจะไม่ใช่พวกที่มีคู่ทั้งหมด ดูจากโทนเสียงที่ใช้ก็รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน 
Reply
Jesjournal
2 years ago
อาจจะเป็นอารมณ์ ขอให้ได้แซะ เหตุผล ความเชื่อมโยง ช่างมัน