ในวันที่เราเกลียดแม้กระทั่งตัวเอง
เราสูบบุหรี่สามมวนที่ระเบียง ก่อนจะกลับเข้าห้อง
เขาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ เขานอนข้างเรา แต่ไม่เข้าใกล้มากกว่านั้น
เราพูด เขาหันหน้าหนี เราเลยนั่งเงียบๆ 
เขาเดินออกไปจาม แล้วไม่ได้กลับมานอนข้างๆ อีก

เรารู้ว่าเขาเกลียดบุหรี่ แต่เราเลิกไม่ได้ 

เขาไม่ว่าเราในวันนั้น เพียงแต่บอกว่า "อย่าสูบอีก"
เขาเป็นห่วงเรา เรารับรู้ได้ และเขาก็ไม่สามารถทนดมกลิ่นได้เหมือนกัน

เราทนเห็นภาพนั้นไม่ได้

เราเข้าห้องน้ำไปแปรงฟัน แปรงๆๆๆๆ พยายามทำทุกอย่างให้กลิ่นหาย
แต่กลิ่นมันยังอยู่ในลมหายใจ 
คืนนั้นเรารู้สึกว่า เราคงไปต่อกันไม่ได้ อย่างน้อยก็จนเช้า

เราเลยเข้าไปล้วงคอในห้องน้ำ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เราเป็นบูลิเมียมาสองสามเดือน 
ก่อนหน้านี้เราเป็นหนักบ้าง เบาบ้าง สลับกันไป
แต่เขาเป็นคนเดียวที่รู้ (ในมิติคนรู้จักรอบตัวเรา) 
เขาเป็นคนบอกให้เราไปหาหมอ พยายามเปลี่ยนให้เรามองโลกในแง่ดี
แต่เราทำไม่ได้ การมองโลกในแง่ดีมันสร้างกันยาก
ไม่งั้นเราคงไม่เป็นแบบนี้หรอก

และทั้งหมดคือความผิดของเรา 
ทั้งโรคนี้ ทั้งบุหรี่
พักหลังเรากลับมาเป็นหนักอีกรอบ ทำให้เขาต้องเป็นห่วง
เหมือนเพิ่มภาระกันไปเปล่าๆ แล้วเราก็หยุดตัวเองไม่ได้

ทุกครั้งที่ล้วงคอ
ความรู้สึกมันจะ ...อธิบายไม่ถูก แต่มันแย่
เรารู้สึกผิดกับร่างกาย รู้สึกผิดกับครอบครัว รู้สึกผิดกับเขา
แล้วมันก็ทรมาน จุกที่คอตลอดเวลา 

เรานั่งเบลอๆ ในห้องน้ำเกือบชั่วโมง ก่อนออกมา
กลิ่นบุหรี่ในคอน่าจะหายไปเยอะแล้ว เราออกมา 
พบว่าเขาหลับไป เราไม่แปลกใจเท่าไหร่ เขาเป็นคนหลับง่าย
(หลับไปทั้งๆ ที่ยังใส่แว่นอยู่เลย) 

พอไม่มีเสียงของเขา อะไรๆ ก็แย่ลง

เรารู้สึกแย่กับตัวเอง มันแย่นะ ที่ผิดหวังแม้กระทั่งกับตัวเอง
เรารู้สึกเกลียดตัวเองมากๆ ในนาทีนั้น เราเกลียดที่เป็นแบบนี้
เกลียดที่ไม่เคยทำตามที่เขาขอได้เลย ทั้งที่เขาเป็นห่วงเรา
เรารู้สึกไม่เห็นทางออก เมื่อไม่มีเขา

เพราะคิดบ้าบอแบบนั้น เลยออกไปสูบบุหรี่ต่อ
จากสามมวนก็เพิ่มขึ้นจนขี้เถ้าเป็นกองใหญ่
เราไม่ได้นับ แต่เราสูบจนที่เขี่ยบุหรี่เต็ม และเกือบหมดซอง 
ปกติเราไม่ได้สูบบ่อย วันละไม่กี่ตัว นานๆ ทีด้วยซ้ำ
แต่ครั้งนี้เราทำจนกว่าจะไม่ไหว 
แล้วเราก็รู้สึก เกลียดตัวเองยิ่งกว่าเดิม 

เรามองว่า การล้วงคอของเรา คือการ punish ตัวเองอย่างนึงนะ
ในเมื่อกินเยอะนักใช่มั้ย ? ล้วงออกมาสิ
ทำตัวไม่ดีใช่มั้ย ? ทรมานตัวเองสิ
ใช่ การอาเจียนออกมามันทรมานจะตาย ไม่ได้ชอบหรอก 
อาหารในกระเพาะเราไม่เหลือให้เราล้วงออกแล้ว
แต่เรายังอยากทำร้ายตัวเองอยู่
เราจะทำยังไงดี?

เพราะเริ่มมึนควัน 
เราเลยลองเอาบุหรี่จี้ข้อมือตัวเอง
จากร้อนน้อย ไปร้อนมาก
เราแค่อยากทำให้ตัวเองเจ็บ มันจะเจ็บปวดในใจน้อยลง
แต่สุดท้าย เราทนเจ็บไม่ไหวหรอก ปกติเป็นคนกลัวเจ็บจะตาย 
และ defense mechanism ยังทำงานดีอยู่
แผลที่ข้อมือเราเป็นแค่จุดตื้นๆ กระจัดกระจาย 
สูบจนคอแห้งไปหมดจนเริ่มแสบ เราเลยหยุด กลับเข้าไปอาบน้ำนอน

อารมณ์อะไรไม่รู้ทำให้เราตัดสินใจปลุกเขาขึ้นมา
เราโวยวายๆๆๆๆๆ พูดทุกอย่างที่ทำไปเมื่อกี้ แค่เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ
แน่นอนว่าไม่มีใครชอบถูก ignore และเราก็อยากให้เขาสนใจเรา
เราเหนื่อย เราเบื่อ เราเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้
เราเกลียดตัวเองที่ทำให้เขาหยุดเดือดร้อนไม่ได้ 
เขาตื่นขึ้นมา ในแวบแรกก็ดูหงุดหงิดคงเพราะง่วงนอน
จนสุดท้าย เขาตื่นเต็มตา ฟังเราบ่น ทำตาปริบๆ 
เราบ่นเสียงอ่อยว่า 'แสบแผล' แล้วก็หลับไปทั้งๆ ที่คิดว่ายังบ่นไม่จบ

มันแสบจริงๆ นะ เหมือนความร้อนตอนนั้นยังอยู่เลย
เราหลับๆ ตื่นๆ เพราะแสบ ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเขาหายไปไหน
รู้ตัวอีกทีก็มีอะไรแปลกๆ เย็นๆ มาถูที่แขน

เขาถืออะไรซักอย่าง สีเขียวๆ เหมือนพืชยาวๆ เข้ามาในห้อง

"เจ็บตรงไหน"
"ตรงนั้นแหละ" 
"ดีขึ้นมั้ย?"
"ไปเอามาจากไหน"
"ข้างล่าง"

เราง่วงเกินกว่าจะพูดต่อ ปล่อยให้เขาถูๆ ที่แผลไป มันก็เย็นสบายดีนะ 
แล้วเขาก็กล่อมให้เราหลับอีกรอบ ทุกอย่างมันเบาลงไปหมด 
เหมือนเราโยนหินให้เขาก้อนเบอเร่อ แล้วเราก็ตัวเบาไปเลย
คืนนั้นเราหลับสนิท ค่อนข้างลึกทีเดียว 

พอตื่นมา เขาก็ยิ้มให้เราเหมือนเดิม
เราอยากถามนะ ว่าไม่โกรธเหรอ แต่ดูเป็นคำถามที่ไงๆ ไม่รู้
ก็เลยไม่ถาม แต่ยังอยากรู้เรื่องอะไรแปลกๆ เย็นๆ นั่นอยู่ ก็เลยถามแค่นั้น

"เรามองลงไปจากระเบียง แล้วเห็น ก็เลยลงไปเด็ดมา"
"เขาปลูกไว้หรอ"
"อือ"
"ขอใครรึยัง"
"ขอแล้ว"
"ตีสองเนี่ยนะ"
"ขอแมวที่อยู่ตรงนั้น"
"กำ"
"มีหมาด้วยนะ"
"เออๆ"​ 

เขาบอกว่า 'ต้องรีบทา ไม่งั้นไม่หาย ทีแรกจะขี่รถไปขอที่อนามัยแล้ว' 
แค่เขาคิดแบบนั้นเราก็ตีมือเขาแล้ว แบบ 'บ้า อันตราย'
เขาไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ในตอนนั้น เราอ่านออก เรารู้จักกันมานานพอ

ตอนนี้เหลือแต่รอยแผลดำๆ ที่ข้อมือ ความเจ็บไม่อยู่แล้ว
แต่มันย้ำเตือนเราถึงอะไรหลายอย่างเหมือนกัน 

แม้แต่ในวันที่เราเกลียดตัวเอง ก็ยังมีคนไม่เกลียดเรา 
เขาเลือกที่จะเตือนเราแบบดีๆ ในช่วงเวลาที่เราทำผิด แม้กระทั่งเหตุผลที่โง่เง่า

เราไม่ได้พูดถึงเรื่องวันนั้นอีก
เพียงแต่ให้รอยแผลนั้นคอยเตือนเรา
อย่างน้อย เราไม่ห่วงตัวเอง แต่ก็ยังมีคนห่วงเราอยู่
อย่างน้อย ถือว่าทำเพื่อพวกเขาก็แล้วกัน

เขาบอกเสมอว่า ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน เธอต้องดูแลตัวเองให้ได้นะ
เราไม่อยากสัญญา ข้อเสียคือเขาชอบบังคับให้เราสัญญา 
เราก็สัญญาส่งๆ ไปแบบนั้นแหละ ทุกวันนี้เราก็ยังทำไม่ได้

คำสัญญามันไม่มีประโยชน์ เท่ากับเราทำมันเพราะการกระทำอีกคนหรอก
เหมือนกฎฟิสิกส์ที่ว่า action = reaction 
เขาแสดงออกความรักมาแบบไหน เราก็อยากจะส่งคืนเหมือนกัน

ขอบคุณนะ

- บทความนี้แค่เขียนเพราะรู้สึก ขอบคุณ - 

ปล. เช้าวันต่อมา ได้ดูวิดีโอสมัยเด็กๆ ของเขา กับน้องสาว เขาเกิดมาเพื่อดูแลคนอื่นจริงๆ ไม่รู้สิ เรารู้สึกแบบนั้น แต่ต่อให้รู้สึกแบบนั้นก็เถอะ เราก็อยากดูแลเขาเหมือนกันแหละ 
SHARE
Written in this book
the last shadow of mine
อารมณ์ไม่เคยไม่มีเหตุผล เราแค่ไม่รู้

Comments

anntonies
2 years ago
ชอบมากค่ะ รู้สึกตรงใต
Reply