ทางรถไฟสายมรณะ
“บนทางรถไฟสายนี้ ไม้หมอนหนึ่งอันมีค่าเท่ากับหนึ่งชีวิต...”

การทำงานต่อกันแทบทุกวันหลายต่อหลายเดือนทำให้พลังชีวิตฉันแทบไม่เหลือ เมื่อมีเวลาว่างสั้น ๆ สองวัน ทางรถไฟสายมรณะก็เป็นสิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัว ฉันต้องการเวลาคิดเรื่อยเปื่อยคนเดียว และคิดถึงกลิ่นสนิมเหล็กบทรถไฟมากเกินกว่าจะยอมจมอยู่กับบ้าน 

ฉันพาตัวเองขึ้นรถธรรมดาขบวน 257 ธนบุรี – น้ำตก มาตั้งแต่เช้าตรู่ ภาพจากหน้าต่างสองฝั่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ฉันลืมตามองภาพเหล่านั้น แต่ใจยังฝันกลางวันอยู่ โชคดีที่วันนี้ไม่ใช่วันหยุด คนไม่มากนัก ฉันเลยได้ครองที่นั่งแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งมีคุณลุงคนหนึ่งมานั่งเบาะฝั่งตรงข้าม เราคุยกันเล็ก ๆ น้อย ๆ มาจนถึงสถานีกาญจนบุรี



 “บนทางรถไฟสายนี้ ไม้หมอนหนึ่งอันมีค่าเท่ากับหนึ่งชีวิต” 
คุณลุงบอกกับฉันไว้อย่างนั้นระหว่างบทสนทนาของเรา ก่อนที่จะลงไปพร้อมกับทิ้งความสงสัยและมะพร้าวสดลูกหนึ่งไว้กับฉัน 
‘จากสวนลุงเอง สด ๆ จากต้น’


 
ทางรถไฟสายมรณะ ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยความควบคุมของประเทศญี่ปุ่น และแรงงานจากเชลยศึกฝ่ายพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชีย มีเป้าหมายหลักเพื่อใช้เป็นรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านไปสู่ประเทศพม่า 

กล่าวกันว่าการสร้างรถไฟสายนี้เป็นไปอย่างเร่งรีบ เชลยและเหล่ากรรมกรต้องผลัดกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และต้องเจอกับปัญหามากมาย ทั้งโรคระบาด ระเบิดจากทหารฝ่ายพันธมิตร การขาดเสบียง ทางรถไฟสายนี้จึงได้ชื่อว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” เพราะตลอดระยะทาง 415 กิโลเมตรจากประเทศไทยสู่ประเทศพม่า ต้องแลกมาด้วยชีวิตเชลยจำนวนมาก



 จากกรุงเทพถึงกาญจนบุรี ฉันเดินทางมาเกินครึ่งของขบวนนี้แล้ว ปลายทางบนตั๋วบอกว่าเป็นสถานี “น้ำตก” แต่ปลายทางของฉันไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน 

เสียงล้อเหล็กยังดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คุณลุงที่นั่งตรงข้ามลงไปแล้ว เหลือแต่ตัวฉันกับมะพร้าวสดหนึ่งลูกวางอยู่ข้าง ๆ

 30 สถานีที่ยังเปิดใช้อยู่ในปัจจุบัน จาก 53 สถานี รวมระยะทาง 304 กิโลเมตรในเขตประเทศไทยเมื่อครั้งเริ่มสร้าง เส้นทางบางส่วนถูกยกเลิกใช้ไปตามความเหมาะสม

หลังจากที่รัฐบาลไทยตัดสินใจซื้อทางรถไฟสายนี้คืนจากอังกฤษด้วยเงิน 50 ล้านบาทและทำการซ่อมแซมเส้นทางบางส่วน เส้นทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก (บ้านท่าเสา) จึงเปิดใช้ภายใต้ความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งเพื่อการคมนาคมของคนในท้องถิ่นเอง และเพื่อการท่องเที่ยว

 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันนั่งรถไฟขบวนนี้ 
แต่คำพูดสั้น ๆ ของคุณลุงทำให้ฉันเพิ่งมาย้อนนึกถึงที่มาที่ไปของทางรถไฟสายที่ฉันนั่งอยู่ นึก ๆ ไปแล้วก็ชวนให้หดหู่ไม่ได้ ครั้งหนึ่งคนเราจะทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของใครสักคนที่เราไม่รู้จักด้วยเหตุผลง่าย ๆ อย่างคำว่า “สงคราม” อย่างนั้นเองหรือ

‘สงครามคือข้ออ้างของความเห็นแก่ได้ ไม่ว่าแพ้หรือชนะเราต่างต้องอยู่บนซากปรักหักพัง’ 
คน ๆ หนึ่งเคยบอกฉันไว้อย่างนั้น หัวใจฉันกระตุกเมื่อเผลอนึกถึง



 ฉันสะบัดภาพในหัวออก แล้วเดินไปที่ทางเชื่อมระหว่างตู้ อาศัยช่องว่างเล็ก ๆ รับแดดรับลมและแอบสูบบุหรี่ เสียงล้อเหล็กบดกับรางดังเป็นจังหวะแข็งขันอย่างที่เป็น แต่ฉันกลับสูบบุหรี่อ้อยอิ่ง ปล่อยให้เปลวแดงโลมไหม้ปลายบุหรี่ช้า ๆ ควันบุหรี่ถูกลมตีกระจายไปคนละทิศละทาง แต่กลิ่นหอมไหม้ยังวนเวียนอยู่ปลายจมูก 

กลิ่นบุหรี่ดึงความจำฉันให้ไปติดอยู่กับคน ๆ หนึ่ง – คิดถึงอีกแล้ว



 เสียงแม้ค้าขายข้าวแกงปลุกฉันออกจากมโนสำนึก นอกจากกาแฟหนึ่งแก้วที่สถานีธนบุรีแล้วก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องฉันอีกเลย เพราะมัวแต่ฝันกลางวันอยู่แท้ ๆ ท้องฉันจึงประท้วงเอาร่ำ ๆ 

ฉันเดินโยกเยกไปมาตามจังหวะโคลงเคลงของรถไฟ วางตัวแหมะลงบนที่นั่งได้ก็พอดีจังหวะกับแม่ค้าที่ถือถาดเสมอบ่าเดินมาถึงที่นั่งฉันพอดี 

“ป้าคะ...” 
“จ้าลูกเอาอะไรเลือกเลยนะค้า.....” 

แม่ค่าร่างท้วมลากเสียงยาวหวานเยิ้ม ฉันยืดตัวขึ้นดูของที่อยู่ในถาดพร้อมชี้กระทงข้าวราดพะแนงแล้วทำนิ้วชี้เป็นเลขหนึ่งบอกความต้องการ 

“ยี่สิบบาทจ้า....” 

เมื่อวางแบงค์ยี่สิบลงในถาดแลกกับข้าวราดแกงกระทงพออิ่มแล้ว แม่ค้าเสียงหวานก็เดินขายของต่อไปตามตู้อื่น ๆ และยังส่งเสียงหวานแว่ว ๆ ให้ได้ยินเป็นระยะ
 
ฉันตั้งหน้าตั้งตากินข้าวราดพะแนงหมูในกระทงใบตองน้อย ๆ ไม่รู้ว่าเพราะหิวหรือเพราะอร่อย แต่ฉันจัดการเสียเกลี้ยงกระทง นึกขอบคุณป้าแม่ค้าอยู่ครัน ๆ ที่มาถูกเวลา เพราะทนกับอาการเบื่ออาหารมาได้หลายอาทิตย์แล้ว ฉันก้มตัวลงควานหาขวดน้ำในกระเป๋า พลันหูก็ได้ยินเสียงล้อเหล็กที่ก้องกังวานแปลกไป เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจึงรู้ว่าฉันมาถึงสะพานถ้ำกระแซะแล้ว



 สะพานถ้ำกระแซะเป็นจุดที่ได้ชื่อว่ามีทิวทัศน์สวยงามที่สุด ฝั่งหนึ่งเป็นหน้าผา และฝั่งที่ฉันนั่งเป็นแม่น้ำแคว ฉันอดไม่ได้ที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บรูปไว้สักหน่อย ภาพน้ำแควกับขบวนรถไฟตอนต้นที่เลี้ยวเลาะตามหน้าผาถ่ายออกมามุมไหนก็สวยไปหมด 

รถไฟจอดแล้ว และฉันถ่ายรูปวนไปวนมาจนเบื่อ นั่งเก็บรวมรวมสัมภาระใส่กระเป๋าเป้และวางไว้ข้าง ๆ ตัว อีกไม่กี่สถานีจะถึงปลายทางที่ระบุไว้ในตั๋ว ฉันต้องเตรียมตัวเดินทางต่อทั้งที่ยังไม่รู้ว่าปลายทางจริง ๆ ของตัวเองอยู่ที่ไหน



 เสียงล้อเหล็กดังขึ้นอีกครั้ง เวลาในความคิดผ่านไปไวเสมอ ฉันรู้สึกเหมือนนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่เพียงสองสามนาทีเท่านั้น แต่กลับพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าป้ายสถานีน้ำตก 

ฉันเดินทางมาถึงสถานีสุดท้ายของขบวน 257 แล้ว และนั่นแปลว่าสองสามนาทีในความคิดของฉันคือเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงจากสะพานถ้ำกระแซะ และแน่นอนว่าฉันไม่ลืมเอามะพร้าวของคุณลุงใจดีลงมาด้วย

“จะไปไหนหนู” 

แม่ค้าขายผลไม้คนหนึ่งตะโกนถามระหว่างที่ฉันยืนงง ๆ อยู่เหมือนกันว่าฉันจะไปไหนต่อ 
ตาคุณป้าจ้องอยู่ที่มะพร้าวสดในมือฉัน 

“แล้วนั่นเอามาจากไหนน่ะ ไม่เฉาะแล้วจะกินยังไง เฉาะเลยไหมหนู ป้าจะเฉาะให้” 

ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไรดีนัก แต่เมื่อป้ายื่นมือมาแล้วฉันกลับส่งมะพร้าวให้อย่างไม่มีเหตุผล หมดเสียงเฉาะฉับ ๆ สามสี่ที มะพร้าวที่โดยสารมากับฉันตั้งแต่สถานีกาญจนบุรีก็มีสภาพเป็นมะพร้าวกะโหลกเปิด ป้าส่งมะพร้าวเสียบหลอดสีสดใสมาให้ฉัน ฉันไม่รู้ว่าน้ำใจมีสีไหม แต่คิดว่าถ้ามันมีสีจริง ๆ สีของน้ำใจคงสวยกว่าสีหลอดพลาสติกนี้ 

“ดูดสักสองอึกแล้วป้าจะเอาน้ำแข็งใส่ให้ น้ำมะพร้าวกินไม่เย็นน่ะไม่อร่อยหรอกหนู...”



ฉันเดินจากคุณป้าเฉาะมะพร้าวออกมาพร้อมกับแตงโมอีกหนึ่งถุง แตงโมของป้าชิ้นบางแต่สวย ที่สำคัญคือไม่มีเม็ดให้รำคานปากเวลากิน 

เพราะอะไรไม่รู้ฉันถึงนึกเป็นหนี้บุญคุณเชลยศึกและแรงงานทุกคนที่สร้างทางรถไฟสายนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นสายทางแห่งน้ำใจและวิถีชีวิตของผู้คนสองข้างทาง ชีวิตนับพันนับหมื่นของพวกเขาที่สูญไป ยังทิ้งร่องรอยของน้ำใจและความรู้สึกดี ๆ เอาไว้ นี่ฉันคิดเพ้อเจ้อ ด้วยแว่นโลกสวยไปเองหรือเปล่านะ 


 
และเพราะอะไรไม่รู้อีกเหมือนกัน ฉันถึงนึกขอบคุณคน ๆ หนึ่งที่เข้ามาในชีวิต แม้วันนี้เราต่างเติบโตและห่างหายจากกันไป แต่ร่องรอยของความรู้สึกดี ๆ ยังถูกทิ้งไว้ในใจของฉันอยู่เหมือนกัน และมันอาจจะยังอยู่ในใจเขาด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้

SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นในวันเรียน
งานเขียนส่งอาจารย์ วันวาน วันก่อน นู้นน

Comments

UniEarTH
2 years ago
😊
Reply
Pinsel
2 years ago
เมายัง
UniEarTH
2 years ago
เมาแล้วทั้งเหล้า และรัก :p
Pinsel
2 years ago
ร้ายกาจ
anntonies
2 years ago
อ่านแล้วชอบมากค่ะ
มีโอกาสอยากเดินทางแบบนี้บ้าง😊
Reply
Pinsel
2 years ago
ออกเดินทางบ่อย ๆ นะคะ มันดีกับความรู้สึกมากจริง ๆ ☺️