ชีวิตสีเทา ที่เธอย้อมสีใจฉัน สองครั้งด้วยกัน
หลายครั้งที่มันเริ่มต้นขึ้นง่ายๆ ด้วยบรรยากาศยามเช้า 27 องศา
และจบลงด้วยยามเย็น แสงอาทิตย์สีส้ม ระหว่างทางกลับบ้านที่เต็มไปด้วยกิจวัตรเดิมๆ 
ทุกวันเป็นวันธรรมดา และคงเป็นอย่างนั้นไปจนกว่าอะไรสักอย่างที่สำคัญมากจะมาเปลี่ยนมัน
ทุกวันที่เต็มไปด้วยความสุขสีเทา ยิ้มไปเพื่อลืมบางสิ่ง และร้องไห้เพื่อปลดปล่อยบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ เรื่องราวธรรมดาในชีวิต

ชีวิตสีเทาธรรมดาของคนธรรมดา

กลับบ้านอ่านหนังสือสักสองหน้า ตามด้วยการเลื่อนหน้าเฟซบุ๊กไปเรื่อยๆ อัพทวิตทั้งๆที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย 

จนกระทั่งเจอเธอ 
เราเริ่มคุยกันด้วยบทสนทนาง่ายๆ นอกจากสวัสดีได้อยู่ไม่กี่อย่าง
'ทานอะไรหรือยัง'
'วันนี้อากาศดีนะ'
'ตื่นเช้าจัง'
'วันนี้มีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษไหม'

มันดูเรียบง่ายเหลือเกิน มันเริ่มจากเพื่อน และดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกินเลยทั้งนั้น 
เราเริ่มขยับจากคำทักทายเป็นคำถามทุกข์สุขในชีวิตกันอย่างละน้อย ค่อยๆเข้าถึงชีวิตของกันและกันมากขึ้นประหนึ่งปลดล็อกบานประตูด้วยกุญแจที่ชื่อว่าความเชื่อใจ
ต้องไขจากทั้งสองฝั่ง และทั้งสองฝ่ายยินยอมเท่านั้น

มันอาจจะเป็นแค่เรื่องการบ้าน งานที่ค้างคา หรือวันอาทิตย์ที่แสนน่าเบื่อ เพลงที่ชอบฟัง หรืออาจจะแค่ยี่ห้อโลชั่น 
และมันก็ขยับเข้าไป เข้าไป ลึกเข้าไป 
อนาคตอยากจะทำอะไร ตอนประถมมีเพื่อนสนิทเป็นชายหรือหญิง เมื่อก่อนไม่ชอบกินผักเลย ช่วงนี้ทะเลาะกับแม่ เมื่อเช้าอยากกินไข่ดาวแท้ๆ แต่ก็จบลงที่ผัดกะเพรา 
.....
ชอบคนแบบไหน มีคนที่ชอบบ้างหรือเปล่า...

บทสนทนาที่ฉันไม่คุยกับใครเลย กลับพูดออกไปเหมือนคนไม่คิดหน้าคิดหลัง ฉันบอกทุกสิ่งกับเธอได้ง่ายๆ และถามเธอกลับโดยไม่กังวลอะไร จะถูกโกรธไหม จะตอบหรือเปล่า
มันเต็มไปด้วยความเชื่อใจ เต็มไปด้วยความ.. พิเศษ

เราคุยกันตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน เวลาไม่แน่ชัดในแต่ละวัน แต่เราก็คุยกันเสมอ เราคอลกันตั้งแต่กินข้าวเช้ายันขนมขบเคี้ยวมื้อดึก มันดูฉาบฉวย รวดเร็ว และไม่แน่นอนเอาซะเลย

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่ทุกครั้งหลังเปิดข้อความแล้วพบว่ามันเป็นชื่อเธอ มุมปากมันก็กระตุกขึ้นมาเป็นรอยยิ้ม ยิ้มกว้าง กว้างอย่างไม่เคยเป็น 
ตอนเช้า 27 องศาก็ไม่ร้อนอีกต่อไป ยามเย็นสีส้มก็ไม่น่าเบื่อ ระหว่างทางกลับบ้านบนถนนเส้นเดิม ทั้งสองหูก็ถูกเพลงรักจากหูฟังพลั่งพลูเข้ามาอย่างไม่นึกรำคาญเหมือนเคย

ชีวิตสีเทาก็เริ่มมีสีอื่นแทรกเข้ามา

หลายครั้งที่กรีดร้อง หลายครั้งที่ร้องไห้ ไม่ว่าจะกี่ครั้ง คนแรกที่ฉันนึกถึงแล้วยิ้มได้ก็คือเธอ 
หลายครั้งที่เศร้า หลายครั้งที่อยากทรุดลงไปกับพื้น เธอก็จับมือเอาไว้ ใจที่บอกว่าไม่ไหวแล้ว มันกลับพูดกับฉันด้วยสำเนียงที่เปลี่ยนไปว่าต้องสู้ต่อ 

ฉันกอดเธอด้วยความรู้สึกพิเศษ บอกรักด้วยความจริงใจ
ทั้งหมดที่เธอได้ยินเป็นคำสัตย์
แต่เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ทั้งหมดนั่นมันเลยเป็นได้แค่เรื่องล้อเล่น
ทั้งสำหรับตัวเธอเอง และสำหรับทุกคนที่ได้ยิน 
ฉันแค่อยากตะโกนบอกพวกเขาไปว่าไม่ ทั้งหมดนั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คำบอกรักทุกคำ ถ้านับได้ 999 ครั้ง มันก็เป็นเรื่องจริง 999 ครั้ง 

รักครั้งนี้เปลี่ยนโลกของฉัน ถ้ากุหลาบน้ำเงินมีจริง และความหมายของมันแปลว่าเป็นไปไม่ได้ ฉันก็จะย้อมมันให้กลายเป็นสีแดงด้วยรักที่มีให้เธอ

ทุกอย่างหอมหวานในยามตื่น และไม่หยุดที่จะลิ้มรสมันแม้กระทั่งยามหลับ ฉันฝันถึงวันที่เรารักกันหวานชื่น จินตนาการถึงความสุขนั้น ภาวนาให้ได้โปรด ให้มันมาถึงในสักวัน 

แต่ก็หลงระเริงจนไม่ได้เตรียมใจ ว่าหัวใจแท้จริงอาจถูกสร้างมาเพื่อแตกสลาย 
เธอบดขยี้รักฉันจนแหลกลานไม่เหลือแม้กระทั่งเศษใจให้ประกอบกลับ

เธอทลายกำแพงของฉันและข้ามมันมา
เพื่อที่จะบดขยี้ให้ฉันเป็นผุยผงงั้นหรือ ? 
มือที่เธอเคยจับตอนนี้สั่นระริก น้ำตาที่ไม่เคยไหลเพื่อใครกลับร้องไห้เพื่อเธอเหมือนใจขาด ไม่กล้าแม้กระทั่งจะมองหน้า ไม่กล้าแม้กระทั่งจะทำตัวเข้มแข็งอีก 
มันทำให้ฉันสงสัย ว่าสักวันหลุมศพของฉัน จะเต็มไปด้วยน้ำตาจากฟากฟ้าแทนดอกกุหลาบจากคนที่รักหรือเปล่า 
มันดูได้มายากจังเลยนะ ความรัก...


เศร้าโศกยิ่งกว่าสีเทา สับสนยิ่งกว่าเขาวงกต หวาดกลัวยิ่งกว่าใต้ทะเลลึกที่ไร้แสง 
ฉันสูญเสีย ตัวเธอที่ฉันรักหมดหัวใจ 
และสูญเสียหัวใจ จากการทำลายทิ้งของคนที่ฉันรักด้วยทั้งหมดที่มี 

ร้องไห้เหมือนไม่เสียดายน้ำตา ถ้าหากรองมันหยดลงดินได้ทุกหยด คงเพียงพอสำหรับการเติบโตของดอกไม้สักดอกเชียวล่ะ 
ฉันทดแทนทุกช่วงเวลานั้นด้วยความเศร้า หวังให้สักวันมันกลายเป็นเรื่องเล่าตลกขบขันในวันคืนสู่เหย้า 
แต่พอมาคิดอีกครั้ง คงไม่มีใครอยากพูดถึงมัน 
เธอคงมองมันเป็นความผิดพลาด ขอโทษที่ทำความเชื่อใจนั้นเสียเปล่า แต่ช่วงเวลานั้น พิเศษเกินกว่าที่ใจฉันจะบอกกับตัวเองได้ว่ามันเป็นเพียงค่ำคืนธรรมดาที่เธอมีให้ทุกๆคน

ดอกไม้ในใจที่เคยเบ่งบานกลับเหี่ยวเฉา ด้วยน้ำมือของคนที่ลงทุนปลูกมันในใจฉันด้วยตัวเอง

เธอย้อมสีใจฉันให้สดเหมือนพระอาทิตย์ยามเย็น แล้วสะบัดพู่กันด้วยความเศร้าเสียดแทง ถาโถมมันด้วยสีดำเศร้าหมองอีกครั้ง 

ทั้งๆที่ฉันรักเธอหมดหัวใจ
แต่มันก็จบแล้วล่ะ 
SHARE
Writer
letmeStayLATE
Writer,Reader,Artist
อดีต , ความสัมพันธ์ , ความรัก ,วิปริต แปรปรวนและบิดเบี้ยว

Comments

Inchame
2 years ago
เข้าใจนะคะ ความรักก็แบบนี้เนอะ :)
Reply
letmeStayLATE
2 years ago
ดีใจที่เข้าใจนะคะ
ขอบคุณที่คอมเมนท์นะคะ ดีใจจังเลยค่ะ 💕
S_emitsor
2 years ago
เข้าใจมาก ๆ เลยค่ะ รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเจ็บทั้งที่รัก กำแพงในใจเราไม่ได้มีใครเข้ามาได้ง่าย ๆ แต่เข้ามาแล้ว ก็พังไม่เหลือชิ้นดี ให้กำลังใจนะคะ เรานี่แหละต้องซ่อมมันด้วยตัวเราเอง #ชอบภาษาที่สื่อออกมานะคะ
Reply
S_emitsor
2 years ago
หาวันเวลามาสิคะ ^_^
letmeStayLATE
2 years ago
อยากเจอกันจริงๆเหรอคะ
S_emitsor
2 years ago
อ้าว คุณไม่ได้อยากเจอหรอกเหรอคะ 5555 เจอกันได้นะคะ นี่พูดจริง ๆ ^_^
Sipang
2 years ago
ทุกครั้ง ... คนที่เริ่มต้นจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้้มันจบ ทุกวันนี้กำแพงของเราจึงต้องสร้างให้ทั้งสูงทั้งใหญ่หนา ใช้สายตาแค่มองฟ้ามองดินไม่มองใจใครนอกจากใจเราเองเท่านั้น
Reply
letmeStayLATE
2 years ago
จริงมากค่ะ ชอบที่เขียนมากเลย
มันดูเป็นแบบนั้นจริงๆ
Ward
2 years ago
โดนเราเต็มๆเลยอ่า 555 เขียนได้กินใจมากๆ
Reply
letmeStayLATE
2 years ago
ดีใจถ้าชอบนะคะ ✨
timelit
2 years ago
สุดท้ายก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองอยู่ดี ถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาทำลายหัวใจเราให้แหลกสลายตั้งแต่แรก แต่แล้วยังไงล่ะ...เพราะสุดท้ายความจริงก็คือใจของฉันมันแหลกสลายไปแล้ว.
Reply
letmeStayLATE
2 years ago
ใช่ค่ะ แหลกไปแล้ว ละเลียดมาก
ชอบที่ใช้คำว่าแหลกมากเลยค่ะ
ขอบคุณที่คอมเมนท์นะคะ